กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งหนาแน่นในห้องโถงใหญ่ของเรือนประจิม ไม่ได้มาจากกลิ่นอายความตายอันน่าสะพรึง หากแต่เป็นกลิ่นอายแห่งสงครามและความดุดันของบุรุษผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด หลงเฟิงเฉินทรุดกายลงนั่งบนตั่งไม้แกะสลักลวดลายมฆาผยอง อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นลายพยัคฆ์ทมิฬชุ่มโชกไปด้วยโลหิตสีเข้มจนเกือบกลายเป็นสีดำสนิท บาดแผลฉกรรจ์ลึกยาวบริเวณสีข้างซ้ายเกิดจากคมทวนเหล็กกล้าของศัตรูที่อาบยาพิษสลายกระดูก พิษร้ายกำลังกัดกินเนื้อหนังและแผ่ซ่านไอเย็นยะเยือกเข้าสู่หัวใจ ทว่าดวงเนตรคมกริบดั่งพยัคฆ์บาดเจ็บคู่นั้นกลับยังคงฉายแววดุดันเยือกเย็น ไม่ยอมเปล่งเสียงคร่ำครวญออกมาแม้แต่ครึ่งคำ
"ถอยออกไปให้หมด..."
สุ้มเสียงแหบพร่าทว่าทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเฉียบขาด ขณะที่บรรดาหมอหลวงและเหล่าองครักษ์ต่างหน้าซีดเผือด ทำอะไรไม่ถูกด้วยความตื่นตระหนก เพราะพิษในแผลนี้ร้ายแรงเกินกว่าที่ตำรับยาใดในสำนักแพทย์หลวงจะเยียวยาทัน
ร่างเพรียวบางในชุดอาภรณ์ผ้าแพรปักลายเหมันต์สีขาวบริสุทธิ์ก้าวเข้ามาท่ามกลางความตึงเครียด สวี่ว่านชิงไม่ได้มีแววตาตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย ดูก็รู้ว่านางตั้งสติไว้เหนือผู้ใดทั้งหมด ดวงหน้าละมุนที่มักเรียบเฉยบัดนี้กลับเคร่งขรึมจริงจังจนน่าเกรงขาม นางปรายตามองบาดแผลที่กำลังส่งกลิ่นเน่าเฟะเล็กน้อยก่อนจะก้าวเข้าไปหยุดยืนเบื้องหน้าบุรุษผู้ดื้อรั้นที่สุดในแผ่นดิน
"หากท่านยังดื้อดึงใช้ลมปราณสะกดพิษไว้เช่นนี้ เกรงว่าอีกหนึ่งเค่อ (สิบห้านาที) แขนซ้ายและหัวใจของท่านคงต้องถูกตัดทิ้งเพื่อรักษาชีวิต ร่างกายนี้เป็นของท่านอ๋องก็จริง แต่วิญญาณและลมหายใจของท่านในยามนี้... อยู่ภายใต้การตัดสินใจของข้า"
สวี่ว่านชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบราบแต่น้ำคำเด็ดขาดราวกับประกาศิต หลงเฟิงเฉินเงยหน้าขึ้นสบตานาง มุมปากหยักลึกยกยิ้มฝืนๆ ที่แฝงความเย้ยหยันในโชคชะตา แต่นัยน์ตาล้ำลึกคู่นั้นกลับทอประกายความอ่อนโยนล้ำลึกที่ซ่อนไว้ภายใต้ความโหดเหี้ยม
"เจ้ากล้าสั่งข้าหรือ... ฮูหยิน"
"ข้าไม่ได้สั่ง ข้ากำลังช่วยชีวิตสามีผู้โง่เขลาที่คิดจะเอาชนะความตายด้วยตัวคนเดียวต่างหาก"
ว่านชิงมิได้ต่อล้อต่อเถียง นางสะบัดแขนเสื้อเตรียมอุปกรณ์การแพทย์ที่ซ่อนไว้ในหีบไม้จันทน์หอมทันที มีดผ่าตัดเหล็กกล้าไร้สนิม เข็มเงินบริสุทธิ์ และขวดกระเบื้องเคลือบ บรรจุยาสنجสลบและยาสมานแผลที่นางปรุงขึ้นเองถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ ท่าทางคล่องแคล่วและเด็ดเดี่ยวของสตรีตรงหน้าทำให้เหล่าองครักษ์ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดเสียว
"เตรียมน้ำต้มเดือดและไฟสำหรับลนเข็ม" ว่านชิงออกคำสั่งกับบ่าวรับใช้ด้วยน้ำเสียงเฉียบคม
นางหันกลับมามองบุรุษผู้บาดเจ็บ หลงเฟิงเฉินไม่ได้ขัดขืนปล่อยให้นางจัดการตามใจชอบ เขารู้ดีว่ามีเพียงสตรีผู้นี้เท่านั้นที่สามารถดึงเขาหลุดพ้นจากเงื้อมมือของความตายได้ มือเรียวบางจรดลงบนอาภรณ์ชุ่มเลือด นางใช้กรรไกรคมกริบตัดผ้าแพรเนื้อดีออกอย่างไร้ความเสียดาย เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแกร่งกำยำที่เต็มไปด้วยบาดแผลเก่าและใหม่ รอยแผลเป็นนับไม่ถ้วนคือประจักษ์พยานแห่งสมรภูมิรบ ทว่าบาดแผลฉกรรจ์บริเวณสีข้างซ้ายในยามนี้กลับน่ากลัวที่สุด ขอบแผลเป็นสีดำคล้ำและมีเลือดสีคล้ำไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย
"ขั้นตอนนี้จะเจ็บปวดเจียนตาย... หากท่านทนไม่ไหว ให้กัดแขนเสื้อข้าไว้" ว่านชิงเอ่ยเสียงเบาลงเล็กน้อย ยามที่ปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนผิวเนื้อร้อนรุ่มของเขา นางรู้สึกได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา
หลงเฟิงเฉินส่ายหน้าเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตานาง "ข้าผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน... แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ข้ากลัวตายเท่าครั้งนี้"
