กลิ่นหอมละมุนของชาผู่เออร์หมักบ่มสามสิบปีลอยอวลกรุ่นอยู่เบื้องหน้า ทว่าบรรยากาศภายในห้องหนังสือลับของตำหนักอ๋องประจิมกลับเยียบเย็นราวน้ำค้างแข็งในยามเหมันต์ ปลายพู่กันขนหมาป่าในมือของหลงเฟิงเฉินหยุดชะงักลงกลางอากาศ หยดหมึกสีดำสนิทหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนกระดาษซวนจื่อชั้นดี แต้มเป็นรอยด่างราวกับคราบโลหิตบนผืนหิมะ
ดวงเนตรคมกริบดุจพญาอินทรีย์เงยขึ้นสบกับสตรีผู้ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า สวี่ว่านชิงในชุดคลุมผ้าไหมปักลายเหมืองหมอกสีครามเข้ม หาได้มีความหวาดหวั่นต่อรัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจากบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็น "เทพสงครามผู้ไร้พ่าย" แม้แต่น้อย แววตาของนางนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก สะท้อนภาพของเขาผู้กุมชะตากรรมของคนนับล้านไว้ในกำมือ
"เจ้ากำลังบอกให้เปิ่นหวาง... ยอมถอยรึ?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบสนทนาแต่ทว่ากดดันจนลมหายใจสะดุด หลงเฟิงเฉินวางพู่กันลงช้าๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ฉลองพระองค์สีเข้มก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านออกมาราวกับสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องอาณาเขต "ฮ่องเต้ส่งราชโองการปีกทองมาสามฉบับติดต่อกัน เพื่อบีบให้เปิ่นหวางส่งมอบคลังเสบียงแดนประจิมและปลดอาวุธกองทัพพิทักษ์ชายแดน องค์ชายสามหลงจิ้งกำลังรอจังหวะนี้เพื่อสอยเปิ่นหวางให้ร่วงหล่นจากบัลลังก์ หากถอยตอนนี้... เท่ากับเอาคอไปพาดไว้บนแท่นประหาร"
สวี่ว่านชิงไม่ถอยร่น นางเพียงขยับกายเข้าใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ประจำกายของนางเจือปนไปกับกลิ่นสมุนไพรจีนอันผ่อนคลาย มือเรียวบางเอื้อมออกไปแตะลงบนข้อมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสนามรบของเขาอย่างถือวิสาสะ ทว่าสัมผัสแผ่วเบานั้นกลับหยุดยั้งความเกรี้ยวกราดของพยัคฆ์ร้ายลงได้ชะงัก
"ท่านอ๋องทรงตรัสถูก... หากเป็นการ 'ถอย' อย่างคนไร้ทางสู้ ย่อมเท่ากับรนหาที่ตาย" ว่านชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นทุกถ้อยคำ "แต่ที่หม่อมฉันเสนอ หาใช่การพ่ายแพ้... แต่คือการ 'ถอยเพื่อรุก' ต่างหากเพคะ"
หลงเฟิงเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย ปล่อยให้นางกุมข้อมือไว้ ความอบอุ่นจากปลายนิ้วของนางซึมซาบผ่านผิวหนังเข้าสู่หัวใจที่ด้านชาจากการฆ่าฟันมาค่อนชีวิต "อธิบายแผนของเจ้ามา"
"ราชสำนักต้องการเสบียงและอำนาจทหาร เพื่อให้องค์ชายสามใช้เป็นบันไดไต่เต้าสู่ตำแหน่งรัชทายาท หากเราขัดขืนโดยตรง ย่อมเข้าทางพวกมันที่พร้อมจะสาดโคลนใส่ร้ายว่าท่านอ๋องคิดกบฏต่อแผ่นดิน" ว่านชิงหมุนตัวเดินไปยังโต๊ะวางแผน นางหยิบหมากสีดำขึ้นมาวางลงบนกระดานไม้จันทน์หอม "สู้เราโยนเนื้อชิ้นโตให้สุนัขแย่งกันกินเสียเองไม่ดีกว่าหรือเพคะ?"
