กลิ่นหอมจางๆ ของหมึกปี้ซานที่หมักด้วยกฤษณาและชะมดเชียง ลอยอวลอยู่ในความเงียบงัดของยามรัตติกาล แสงจากโคมกระดาษทาน้ำมันวาวสีนวลส่องกระทบให้เห็นละอองฝุ่นระยิบระยับที่ลอยล่องในอากาศ ราวกับห้วงดาราจักรขนาดย่อมที่ถูกกักขังไว้ในห้องทรงอักษรส่วนพระองค์ของท่านอ๋องประจิม
สวี่ว่านชิงก้าวเท้าเหยียบลงบนพื้นไม้ขัดมันอย่างเงียบเชียบ ปลายรองเท้าปักลายดอกเหมยแทบไม่ส่งเสียงใดๆ นางสวมอาภรณ์สีดำสนิทกลมกลืนกับรัตติกาล เส้นผมสีดำขลับถูกรวบเก็บอย่างทะมัดทะแมงด้วยปิ่นไม้จันทน์ ภายใต้ใบหน้างามสงบที่ประดับด้วยความเยือกเย็น ดุจผิวน้ำในบึงลึกไร้ระลอกคลื่น ทว่าหัวใจใต้ร่มผ้ากลับเต้นระรัวเป็นจังหวะกระชั้นชิด นางมิได้มาที่นี่เพื่อเสพสุนทรียะแห่งอักษรศิลป์ แต่เพื่อค้นหา "บัญชีลับ" ที่เชื่อมโยงระหว่างขุนนางฝ่ายกบฏในราชสำนัก กับเครือข่ายลับขององค์ชายสามหลงจิ้ง
นิ้วเรียวดั่งลำหยกพลิกเปิดแฟ้มฎีกาบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีอย่างระมัดระวัง ทุกการเคลื่อนไหวต้องคำนวณอย่างแม่นยำราศีกำหนด ดวงตาดอกท้อหรี่ลงเล็กน้อยกวาดมองตัวอักษรจีนตัวบรรจงที่จดบันทึกเส้นทางการเดินเรือและการขนถ่ายอาวุธเถื่อน
*ช่างอุกอาจนัก... ขุนนางเหล่านี้กล้าสูบเลือดเนื้อราษฎรเพื่อสะสมกำลังพลเตรียมก่อการกบฏจริงๆ* ในใจนางระอุด้วยเพลิงโทสะ แต่นางรู้ดีว่ายามนี้ความโกรธเกรี้ยวคือศัตรูตัวฉกาจที่สุด สวี่ว่านชิงหยิบกระดาษสาแผ่นบางขึ้นมาเตรียมคัดลอกรายชื่อสำคัญ ทว่าฉับพลันนั้น สัญชาตญาณแพทย์หญิงและยอดกุนซือก็กรีดร้องเตือนภัยในโสตประสาท
*เสียงฝีเท้า...*
ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของเวรยามหน้าเรือนที่เดินตรวจตราตามเวลา แต่มันเป็นฝีเท้าที่หนักแน่น มั่นคง และคุ้นเคยยิ่งจนน่าหวาดหวั่น—ฝีเท้าของหลงเฟิงเฉิน!
ปัง!