"เหตุใดจึงกลัว?" นางถามขณะจดจ่ออยู่กับการใช้มีดผ่าตัดกรีดลงบนเนื้อที่ถูกพิษกัดกิน
"เพราะหากข้าตาย... ใครจะปกป้องเจ้าจากเงื้อมมือของพวกสุนัขจิ้งจอกในราชสำนัก" เขาตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ความเจ็บปวดจากการถูกคมมีดกรีดลงบนเนื้อหนังทำให้เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผาก คมเขี้ยวขบเม้มริมฝีปากจนห่อเลือด แต่สายตากลับไม่ละไปจากใบหน้าอันงดงามที่เต็มไปด้วยความตั้งใจของภรรยาเลยแม้แต่น้อย
ห้องโถงใหญ่เงียบสงัดจนได้ยินแต่เสียงลมหายใจหอบกระชั้นและเสียงโลหิตหยดลงบนพื้น สวี่ว่านชิงกัดริมฝีปากแน่น เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นตามไรผม นางต้องทำงานแข่งกับเวลา พิษสลายกระดูกกำลังลุกลามเข้าสู่เส้นเลือดใหญ่ ปลายนิ้วเรียวที่ถือคีมคีบเศษเนื้อตายและโลหิตพิษออกอย่างแม่นยำไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ความสามารถระดับแพทย์มือหนึ่งจากยุคสมัยปัจจุบันผสานกับความรู้ด้านสมุนไพรโบราณทำให้นางสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ทว่าความตึงเครียดในอากาศกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย
ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยาม (สองชั่วโมง) เต็ม แผลฉกรรจ์ก็ถูกทำความสะอาด เย็บปิดแผลด้วยไหมละลายพิเศษ และโรยด้วยผงยาถอนพิษสูตรลับของนางจนเสร็จสิ้น สวี่ว่านชิงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก อาภรณ์สีขาวของนางเปรอะเปื้อนคราบเลือดสีเข้มจนดูน่ากลัว แต่นางกลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย รีบใช้ผ้าสะอาดเช็ดพระพักตร์ที่ชุ่มเหงื่อให้หลงเฟิงเฉินอย่างอ่อนโยน
"ท่านรอดแล้ว..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา ร่างกายเริ่มอ่อนล้าจากการใช้สมาธิขั้นสูง
หลงเฟิงเฉินเอื้อมมือหนาที่สั่นเทาเล็กน้อยมาจับมือขวาของนางไว้แน่น ฝ่ามือของเขาร้อนผ่าวแต่มั่นคง ดวงตาคู่นั้นทอประกายความลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก "ข้าบอกแล้ว... ว่าพญายมยังไม่กล้ารับวิญญาณของข้าไปหรอก ในเมื่อข้ายังต้องอยู่ทวงคืนความยุติธรรมให้เจ้า"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังคลายความตึงเครียดลง เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมกับเสียงเคาะประตูรั้วเรือนประจิมก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง ขัดจังหวะความเงียบสงบยามราตรี
"รายงานท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เสียงขององครักษ์เอกดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก หลงเฟิงเฉินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ สวี่ว่านชิงหันไปมองที่ประตู สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในทันที ราวกับลางสังหรณ์บางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามา
ประตูด้านนอกถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างของพ่อบ้านชราวิ่งเข้ามาด้วยใบซีดเผือก ถือสาส์นประทับตราลับสีชาดฉบับหนึ่งในมือด้วยความสั่นเทา
"เรียนท่านอ๋อง... พระราชโองการลับจากฮ่องเต้... มีรับสั่งให้ปลดท่านอ๋องจากการควบคุมกองทัพประจิมในทันที และ... และมีคำสั่งให้จับกุมฮูหยินสวี่ว่านชิงในข้อหากบฏ วางยาปลิดชีพแม่ทัพใหญ่พ่ะย่ะค่ะ!"
สิ้นคำประกาศนั้น บรรยากาศในห้องโถงพลันเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด หลงเฟิงเฉินตวัดสายตาดุดันดั่งพยัคฆ์คลั่งขึ้นมองสาส์นในมือพ่อบ้านทันที เส้นเลือดปูดโปーンตามขมับแสดงถึงโทสะอันรุนแรงที่ระเบิดออกในอก
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับพงศาวดารมีชีวิตเสมอนะครับ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ•ตอนที่ 18
รอยแผลและการเยียวยา
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!