ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ•ตอนที่ 19

คำสารภาพในยามวิกาล

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
กลิ่นอายโสมภูเขาและยาจีนขมปร่าคละคลุ้งหนาแน่นในตำหนักเยือกเย็น ปลายเทียนสีชาดสะบัดไหววูบวาบตามแรงลมราตรีที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลักลายเมฆา ยามนี้ สวี่ว่านชิงกำลังใช้เข็มเงินเก้าเล่มสะกดจุดชีพจรบริเวณหัวใจของบุรุษเบื้องหน้าอย่างแม่นยำ ทุกหยดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นบนหน้าผากมนสะท้อนความตึงเครียดของสถานการณ์ หลงเฟิงเฉินในยามปกติคือพญายมผู้กุมอำนาจกองทัพประจิม ผู้คนต่างเกรงกลัวความเยือกเย็นและดุร้ายของเขา ทว่ายามนี้ อาการธาตุไฟเข้าแทรกจากพิษกู่โบราณที่ฝังรากลึกในกายกำลังแผดเผาเขาจนร่างหนาสั่นเทิ้ม เม็ดเหงื่อกาฬไหลรินตามกรอบหน้าคมคายที่ซีดเผือดริมฝีปากแห้งผากจนแตกเป็นรอย "ท่านอ๋อง หากท่านยังฝืนโคจรลมปราณต้านพิษ เกรงว่าเส้นโลหิตหัวใจจะแหลกสลายก่อนที่ยาล้างพิษหม้อนี้จะเคี่ยวเสร็จ" ว่านชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับไหววูบด้วยความกังวล นางกดปลายนิ้วลงบนจุดซ่านจงเพื่อสกัดกั้นกระแสพิษไม่ให้แล่นเข้าสู่สมอง แต่มือเรียวบางกลับถูกมือหนาที่ร้อนราวกับเตาไฟคว้าจับไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล แรงบีบนั้นหนักหน่วงราวกับคีมเหล็ก ทว่าสั่นเทาเล็กน้อยอย่างที่บุรุษผู้ยิ่งใหญ่ไม่เคยแสดงให้ผู้ใดเห็น "ว่าน... ชิง..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้แหบพร่าและเจือไปด้วยความทรมาน หลงเฟิงเฉินปรือเปลือกตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบที่เคยดุดันและมองทะลุเล่ห์กลในราชสำนักมานักต่อนัก บัดนี้กลับเจือด้วยประกายความเปราะบางอย่างประหลาด ว่านชิงชะงัก นางพยายามดึงมือออกแต่มือของเขากลับกุมไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม ราวกับนั่นคือสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังกลืนกินสติสัมปชัญญะของเขา "ปล่อยก่อนเพคะ ท่านกำลัง..." "เจ้าเกลียดข้ามากใช่หรือไม่..." หطعเฟิงเฉินแทรกขึ้น น้ำเสียงของเขาขาดเป็นห้วงๆ ลมหายใจร้อนผ่าวรดลงบนหลังมือของนาง "เกลียดความโหดเหี้ยม เกลียดจวนอ๋องหลังนี้... และเกลียดบุรุษเช่นข้า" ว่านชิงนิ่งงัน นางมองใบหน้าที่มักจะสวมหน้ากากเย็นชาและคำนวณผลได้ผลเสียอยู่เสมอยามอยู่ในราชสำนัก ทว่าในยามที่ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม หน้ากากเหล่านั้นกลับหลุดร่วงจนหมดสิ้น เหลתกลอุบายขององค์ชายสาม หรือแผนร้ายของฮูหยินรองมู่หรง ล้วนไม่มีพื้นที่หลงเหลืออยู่ในห้วงคำนึงของเขาอีกต่อไป "หม่อมฉันเป็นแพทย์ การรักษาท่านคือหน้าที่..." นางพยายามตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นตามวิสัยของยอดกุนซือผู้ครองสติ "หน้าที่..." มุมปากของหลงเฟิงเฉินยกยิ้มฝืดเฝื่อน รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดเสียดแทงหัวใจ "หึ... สำหรับเจ้า ข้าเป็นได้แค่หน้าที่สินะ... ต่อให้ข้าพลิกแผ่นดิน สังหารคนนับหมื่นเพื่อปกป้องเจ้า... ในสายตาเจ้า ข้าก็เป็นเพียงคนอำมหิตที่น่าหวาดกลัวอยู่ดี" ว่านชิงเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจที่เคยตั้งกำแพงไว้อย่างมั่นคงกลับสั่นคลอนอย่างรุนแรง คำพูดของเขาราวกับคมมีดที่กรีดลึกลงในความรู้สึก นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้พร้อมทำลายล้างทุกสิ่งเพื่อความปลอดภัยของนาง แม้กระทั่งการประกาศสงครามกับราชบัลลังก์ แต่นางไม่เคยคิดเลยว่า ภายใต้ความเยือกเย็นดุร้ายนั้น จะมีร่องรอยของความหวาดกลัวที่จะสูญเสียนางซ่อนอยู่ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ "ท่านอ๋อง เพ้อเจ้ออะไรกัน ดื่มยา..." "อย่าเพิ่งพูดเรื่องยา..." หลงเฟิงเฉินดึงรั้งมือนางให้เข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ร่างกายของเขาร้อนจัดจนว่านชิงรู้สึกได้ผ่านเนื้อผ้า นัยน์ตาคมล้ำลึกคู่นั้นจ้องมองนางราวกับจะสลักภาพใบหน้านี้ไว้ในดวงวิญญาณ "หากคืนนี้... ข้าไม่รอดพ้นเงื้อมมือของพิษนี้... เจ้า... จะเสียใจสักนิดหรือไม่" น้ำเสียงของเขาแผ่วเบาลงเรื่อยๆ แต่ทุกถ้อยคำกลับหนักอึ้งดึงดูดวิญญาณของผู้ฟัง "สิ่งที่ข้าเก็บงำไว้... ความรู้สึกที่ไม่อาจเอ่ยให้ผู้ใดล่วงรู้... ข้ากลัวเหลือเกินว่า หากหมดลมหายใจไปตอนนี้ ข้าจะไม่มีวันได้บอกเจ้า..." ความเงียบเข้าปกคลุมตำหนักชั่วขณะ มีเพียงเสียงเดือดของยาจีนในเตาและเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของคนทั้งสอง ว่านชิงสูดหายใจเข้าลึก นัยน์ตาคู่สวยที่เคยฉลาดเฉลียวและมั่นคงมาตลอดกลับเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสอย่างไม่รู้ตัว นางเป็นแพทย์ที่ช่วยชีวิตคนมานับไม่ถ้วน แต่กลับไม่เคยรักษาแผลในใจของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องนางผู้นี้ได้เลย "ท่านจะไม่มีวันตาย... ข้าไม่ยอมให้ท่านตายเด็ดขาด หลงเฟิงเฉิน" ว่านชิงเอ่ยเสียงสั่น นางใชมืออีกข้างประคองใบหน้าคมคายนั้นไว้ สัมผัสได้ถึงความร้อนระอุและความเปียกชื้นของเหงื่อ "ท่านต้องมีชีวิตอยู่... เพื่อฟังคำตอบจากข้าด้วยตนเอง" หลงเฟิงเฉินแย้มยิ้มออกมาจางๆ เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดตั้งแต่ที่ว่านชิงเคยเห็น มือที่กุมมือOนางค่อยๆ คลายลงเล็กน้อย ก่อนที่เปลือกตาของเขาจะค่อยๆ ปิดสนิทลงด้วยความอ่อนล้า ร่างหนาทรุดฮวบลงพิงกับพนักเตียง ลมหายใจผ่อนเข้าออกแผ่วเบาราวกับเปลวเทียนที่ใกล้จะมอดดับ "ท่านอ๋อง! หลงเฟิงเฉิน!" ว่านชิงอุทานด้วยความตกใจ นางรีบคว้าข้อมือเขาเพื่อตรวจชีพจรทันที ปัง! เสียงประตูด้านนอกถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามืออันทรงพลัง พร้อมกับร่างสูงสง่าขององครักษ์เงาที่พุ่งเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือก ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนปิดไม่มิด "พระชายา!แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์เงาคุกเข่าลงเบื้องหน้าเตียงด้วยความเร่งรีบ "องค์ชายสามทรงนำราชโองการลับจากท้องพระโรงมาถึงหน้าจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ! อีกทั้ง... พระราชโองการฉบับนี้ มีรับสั่งให้ปลดท่านอ๋องจากตำแหน่งแม่ทัพประจิมในทันที ข้อหากบฏต่อแผ่นดิน!" ว่านชิงชะงักค้าง มือที่กำลังถือเข็มเงินสั่นสะท้อน นัยน์ตาคู่คมกริบวาดประกายความเย็นยะเยือกขึ้นมาในทันที ท่ามกลางราตรีที่ไร้ซึ่งแสงจันทร์ เกมการเมืองในราชสำนักและเงื้อมมือมรณะของความตายกำลังบีบรัดเข้ามาพร้อมๆ กันอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับพงศาวดารมีชีวิตเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%