บานประตูไม้แกะสลักลวดลายมังกรทะยานฟ้าถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำปักดิ้นทองของท่านอ๋องประจิมก้าวเข้ามาด้วยรัศมีคุกคามดุจพญาเสือดาวที่พบผู้บุกรุกในอาณาเขต ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองสตรีที่ยืนอยู่หลังโต๊ะทรงอักษร ความมืดมิดในห้องไม่อาจบดบังประกายความเย็นยะเยือกในดวงตาคู่นั้นได้เลย
บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก สวี่ว่านชิงชะงักมือที่ถือกระดาษสา แต่นางมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางค่อยๆ วางกระดาษแผ่นนั้นลงอย่างสง่างาม เงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นสวามีด้วยแววตานิ่งสนิท ราวกับแมวน้อยที่กำลังท้าทายพยัคฆ์ร้าย
"ยามวิกาลเช่นนี้... ฮูหยินของเปิ่นหวังคงมิได้หลงทางมาชมจันทร์ในห้องหนังสือหรอกกระมัง" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น แฝงไปด้วยความเย้ยหยันอันตราย ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นอายคาวเลือดสนามรบจางๆ ลอยมาแตะนาสิก บ่งบอกว่าเขารabศึกหนักมาจากท้องพระโรงและเพิ่งควบม้ากลับมาถึงจวน
"หม่อมฉันเพียงนอนไม่หลับ จึงอยากมาหาตำราประวัติศาสตร์สักเล่มอ่านแก้เบื่อเพคะ" สวี่ว่านชิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้รอยสั่นเครือ แม้แผ่นหลังจะเริ่มมีเหงื่อเย็นซึมออกมาบ้างแล้วก็ตาม
หลงเฟิงเฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาหยุดยืนห่างจากนางเพียงคืบเดียว ส่วนสูงที่เหนือกว่าทำให้นางต้องแหงนหน้ามองเล็กน้อย ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องลึกเข้าไปในดวงตานาง ราวกับต้องการทะลวงเข้าไปอ่านความคิดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มเยือกเย็นนั้น
"ตำราประวัติศาสตร์หรือ? เหตุใดตำราของเปิ่นหวังจึงหน้าตาคล้าย... รายชื่อขุนนางทุจริตที่องค์ชายสามกำลังตามหาเล่า?"
นิ้วแกร่งเอื้อมออกไปหยิบกระดาษสาแผ่นที่นางเพิ่งวางลงขึ้นมาพิจารณาช้าๆ ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องหนังสืออีกครั้ง ทว่ามันคือความเงียบก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ สวี่ว่านชิงขบกรามแน่น สมองหมุนเร็วจี๋เพื่อหาทางออกในสถานการณ์ที่เพลี่ยงพล้ำนี้ นางรู้ดีว่าหากตอบไม่ดี ชีวิตของนางอาจหาญกล้าท้าทายพญายมเกินไปแล้ว
ทว่า ก่อนที่สวี่ว่านชิงจะได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ หลงเฟิงเฉินกลับมิได้โกรธเกรี้ยวอย่างที่คาดการณ์ไว้ มุมปากของเขาแย้มยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และลึกล้ำเกินกว่าจะหยั่งถึง เขาก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของนาง จนเส้นผมสีดำเคลียคลออยู่กับแก้มเนียน
"ฉลาดนัก... ชายารักของเปิ่นหวัง" เขาเอ่ยเสียงกระซิบพร่าต่ำที่ชวนให้ขนลุกชัน "เจ้าอยากกระชากหน้ากากพวกมันนักใช่ไหม? งั้นคืนนี้... เปิ่นหวังจะยอมเป็น 'ดาบ' ให้เจ้าใช้ล้างบางพวกมันด้วยมือของตัวเอง"
สวี่ว่านชิงเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ยามที่นางกำลังจะเอ่ยปากถามถึงแผนการบ้าบิ่นของเขา เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูรัวเร็วจากภายนอกก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงขององครักษ์เงาตะโกนรายงานด้วยความตื่นตระหนกหน้าห้อง "มหาดเล็กจากวังหลวง... นำ 'ราชโองการลับฉบับด่วนที่สุด' มาส่งถึงพระองค์พ่ะย่ะค่ะ!"
หลงเฟิงเฉินชะงัก ดวงตาคมกริบหันไปมองบานประตูสลับกับใบหน้าของสวี่ว่านชิงที่มีแววตาสงสัยระคนตื่นตัว เขายื่นมือหนามาควับข้อมือนางไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้ถอยหนี ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นเฉียบขาด
"เข้ามา!"
ประตูห้องหนังสือถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง องครักษ์หนุ่มก้าวเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า พร้อมกับยองส่งกล่องไม่ประทับตราผนึกสีชาดที่ส่งตรงจากเขตพระราชฐานชั้นใน รอยประทับตรามังกรทองบนนั้นเด่นชัดจนสะดุดตา และทันทีที่หลงเฟิงเฉินแกะผนึกออก กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ เพียงบรรทัดเดียว รัศมีสังหารรอบกายเขาก็ระเบิดออกมาจนสวี่ว่านชิงถึงกับต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับพงศาวดารมีชีวิตเสมอนะครับ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ•ตอนที่ 12
บัญชีลับในห้องหนังสือ
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!