กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมราคาแพงลอยอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่าสำหรับสวี่ว่านชิงแล้ว กลิ่นนี้กลับเจือด้วยกลิ่นอายคาวเลือดของงูพิษที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ชายผ้าแพรต่วน
"ฮูหยินเจ้าคะ บ่าวตรวจสอบบัญชีรายจ่ายของโรงครัวประจำเดือนนี้เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ มีความผิดปกติตรงรายการซื้อสมุนไพรบำรุงโลหิตและตัวยาจากภายนอก ซึ่งราคาพุ่งสูงกว่าปรกติถึงสามเท่าตัว..." เสียงของชุนเซียง สาวใช้คนสนิทเอ่ยกระซิบรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ขณะยืนอยู่เบื้องหลังฉากกั้นลายปักนกยูงรำแพน
ว่านชิงยังคงนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแปรงทองเหลือง ปิ่นหยกมันแพะสลักลายดอกโบตั๋นถูกเสียบลงบนมวยผมทรงเทพธิดาอย่างประณีตเรียบร้อย ดวงตาคู่หงส์คมกริบกวาดมองเงาสะท้อนในกระจกด้วยแววตาเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี
นางไม่ได้แสดงความประหลาดใจแม้แต่น้อย เพราะสิ่งนี้คือสิ่งที่นางคาดการณ์ไว้แล้วตั้งแต่ต้น
"สามเท่าตัวงั้นหรือ..." ว่านชิงเอ่ยทวนคำ น้ำเสียงเรียบเรื่อยราวกำลังพูดถึงดินฟ้าอากาศ "มู่หรงหว่านเอ๋อร์ช่างใจกว้างยิ่งนัก ใช้เงินในคลังจวนอ๋องประจิมเพื่อซื้อยาพิษมาบำรุงสุขภาพให้คนของนางเอง ช่างเป็นความกตัญญูที่น่าซาบซึ้งใจยิ่งนัก"
"หนอนกระดอน" ตัวนี้ฝังรากลึกอยู่ในเรือนหลังมานานเกินไปแล้ว หากไม่ถอนรากถอนโคนออกเสียแต่เนิ่นๆ เกรงว่าเกียรติยศและอำนาจของท่านอ๋องผู้สามีคงต้องมัวหมองเพราะสตรีโง่เขลาพวกนี้เป็นแน่
ว่านชิงลุกขึ้นยืน ชายกระโปรงผ้าไหมสีม่วงเข้มปักดิ้นทองทิ้งตัวลงอย่างสง่างาม นางก้าวเท้าช้าๆ ออกมายังห้องโถงรับรอง โดยมีชุนเซียงประคองไม่ห่าง
ณ โถงรับรองฝั่งตะวันตก ฮูหยินรองมู่หรงกำลังนั่งจิบชาใหม่อย่างสบายอารมณ์ บนใบหน้าประทัดรอยยิ้มเหนือกว่า ทว่าทันทีที่เห็นร่างระหงของสวี่ว่านชิงก้าวเข้ามา รอยยิ้มนั้นก็พลันถูกแทนที่ด้วยท่าทีอ่อนช้อยนอบน้อมตามวิสัยของอนุภรรยาผู้เจียมตัว
"คารวะพี่หญิงเจ้าค่ะ น้องมาเยี่ยมเยียนด้วยความเป็นห่วง ช่วงนี้พี่หญิงเหน็ดเหนื่อยกับการจัดการเรื่องในจวน ย่อมต้องดูแลสุขภาพให้มากๆ นะเจ้าคะ" มู่หรงหว่านเอ๋อร์แย้มยิ้มหวานหยด ดวงตาคู่คมประกายเล่ห์เหลี่ยมซ่อนอยู่ภายใต้แพขนตางอนงาม
ว่านชิงปรายตามองถ้วยชาหอมฉุยตรงหน้า รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด
"น้องรองมีน้ำใจถึงเพียงนี้ ข้าไม่อาจปฏิเสธความหวังดีได้" ว่านชิงทรุดกายลงนั่งฝั่งตรงข้าม ปลายนิ้วเรียวเรียวดั่งหยกขาวแตะลงที่ขอบถ้วยชาเบาๆ "ว่าแต่... ชาถ้วยนี้ หอมกลิ่นโสมภูเขาป่าร้อยปี นำเข้าจากแดนเหนือใช่หรือไม่?"
