ปลายเข็มเงินบริสุทธิ์สะท้อนประกายวาววับใต้แสงเทียนสีชาด มันถูกจุ่มลงไปในถ้วยซุปโสมตุ๋นรังนกอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในเรือนโม่โฉว
กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรชั้นดีที่ควรจะบำรุงโลหิต กลับลอยกรุ่นกลิ่นคาวปรอทจางๆ ที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างแนบเนียน สวี่ว่านชิงปรายตามองปลายเข็มเงินที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำอย่างรวดเร็ว มุมปากบางเฉียบยกยดขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ ดุจน้ำค้างแข็งบนยอดสนหนัน
พิษเฉียบพลันชนิดนี้มีชื่อว่า ‘อัคนีพันลี้’ ผู้ใดดื่มกินเข้าไปจะไม่ตายทันที แต่จะแผดเผาอวัยวะภายในจนหมดสิ้นภายในเจ็ดวัน ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคืออาการจะคล้ายคลึงกับโรคกำเริบตามธรรมชาติ ไร้ร่องรอยให้ผู้ใดสาวมาถึงตัว... เป็นวิธีการอันแยบยลของสตรีในเรือนหลังที่มักใช้ฆ่าแกงกันอย่างไร้เสียง
"ฮูหยินเอก เหตุใดจึงยังไม่แตะต้องสำรับเล่าเพคะ? หรือเกรงว่าความอร่อยของซุปโสมหม้อนี้ จะไม่ถูกปากพระชายาผู้สูงศักดิ์กันแน่"
เสียงหวานเยิ้มดั่งน้ำผึ้งอาบยาพิษดังขึ้นจากมู่หลิว อนุภรรยาผู้โปรดปรานของจวนอ๋องประจิม นางสวมชุดผ้าต่วนปັກลายดอกโบตั๋นสีชมพูสดใส ใบหน้างดงามแต่งแต้มด้วยเครื่องประทินโฉมอย่างประณีต ทว่าดวงตากลับทอประกายริษยาและคาดหวังระคนกันอย่างปิดไม่มิด ด้านหลังของนางคือเหล่าบ่าวไพร่และสาวใช้ที่ยืนก้มหน้าสำรวม ทว่าแววตากลับแฝงความเย้ยหยันไว้รอชมความอับAายของฮูหยินเอกผู้ไร้อำนาจในอดีต
สวี่ว่านชิงมิได้ตอบคำทันที นางค่อยๆ วางช้อนกระเบื้องเคลือบลงบนจานรองอย่างนุ่มนวล ท่วงทีสง่างามราวกับราชสำนักชั้นสูงทุกกระเบียดนิ้ว นางเงยหน้าขึ้นสบตากับมู่หลิว แววตาคู่คมดุจเหยี่ยวในร่างหงส์นิ่งสงบจนน่ากลัว เป็นความนิ่งที่ทำให้อุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
"เจ้าบอกว่า... ซุปถ้วยนี้ปรุงขึ้นด้วยความใส่ใจของเจ้าเองอย่างนั้นหรือ มู่หลิว" น้ำเสียงของว่านชิงราบเรียบ ทว่ากังวานก้องกังสดาล บาดลึกเข้าโสตประสาทของทุกคนในห้อง
"หม่อมฉัน... หม่อมฉันเพียงแต่กตัญญูกลัวว่าสุขภาพของฮูหยินจะไม่สู้ดี จึงเคี่ยวด้วยตนเองตั้งแต่ยามบ่ายเพคะ" มู่หลิวแสร้งตีหน้าเศร้า บีบน้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร สมกับเป็นหญิงงามผู้เจนจัดในมารยาทร้อยเล่มเกวียน
"ดี... ดีมาก" ว่านชิงพยักหน้ารับช้าๆ นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อาภรณ์ผ้าไหมปັກดิ้นทองสะท้อนแสงไฟวับวาม นางก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้อนุภรรยาผู้เจ้าเล่ห์ทีละก้าวอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวราวกดทับอากาศให้เบาบางลง จนมู่หลิวเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี ประกายตาไหววูบด้วยความหวาดระแวง
"ในเมื่อเจ้ามีความกตัญญูถึงเพียงนี้ มีน้ำใจเคี่ยวซุปบำรุงให้ข้าถึงเรือน เหตุใดเจ้าไม่เป็นผู้ลิ้มลองมันคำแรกเล่า?"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบด้านก็พลันเงียบกริบลงชั่วพริบตา มู่หลิวหน้าถอดสี รอยยิ้มเสแสร้งแข็งค้างบนใบหน้า หัวใจกระตุกวูบ
"ฮะ... ฮูหยินตรัสล้อเล่นอันใดเพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงอนุ จะอาจหาญร่วมสำรับกับฮูหยินเอกได้อย่างไร..."