จังหวะนั้นเอง ดวงตาคู่สวยของนางก็ฉายประกายเจ้าเล่ห์อย่างที่หาดูได้ยาก "เราจะทำทีเป็นยอมถอยกองกำลังครึ่งหนึ่งออกจากเมืองหลวง อ้างเหตุผลเรื่องโรคระบาดและเสบียงไม่เพียงพอ ทำให้องค์ชายสามและขุนนางฝ่ายใต้ตายใจ ว่าพวกเขาสามารถบีบบังคับท่านอ๋องได้สำเร็จ เมื่อความโลหิตเข้าครอบงำ พวกเขาจะรีบส่งคนเข้าควบคุมคลังเสบียงแดนประจิมด้วยความเร่งรีบ... และนั่นคือจุดพลาดมหันต์"
"เสบียงเหล่านั้น..." หลงเฟิงเฉินเริ่มตามความคิดล้ำลึกของนางทัน มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเยือกเย็น "หาใช่เสบียงธรรมดาไม่"
"ถูกเพคะ" ว่านชิงแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามดั่งบุปผาแรกแย้มในเหมันต์ แต่น่ากลัวเสียยิ่งกว่ายาพิษเจ็ดป่าช้า "หม่อมฉันได้สั่งให้คนแอบเปลี่ยนถ่ายข้าวสารในคลังเหล่านั้น เป็นธัญพืชหมักพิษไร้สีไร้กลิ่น เมื่อผู้ใดบริโภคเข้าไป จะแสดงอาการคล้ายโรคหอบหืดกำเริบอย่างเฉียบพลันภายในเจ็ดวัน ไร้หมอคนใดในAแผ่นดินรักษาหาย ยกเว้นตัวหม่อมฉันเอง... และที่สำคัญ หลงจิ้งจะต้องนำเสบียงเหล่านี้ไปแจกจ่ายให้กองทัพหลวงและราษฎรในเมืองหลวงเพื่อซื้อความนิยม"
คำกล่าวนี้ทำให้หลงเฟิงเฉินถึงกับต้องมองสตรีตรงหน้าใหม่อีกครั้ง แววตาของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัว มีเพียงความลุ่มหลงและชื่นชมในสติปัญญาอันไร้ขีดจำกัดของภรรยาเอกผู้นี้ นางมิเพียงแต่แก้เกม แต่ยังพลิกกระดานโดยใช้ความโลภของศัตรูมาเป็นอาวุธสังหารพวกมันเองอย่างแนบเนียน
"เจ้าช่าง... ร้ายกาจยิ่งนัก ฮูหยินของเปิ่นหวาง" น้ำเสียงของเขาเจือความระอาแกมเอ็นดู มือหนายกขึ้นลูบไล้กรอบหน้าเนียนนุ่มของนางอย่างทะนุถนอม "หากศัตรูรู้ว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลังกลยุทธ์นี้ พวกมันคงกินนอนไม่หลับไปตลอดชีวิต"
"หม่อมฉันเพียงปกป้องสิ่งที่ควรปกป้องเพคะ" ว่านชิงเอียงแก้มแนบฝ่ามืออุ่นของเขาชั่วครู่ ก่อนจะผละออกอย่างมีมารยาท "แต่นี่ยังไม่ใช่ทั้งหมด... การถอยของเรา จะต้องมีพยานยืนยันความจงรักภักดีอย่างสมบูรณ์แบบ อนุภรรยามู่หรง..."
เพียงเอ่ยชื่อนี้ บรรยากาศรอบตัวก็กลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง
"นางทำไมหรือ?" หลงเฟิงเฉินขมวดคิ้วมุ่น เขามิเคยใส่ใจอนุภรรยาผู้นี้เลยแม้แต่น้อย นางเป็นเพียงหมากที่ถูกส่งมาโดยตระกูลมู่หรงเพื่อสอดแนมเขาในจวนอ๋องเท่านั้น
"นางคือเครื่องเซ่นสังเวยที่สมบูรณ์แบบที่สุดในหมากกระดานนี้เพคะ" ว่านชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความปรานี "มู่หรงหว่านเอ๋อร์กระหายอำนาจและต้องการกำจัดหม่อมฉันมาโดยตลอด หากเราปล่อยข่าวลับให้ฮูหยินรองล่วงรู้ว่า ท่านอ๋องกำลังจะส่งมอบบัญชีลับกองทัพให้องค์ชายสามผ่านนาง นางย่อมต้องรีบฉวยโอกาสนี้ติดต่อกับองค์ชายสามด้วยตนเองเพื่อสร้างผลงานใหญ่หลวง"
"เจ้าต้องการให้นางเป็นสะพานเชื่อมระหว่างเรากับองค์ชายสาม เพื่อส่งหลักฐานเท็จ?"