"พี่หญิงสายตาเฉียบคมยิ่งนัก เป็นท่านชายสามหลงจิ้งที่ส่งมามอบให้เป็นของกำนัลแก่จวนของเรา น้องเห็นว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย จึงรีบนำมาชงให้พี่หญิงได้ลิ้มลองก่อนใครเจ้าค่ะ" มู่หรงหว่านเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ เจตนาเอ่ยนามขององค์ชายสามออกมาเพื่อกดดันทางอ้อมว่านางยังมีแบ็กดีคอยหนุนหลัง
"ท่านชายสามช่างใส่ใจจวนอ๋องประจิมยิ่งนัก..." ว่านชิงทวนคำ แววตาวาววับขึ้นวูบหนึ่ง "แต่เป็นที่น่าเสียดายยิ่งนักที่ข้า... เป็นคนแพ้โสมแดนเหนือ"
สิ้นคำ ว่านชิงก็สะบัดแขนเสื้อแสร้งทำเป็นปัดโดนถ้วยชาบนโต๊ะอย่างไม่ตั้งใจ
*เพล้ง!*
ถ้วยชาเคลือบกระเบื้องชั้นดีร่วงลงกระแทกพื้นแตกกระจาย น้ำชาสีอำพันไหลนองพื้นส่งกลิ่นฉุนกึกทันทีที่สัมผัสกับอากาศ บ่าวรับใช้ในห้องต่างสะดุ้งตกใจรีบก้มหน้าหมอบกราบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
มู่หรงหว่านเอ๋อร์หน้าถอดสีเล็กน้อย นางขมวดคิ้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองแกมประชด "พี่หญิงระมัดระวังเกินไปกระมังเจ้าคะ? น้ำชาถ้วยนี้มีค่ามหาศาล ยิ่งกว่าเบี้ยหวัดของบ่าวทั้งจวนรวมกันเสียอีก เหตุใดจึงทำ0ตกแตกเสียเล่าเจ้าคะ"
ว่านชิงไม่โกรธเคือง นางเพียงแย้มยิ้มเยือกเย็น ช้อนสายตาขึ้นสบตากับอนุภรรยาผู้ทะเยอทะยานตรงๆ "มีค่ามหาศาลอย่างนั้นหรือ? แต่น่าเสียดาย... ข้ากลับมองว่ามันเป็นเพียงน้ำล้างหน้าที่ไร้ค่าถ้วยหนึ่งเท่านั้น"
"พี่หญิง! ท่านหมายความว่าอย่างไร!" มู่หรงหว่านเอ๋อร์ทนเก็บอาการไม่อยู่ ผุดลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ
"ข้าหมายความว่า..." ว่านชิงลุกขึ้นยืนเช่นกัน ความสูงและรัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวนางกดดันใหมู่หรงหว่านเอ๋อร์ต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "คนในตระกูลมู่หรงของเจ้า ช่างกล้าหาญชาญชัยยิ่งนัก กล้าแม้กระทั่งแอบอساسสับเปลี่ยนบัญชีหลวง และแอบลักลอบส่งจดหมายลับติดต่อไปยังกองกำลังขององค์ชายสามผ่านทางเส้นทางค้าขายสมุนไพร!"
