กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมราคาแพงระยับลอยวนอวลอยู่เบื้องบน ทว่ามิอาจกลบกลิ่นคาวสนเท่ห์ที่คุกกรุ่นอยู่ในห้องโถงใหญ่ของจวนอ๋องประจิมได้เลยแม้แต่น้อย
พื้นหินอ่อนขัดมันสะท้อนภาพเงาของบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งแคว้น หลงเฟิงเฉินนั่งนิ่งสนิทอยู่บนเก้าอี้พนักสลักลายมังกรห้าเล็บ ดวงเนตรคมปลาดุจเหยี่ยวทอดมองถ้วยชาอุ่นร้อนในมือด้วยแววตาเรียบเฉยดุจน้ำแข็งพันปี ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ใดๆ ทว่ากลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนเหล่าบ่าวไพร่ในห้องโถงไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
เบื้องหน้าของเขาคือ สวี่ว่านชิง...
นางยืนตัวตรงสง่างาม อาภรณ์ปักลายหงส์เหมันต์สีขาวบริสุทธิ์ขับเน้นให้ร่างระหงดูราวกับเซียนสาวผู้หลุดลอยมาจากภาพวาดพู่กันจีน แม้สถานการณ์เบื้องหน้าจะเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความมุ่งร้ายจากรอบทิศ แต่นางกลับมิได้ก้มหน้าหลบสายตาแม้แต่น้อย ทว่ากลับเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มบางเบาที่ฉาบเคลือบด้วยความเยือกเย็นดุจน้ำค้างแข็งยามรุ่งสาง
"ท่านอ๋องโปรดให้ความเป็นธรรมแก่หม่อมฉันด้วยเพคะ!"
เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจดังขึ้นทำลายความเงียบ ฮูหยินรองมู่หรงทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้นหินเย็นเยียบ น้ำตานองหน้า สองมือบอบบางกำชายเสื้อคลุมของตนเองแน่นราวกับผู้ถูกกระทำความอยุติธรรมครั้งใหญ่หลวงในชีวิต
"หม่อมฉันเพียงแต่… เพียงแต่อยากนำซุปโสมบำรุงครึ่งปีต้มพิเศษมาคารวะพี่หญิงด้วยความหวังดีในฐานะน้องรอง ใครเล่าจะคาดคิดว่า... ว่าพี่หญิงจะกล่าวหาว่าซุปถ้วยนี้มียาพิษชนิดกู่พันปีผสมอยู่ แถมยัง... ยังกล่าววาจาดูหมิ่นราชสำนักและตระกูลมู่หรงของหม่อมฉันอย่างไร้เยื่อใยเช่นนี้เพคะ!"
คำกล่าวหาอันแยบยลถูกพ่นออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นเป็นสาย มู่หรงหว่านเอ๋อร์ใช้มารยาทร้อยเล่มเกวียนนี้พลิกสถานการณ์มานักต่อนักแล้ว นางรู้ดีว่าบุรุษในห้องโถงนี้เกลียดชังความวุ่นวายและสตรีที่ไร้เหตุผลเพียงใด ยิ่งเป็นพระชายาเอกผู้เย็นชาที่ท่านอ๋องทรงเมินเฉยมาตลอด ยิ่งง่ายต่อการเขี่ยให้พ้นทาง
สวี่ว่านชิงปรายตามองอนุภรรยาผู้กำลังแสดงละครฉากใหญ่อย่างนึกขันในใจ นางขยับพัดจีบไม้ไผ่ในมือเบาๆ จังหวะการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความนุ่มนวล ทว่าทรงพลัง
"ฮูหยินรองมู่หรง..." สวี่ว่านชิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ กังวานใสราวกระดิ่งเงิน "ท่านกล่าวหาว่าข้าใส่ร้ายท่าน ด้วยเหตุผลอันใดเล่า? หรือเพราะท่านร้อนตัวว่า 'ยาพิษสลายกระดูก' ที่ซ่อนอยู่ก้นถ้วยซุปโสมชามนั้น เป็นสิ่งที่ท่านตั้งใจส่งมาส่งวิญญาณข้าตั้งแต่แรกกันแน่?"