"มิใช่หลักฐานเท็จเพคะ... แต่เป็นหลักฐานจริงครึ่งเท็จครึ่ง ที่จะทำให่องค์ชายสามดิ้นไม่หลุด" ว่านชิงหรี่ตาลงมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ซึ่งความมืดมิดของราตรีกาลกำลังปกคลุมไปทั่วอาณาจักร "ฮ่องเต้ทรงระแวงท่านอ๋อง แต่พระองค์ทรงหวาดกลัวการกบฏยิ่งกว่าสิ่งใด หากพบว่าองค์ชายสามติดต่อลับๆ กับอนุภรรยาในจวนอ๋องเพื่อขโมยแผนที่กองทัพ... พระองค์จะทรงคิดอย่างไรเพคะ?"
หลงเฟิงเฉินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม "ฮ่องเต้ผู้มากด้วยความระแวง จะทรงคิดว่าองค์ชายสามกำลังสมคบคิดกับเปิ่นหวางเพื่อชิงบัลลังก์... และพระองค์จะทรงลงมือจัดการโอรสของตนเองอย่างเลือดเย็นที่สุดโดยที่เปิ่นหวางไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อย"
หมากกระดานนี้... องค์ชายสามและฮ่องเต้ทรงพลาดอย่างมหันต์ตั้งแต่ก้าวแรกที่คิดจะต่อกรกับพยัคฆ์แห่งแดนประจิมและหมอเทวดาผู้กุมสติปัญญาแห่งยุค
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนขั้นตอนสุดท้ายอย่างรัดกุม เสียงเคาะประตูด้านนอกสามครั้งก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงรายงานอันสั่นเครือของพ่อบ้านจางที่หน้าห้อง
"ท่านอ๋อง! ฮูหยินเอก! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!"
หลงเฟิงเฉินและสวี่ว่านชิงสบตากันนิ่ง สัญชาตญาณเตือนภัยแล่นริ้วขึ้นในโสตประสาท พ่อบ้านจางผู้สุขุมเยือกเย็นมาตลอดหลายปี เหตุใดจึงมีน้ำเสียงตื่นตระหนกถึงเพียงนี้
"เข้ามา!" หลงเฟิงเฉินตวาดกร้าว
ประถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างของพ่อบ้านจางทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อกาฬไหลโทรมกาย มือที่ยกขึ้นประสานคารวะสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้
"เรียน... เรียนท่านอ๋อง มีราชโองการด่วนจากในวังหลวงพญาอินทรีย์ทองคำ... ถือโดยขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ มาถึงหน้าตำหนักแล้วขอรับ..." พ่อบ้านจางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องแข็งค้างในพริบตา "พระองค์ทรงมีรับสั่ง... ให้ฮูหยินเอกสวี่ว่านชิง เข้าเฝ้าเป็นการด่วนในยามวิกาลนี้ทันที โดยมิอาจปฏิเสธได้... และ... และ..."
"และอะไร? พูด!" หลงเฟิงเฉินก้าวเข้าไปกระชากคอเสื้อพ่อบ้านจางด้วยความโกรธเกรี้ยว แววตาดุจซาตานลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ
"และในราชโองการระบุว่า... ทรงทราบเรื่องที่ฮูหยินเอกกุมความลับเรื่องยาพิษในคลังเสบียงแล้ว... มีคน... มีคนนำความลับนี้ไปทูลถวายฮ่องเต้ก่อนที่เราจะเริ่มเดินหมากแล้วขอรับ!"
สวี่ว่านชิงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบกลับหยุดชะงักลง มีหนอนบ่อนไส้... และคนผู้นั้นต้องรู้เรื่องแผนการทั้งหมดของนางอย่างละเอียดถี่ถ้วน!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับพงศาวดารมีชีวิตเสมอนะครับ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ•ตอนที่ 22
หมากกระดานนี้ฮ่องเต้พลาดแล้ว
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!