"ร่วมสำรับไม่ได้ แต่เป็น 'ผู้ชิม' ก่อนให้ข้ากิน... ย่อมทำได้มิใช่หรือ?"
ฉับพลัน! สวี่ว่านชิงไม่ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามได้ทันตั้งตัว นางเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อของมู่หลิวอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด แรงดึงอันเด็ดขาดและทรงพลังทำให้อนุภรรยาผู้บอบบางถึงกับเซถลาเข้ามาใกล้ด้วยความตกใจ ก่อนที่ว่านชิงจะคว้าถ้วยซุปโสมร้อนกรุ่นขึ้นมาด้วยมืออีกข้าง
"ฮะ... ฮูหยิน! จะทำอะไรเพคะ! ปล่อยนะ!" มู่หลิวกรีดร้องเสียงหลง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก นางพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่กลับสู้แรงของสวี่ว่านชิงไม่ได้เลยแม้แต่น้อย มือเรียวบางของฮูหยินเอกกลับมีพละกำลังและความเยือกเย็นดุจคีมเหล็ก
"ข้าบอกให้เจ้ากิน!"
ว่านชิงเอ่ยเสียงกร้าว แววตาฉายแววดุดันไร้ความปรานี นางบังคับกดถ้วยซุปจ่อ1 at ชิดริมฝีปากของมู่หลิว กลิ่นปรอทคาวจัดโชยเข้าจมูกจนอีกฝ่ายสำลักน้ำตาเล็ด
"ปล่อยนะ! ใครก็ได้! บ่าวไพร่หน้าโง่พวกนั้นตายกันหมดแล้วหรืออย่างไร! มาช่วยข้าสิ!" มู่หลิวแผดเสียงกรีดร้องสั่งบ่าวรับใช้ด้านหลัง บรรดาบ่าวไพร่ต่างมองหน้ากันเลิกลั่กด้วยความตื่นตระหนก จะก้าวเข้ามาช่วยก็ไม่กล้า เพราะสถานะฮูหยินเอกนั้นต่อให้ตกอับเพียงใด ก็ยังสูงศักดิ์กว่าอนุภรรยาตามกฎหมายบ้านเมือง
*เพียะ!*
เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องไปทั่วเรือนโม่โฉว แรงตบมหาศาลทำให้ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างงดงามของมู่หลิวหันไปตามแรงเหวี่ยง มุมปากแตกยับเยยมีโลหิตสีสดไหลซึมลงมา ความร้อนผ่าวและชาหนึบแผ่ซ่านไปทั่วกระดูกแก้ม นางเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ไม่คาดคิดเลยว่าสตรีที่เคยอ่อนแอและยอมคนผู้นี้ จะกล้าลงมือตบหน้านางต่อหน้าบ่าวไพร่นับสิบชีวิต!