"พี่หญิง! ท่าน... ท่านช่างใจร้ายนัก!" มู่หรงหว่านเอ๋อร์สะดุ้งสุดตัว ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกชั่วพริบตา ก่อนจะรีบหันไปโขกศีรษะกับพื้นเสียงดัง 'ตุ้บ' "ท่านอ๋องเพคะ ทอดพระเนตรดูเถิดเพคะ พระชายาไม่เพียงแต่กล่าวหาหม่อมฉันลอยๆ นางยังใช้คำพูดเชือดเฉือนราวกับไม่เห็นหัวกฎระเบียบในจวนอ๋องเลยแม้แต่น้อย!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครา ทุกสายตาในห้องโถงต่างลุ้นระทึก รอคอยการระเบิดโทสะจากท่านอ๋องประจิม ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและเด็ดขาดในการลงทัณฑ์
ตามธรรมเนียมโบราณ หากอนุภรรยาถูกรังแกและพระชายาเอกทำตัวเย่อหยิ่งเกินขอบเขต ท่านอ๋องย่อมต้องสั่งลงโทษสถานหนักเพื่อรักษาหน้าตระกูลและระเบียบวินัยในเรือนหลัง บ่าวไพร่หลายคนแอบลอบยิ้มมุมปาก รอคอยเวลาที่สวี่ว่านชิงจะถูกสั่งโบยหรือกักบริเวณจนสิ้นท่า
ทว่า... หลงเฟิงเฉินกลับยังคงนิ่งเงียบ
เขาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้จันทน์เสียงดังกระทบเบาๆ ทว่ากลับดังก้องกังวานในใจของทุกคน ดวงเนตรคมปลาดุจเหยี่ยวค่อยๆ เคลื่อนจากถ้วยชา มาหยุดอยู่ที่ร่างระหงของสวี่ว่านชิงครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองร่างที่กำลังสะอื้นฮักของมู่หรงหว่านเอ๋อร์ด้วยแววตาที่เยือกเย็นจนน่ากลัว
"เจ้าบอกว่า... ซุปถ้วยนี้คือความหวังดีอย่างนั้นหรือ?" หลงเฟิงเฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนอากาศรอบกายคล้ายจะลดอุณหภูมิลงวูบหนึ่ง
มู่หรงหว่านเอ๋อร์ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย นางรีบเงยหน้าขึ้น สบสายตากับสามีด้วยแววตาออดอ้อนน่าเวทนา "เพคะท่านอ๋อง... หม่อมฉันมีใจบริสุทธิ์ยิ่งนัก"
"บริสุทธิ์รึ?" มุมปากของท่านอ๋องกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่หาดูได้ยาก รอยยิ้มที่มิได้ไปถึงดวงตา "ในเมื่อเจ้าบอกว่าบริสุทธิ์ และซุปชามนี้ไม่มีพิษภัยอันใด... เช่นนั้น เจ้าก็ดื่มมันเสียต่อหน้าเปิ่นหวาง"
สิ้นคำพูดนั้น ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางห้องโถงใหญ่!
รอยยิ้มบนใบหน้าของมู่หรงหว่านเอ๋อร์แข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจขีดสุด สีหน้าของนางซีดเผือดลงทันทีราวกับคนตาย "ทะ... ท่านอ๋อง... ตรัสว่ากระไรนะเพคะ?"
"เปิ่นหวางบอกให้เจ้า 'ดื่ม' ซุปถ้วยนั้นเสีย" หลงเฟิงเฉินทวนซ้ำ น้ำเสียงเยียบเย็นดุจก้อนน้ำแข็งจากหุบเขาหมื่นปี "ในเมื่อมันเป็นซุปบำรุงครึ่งปีที่เจ้าต้มด้วยความรักและความหวังดี ย่อมต้องมีประโยชน์ต่อร่างกายมิใช่หรือ? ไฉนเลยเจ้าต้องมีสีหน้าหวาดกลัวปานจะถูกส่งตัวไปลานประหารเช่นนั้นเล่า?"
"หม่อมฉัน... หม่อมฉัน..." มู่หรงหว่านเอ๋อร์ละล้าละลัง ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มแผ่นหลัง ยาพิษสลายกระดูกชามนั้นนางเป็นผู้สั่งให้คนแอบใส่เข้าไปด้วยมือตนเองเพื่อหวังปลิดชีวีสวี่ว่านชิง หากให้นางดื่มลงไป มีหวังลำไส้คงขาดเป็นท่อนๆ สิ้นใจตายคาที่อย่างแน่นอน!