บรรยากาศในห้องโถงพลันเงียบกริบลงชั่วพริบตา สีหน้าของมู่หรงหว่านเอ๋อร์เปลี่ยนเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"ทะ... ท่าน... ท่านพูดเรื่องเหลวไหลอะไรกัน! ข้าไม่รู้เรื่อง!" มู่หรงหว่านเอ๋อร์เสียงสั่นเครือ ปฏิเสธเสียงแข็งแต่มือไม้กลับเย็นเฉียบ
"เหลวไหลหรือ?" ว่านชิงแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางโบกมือเพียงครั้งเดียว ชุนเซียงก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับหีบไม้จันทน์หอมใบย่อม แล้วเปิดออกเผยให้เห็นสมุดบัญชีตัวจริงและป้ายคำสั่งลับของตระกูลมู่หรงที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พื้นเรือนของอนุภรรยา
"หลักฐานมัดตัวแน่นหนาถึงเพียงนี้ เจ้ายังจะกล้าปฏิเสธอีกหรือว่า ตระกูลมู่หรงไม่ได้คิดการใหญ่ หวังใช้จวนอ๋องประจิมเป็นสะพานเชื่อมเพื่อส่งเสบียงให้กบฏในราชสำนัก!" เสียงของว่านชิงทรงพลังและเฉียบคมราวกริชเงินที่กรีดผ่านความมืด
มู่หรงหว่านเอ๋อร์เข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด นางรู้ดีว่าความผิดฐานสมคบคิดกับกบฏนั้นมีโทษถึงประหารเจ็ดชั่วโคตร!
"ฮูหยิน... ไว้ชีวิตด้วย ฮูหยินโปรดเมตตาด้วยเจ้าค่ะ!" มู่หรงหว่านเอ๋อร์คลานเข้ามาหมายจะกอดชายผ้าสวี่ว่านชิง แต่นางกลับถอยหลบอย่างรังเกียจ
"ความเมตตา? เจ้าควรเก็บมันไว้ขอต่อหน้าท่านอ๋องเถอะ..." ว่านชิงเอ่ยเสียงเรียบ
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังก็ดังขึ้นจากนอกประตูเรือน พร้อมกับรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านเข้ามาจนบ่าวไพร่ทั้งหมดต้องหมอบราบลงกับพื้นทันที
ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรทองเดินก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าหล่อเหลาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง โครงหน้าคมคายราวกับสลักจากหินหยก ดวงตาพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าเพียงปราดเดียว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของสวี่ว่านชิง
หลงเฟิงเฉิน... ท่านอ๋องประจิมผู้กุมอำนาจกองทัพครึ่งแคว้นเสด็จมาถึงแล้ว!
บรรยากาศหยุดชะงักลง หลงเฟิงเฉินไม่ได้ชายตามองมู่หรงหว่านเอ๋อร์ที่กำลังสั่นเทาแม้แต่น้อย สายตาของเขาทอดมองไปยังภรรยาเอกด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งดุดัน หวงแหน และลุ่มลึก
"ว่านเอ๋อร์..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบสนิทแต่ทรงอำนาจ "เจ้าบอกว่ามีคนคิดลอบกัดข้าจากข้างหลังอย่างนั้นหรือ?"
ว่านชิงหันไปสบตากับสามี มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคงและเยือกเย็น "ทูลท่านอ๋อง ไม่ใช่แค่ลอบกัดจากข้างหลังหรอกเจ้าค่ะ... แต่พวกมันกำลังชักศึกเข้าบ้าน และคิดจะยกแผ่นดินนี้ให้ศัตรูต่างหากเล่า"
หลงเฟิงเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเลือดเย็นที่สุดในปฐพี เขาก้าวเข้ามาใกล้สวี่ว่านชิง เอื้อมมือหนาโอบรอบเอวบางของนางไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังหัวใจหยุดเต้น
"ถ้าเช่นนั้น... พระชายาของข้าอยากให้สามีผู้นี้ 'ถอนรากถอนโคน' พวกมันด้วยวิธีใดดีเล่า? จะเผาจวนตระกูลมู่หรงให้ราบเป็นหน้ากลองในคืนนี้เลยดีหรือไม่?"
คำพูดของท่านอ๋องยังไม่ทันสิ้นสุด เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์ประจำพระองค์ก็ดังแทรกขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
"เรียนท่านอ๋อง! มีพระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... และ... และมีราชสาส์นลับจากค่ายกลหลวงทางเหนือแจ้งว่า กองกำลังขององค์ชายสามเคลื่อนพลประชิดชายแดนทิศประจิมแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับพงศาวดารมีชีวิตเสมอนะครับ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ•ตอนที่ 6
กลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคน
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!