"นี่คือบทเรียนแรก..." ว่านชิงโน้มใบเข้าไปกระซิบข้างหูของมู่หลิว น้ำเสียงเยือกเย็นราวกับมาจากขุมนรก "ในฐานะอนุที่คิดบังอาจวางยาฮูหยินเอกแห่งจวนอ๋อง"
"เจ้า... เจ้ากล้าดียังไง..." มู่หลิวตัวสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว นางยกมือขึ้นกุมแก้มที่บวมเป่ง น้ำตาไหลพรากด้วยความอัปยศอดสู
"ทำไมข้าจะไม่อกล้า?" ว่านชิงสะบัดมือปล่อยร่างของมู่หลิวให้ล้มลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เยื่อใย นางปัดมือของตนเองเบาๆ ราวกับรังเกียจที่จะแตะต้องสิ่งสกปรก "จำใส่สมองของเจ้าไว้ มู่หลิว ต่อให้หลงเฟิงเฉินจะไม่ได้รักหรือสนใจใยดีข้าในยามนี้ แต่ตราบใดที่ตรายางประจำจวนยังอยู่กับข้า ชีวิตของพวกเจ้าทุกคนในเรือนหลังนี้... ข้าจะให้เป็นตายย่อมอยู่ในกำมือข้าสิ้น!"
เหล่าบ่าวไพร่ต่างพากันคุกเข่าลงโขกศีรษะติดพื้นด้วยความหวาดกลัว ร่างกายสั่นสะท้านไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ไม่มีผู้ใดกล้าสบตากับสวี่ว่านชิงในยามนี้อีกแล้ว รัศมีความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากตัวนาง ช่างทรงพลังและกดดันเสียจนไม่ต่างอะไรกับท่านอ๋องผู้เป็นนายใหญ่แห่งจวน
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอกเรือน เป็นจังหวะก้าวเดินที่คุ้นเคย เยือกเย็น และเปี่ยมไปด้วยอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวที่ทุกคนในจวนต่างจดจำได้ขึ้นใจ
บ่าวรับใช้หน้าประตูประกาศเสียงสั่นเครือ "ท... ท่านอ๋องเสด็จ!"
มู่หลิวที่นั่งกองอยู่กับพื้น ดวงตาฉายประกายแห่งความหวังขึ้นมาทันที นางรีบคลานเข้าไปหาผู้มาใหม่ ปล่อยโฮออกมาเสียงดังระงมราวกับถูกรังแกอย่างไม่ยุติธรรม "ท่านอ๋อง! ท่านพี่! ช่วยน้องด้วยเพคะ! ฮูหยินเอก... นางใส่ร้ายว่าพวกเราวางยา และยังตบหน้าน้องจนบาดเจ็บสาหัส นางริษยาที่ท่านโปรดปราน... นางตั้งใจจะฆ่าน้องให้ตายจริงๆ เพคะ!"
หลงเฟิงเฉินก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำปັກลายมังกรเงินทะยานฟ้า แผ่ไอสังหารและบรรยากาศอันหนתเหน็บออกมารอบตัว ใบหน้าคมคายหล่อเหลาดุจเทพเซียนสลักไร้ซึ่งความรู้สึก นัยน์ตาคู่นคมกริบกวาดตามองภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ทั้งมู่หลิวที่นอนร้องไห้ฟูมฟายเลือดกลบปาก และสวี่ว่านชิงที่ยืนกอดอกนิ่งสงบ ท่ามกลางถ้วยซุปพิษที่ยังคงส่งกลิ่นกรุ่น
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีใครคาดเดาได้เลยว่าท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมอำมหิต จะทรงกริ้วและตัดสินลงโทษผู้ใดในสถานการณ์นี้
หลงเฟิงเฉินก้าวเข้าไปใกล้สวี่ว่านชิงทีละก้าว สายตาคมปลาบจับจ้องใบหน้าที่นิ่งสงบของภรรยาเอก ก่อนที่ริมฝีปากหยักลึกจะขยับเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับหัวใจหยุดเต้น
"ใครอนุญาตให้เจ้าลงมือจัดการขยะพวกนี้ด้วยตนเอง... จนมือเรียวๆ ของเจ้าต้องเปื้อนเลือดกัน หวานชิง?"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับพงศาวดารมีชีวิตเสมอนะครับ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ•ตอนที่ 7
กลิ่นอายยาพิษในสำรับอาหาร
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!