สวี่ว่านชิงลอบมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเยาะในดวงตา นางไม่ได้เอวาจาซ้ำเติมแม้แต่คำเดียว ปล่อยให้ความเงียบและอำนาจกดดันของสามีค่อยๆ บดขยี้จิตใจของอนุภรรยาผู้เจ้าเล่ห์ทีละน้อย
นี่คือความคาดไม่ถึงที่มู่หรงหว่านเอ๋อร์ไม่มีทางคำนวณไว้ล่วงหน้า... นางคิดว่าท่านอ๋องผู้เย็นชาจะเข้าข้างนางผู้เป็นอนุที่รู้จักเอาอกเอาใจ เช่นเดียวกับทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ทว่า นางกลับลืมไปว่า... หลงเฟิงเฉินผู้นี้ ไม่ใช่บุรุษที่จะยอมให้ใครมาเล่นละครตบตาในอาณาเขตของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเป้าหมายของการกลั่นแกล้งนั้น คือสตรีที่เขาสงวนท่าทีและเฝ้ามองมาโดยตลอด
"ทำไมรึ?" หลงเฟิงเฉินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้อาภรณ์ปักดิ้นทองก้าวเดินลงมาจากแท่นประทับทีละก้าว เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงดุจเสียงกลองศึกที่บดขยี้ขวัญศัตรู เขากวาดสายตามองอนุภรรยาที่กำลังหมอบราบคาบกับพื้นด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ "หรือว่าซุปชามนี้ มีความลับอะไรที่เจ้าไม่กล้าให้เปิ่นหวางล่วงรู้?"
"ท่านอ๋องโปรดเมตตา! หม่อมฉัน... หม่อมฉันปวดท้องกระทันหัน... เกรงว่าจะรับประทานสิ่งใดมิได้เพคะ!" มู่หรงหว่านเอ๋อร์แก้ตัวเสียงสั่นเครือ พยายามคลานถอยหลังหนีถ้วยกระเบื้องเคลือบที่บ่าวไพร่ยกเข้ามาจ่อตรงหน้า
"ปวดท้องรึ?" หลงเฟิงเฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาดุร้ายไร้ซึ่งความปรานี "ในเมื่อเจ้าไม่กล้าดื่ม งั้นให้บ่าวรับใช้เป็นผู้ดื่มแทนดีหรือไม่? หรือจะให้เปิ่นหวางสั่งโบยเจ้าสักยี่สิบไม้ฐานใส่ความพระชายาเอกดีเล่า!"
บรรยากาศในห้องโถงตึงเครียดจนแทบจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ บ่าวไพร่ต่างหมอบกราบตัวสั่นงันทับกันเป็นชั้นๆ ไม่มีใครกล้าหายใจแรงแม้แต่คนเดียว
สวี่ว่านชิงปรายตามองสามีที่ยืนอยู่เคียงข้าง กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังและเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาห่อหุ้มร่างของนางไว้ หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาต่อความสัมพันธ์ในเรือนหลังกลับไหววับขึ้นมาอย่างประหลาด นางไม่เคยคิดเลยว่า... บุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมดั่งอสูรกายผู้นี้ จะเลือกยืนหยัดเคียงข้างนางในยามที่ถูกปองร้ายอย่างเปิดเผยเช่นนี้
ทว่า ในขณะที่เกมการประชันฝีปากกำลังจะจบลงด้วยชัยชนะอันเด็ดขาดของฝั่งพระชายาเอก สายลมวูบหนึ่งก็พัดผ่านหน้าต่างบานแกะสลักเข้ามาอย่างผิดฤดูกาล กลิ่นหอมจางๆ ของดอกอู๋ถงป่าลอยมาแตะจมูก พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต
"ฮูหยินรองช่างน่าสงสารยิ่งนัก... ไฉนท่านอ๋องจึงทรงใช้วิธีการอันรุนแรงเช่นนี้กับสตรีอ่อนแอเล่าพะยะค่ะ?"
สุ้มเสียงนุ่มนวลทว่าแฝงไว้ด้วยคมมีดซ่อนเลือดดังขึ้นที่หน้าประตูห้องโถง
สวี่ว่านชิงหันขวับไปมองทันที ดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อพบว่าผู้มาใหม่คือใคร...
ร่างสูงโปรสง่างามในชุดขุนนางชั้นสูงปักลายกิเลนสีคราม องค์ชายสามหลงจิ้งแย้มยิ้มบางเบาเดินก้าวเข้ามาท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ในมือของเขากำราชสำนักโควตารับสั่งฉบับใหม่ที่เพิ่งส่งตรงมาจากวังหลวงสดๆ ร้อนๆ
และประโยคถัดมาที่หลงจิ้งเอ่ยขึ้น ก็ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของสวี่ว่านชิงและหลงเฟิงเฉินต้องแข็งค้างทันที...
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับพงศาวดารมีชีวิตเสมอนะครับ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ•ตอนที่ 5
การประชันฝีปากในห้องโถงใหญ่
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!