ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ•ตอนที่ 17

กลศึกยาพิษแห่งแดนเถื่อน

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
ความเงียบงันภายในกระโจมบัญชาการกองทัพประจิมยามราตรีนี้ หนักอึ้งเสียยิ่งกว่าขุนเขาทั้งลูก กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่เจือมากับสายลมหนาวจากชายแดนหาได้น่าสะพรึงกลัวเท่ากับหยดน้ำใสๆ ในขันสำริดบนโต๊ะไม้ทึบเบื้องหน้า สวี่ว่านชิงก้มลงมองผิวน้ำที่กระเพื่อมไหวเล็กน้อยตามแรงสั่นสะเทือนจากภายนอก นางหรี่ตาลง เส้นผมสีดำสนิทที่รวบไว้ด้วยปิ่นไม้เรียบง่ายสะท้อนกับแสงตะเกียงน้ำมันหอมสีนวล แววตาของแพทย์หญิงผู้ทะลุมิติมาสู่ยุคราชวงศ์อันผันผวนคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายแห่งความเยือกเย็นและเฉียบคม "เรียนชายแดนทิศอุดร... ทหารนับพันนายเริ่มมีอาการอาเจียนเป็นเลือด ดำคล้ำที่ริมฝีปาก และหมดสติไปตามๆ กันแล้วขอรับท่านกุนซือ!" เสียงรายงานจากนายกองทัพผู้หนึ่งดังขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผากของบุรุษร่างใหญ่ผู้ผ่านศึกมาโชกโชน แต่ยามนี้เขากลับทำอะไรไม่ถูกเมื่อเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ที่แม้แต่หมอหลวงมือหนึ่งยังต้องส่ายหน้า สวี่ว่านชิงมิได้เอ่ยวาจาใดในทันที นางเพียงแต่ยื่นมือเรียวขาวดั่งหยกสลักลงไปแตะสัมผัสผิวน้ำในขันสำริดนั้นอย่างแผ่วเบา ปลายเล็บแตะลงไปเพียงนิด นางก็สัมผัสได้ถึงรสฝาดเฝื่อนและกลิ่นฉุนประหลาดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกลิ่นดินปืน นี่ไม่ใช่โรคระบาดตามธรรมชาติ และไม่ใช่ความซอมซ่อของเสบียงกรัง แต่มันคือ "พิษพันลี้อัคนี" พิษโบราณที่สกัดจากรากไม้หายากในดินแดนเถื่อนแดนประจิม ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนลำไส้และทำลายระบบไหลเวียนโลหิตอย่างรวดเร็วภายในชั่วยามเดียว เงื้อมมือของใครกัน... ที่กล้าหมายจะตัดแขนตัดขาของหลงเฟิงเฉินด้วยการสังหารกองทัพนับหมื่นในคราวเดียว? "ไปเตรียมเตาต้มยาเก้าสำนัก... นำโสมร้อยปีที่ท่านอ๋องทรงเก็บรักษาไว้ในคลังสำรองออกมาทั้งหมด หั่นเป็นแผ่นบางเท่าปีกจักจั่น" เสียงหวานใสทว่าทรงพลังกังวานขึ้น สั่งการด้วยความเด็ดขาดราวกับแม่ทัพลงสนามรบเอง "แต่... แต่ว่าโสมนั่น..." นายกองลังเล "ถ้าทหารหมื่นนายตายที่นี่ เจ้าคิดว่าศีรษะบนบ่าของเจ้าจะยังอยู่ดีหรือ?" ว่านชิงตวัดสายตากลับมามองเพียงวูบเดียว นายกองผู้นั้นก็สะท้านเฮือก รีบประสานมือคำนับแล้ววิ่งออกไปสั่งการทันทีโดยไม่กล้าเอ่ยคำท้วงติงใดอีก ท่ามกลางความโกลาหลของค่ายทหารยามวิกาล ร่างสูงสง่าในชุดเกราะทมิฬที่เปื้อนฝุ่นควันสงครามก็ก้าวเข้ามาภายในกระโจม หลงเฟิงเฉินถอดหมวกเหล็กออกเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพสลักที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ทว่าดวงเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกลับกวาดมองมาที่สวี่ว่านชิงด้วยความห่วงใยที่ซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา "เจ้ากำลังทำอะไร" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างเรียบเฉย แต่ย่างก้าวกลับเดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังนางอย่างไร้ร่องรอย มือหนาเอื้อมไปดึงผ้าคลุมไหล่หนามาห่มให้ร่างบางที่เผชิญหน้ากับลมหนาวมายาวนาน "หม่อมฉันกำลังช่วยท่านอ๋อง... เก็บกวาดหมากที่ศัตรูจงใจโปรยไว้เพคะ" ว่านชิงไม่หันกลับไปมอง แต่ยอมให้วงแขนแข็งแกร่งนั้นโอบล้อมความอบอุ่นมาให้ นางหยิบหลอดแก้วขนาดเล็กที่พกติดตัวมาจากโลกอนาคต ออกมาบรรจุผงสีขาวบริสุทธิ์ที่สกัดด้วยกระบวนการทางเคมีสมัยใหม่ลงไปในหม้อต้มยาใบใหญ่ หลงเฟิงเฉินก้มลงมองการกระทำอันแปลกประหลาดนั้น เขารู้ดีว่าสตรีในดวงใจของตนมีความลับมากมายที่ไม่อาจหาคำอธิบายได้ตามตำราแพทย์หลวง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาใส่ใจ สิ่งเดียวที่เขาแคร์คือลมหายใจและรอยยิ้มของนาง "เจ้าใช้สิ่งใดรักษา" อ๋องหนุ่มเอ่ยถามพลางโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกแทบจะชนกับเส้นผมหอมกรุ่นของนาง "ตัวยาโบราณผสมผสานกับหลักการกรองสารพิษด้วยความร้อนและปฏิกิริยาเคมีที่ท่านอ๋องไม่จำเป็นต้องเข้าใจหรอกเพคะ" ว่านชิงเอียงคอหลบเล็กน้อย นัยน์ตาสุกสกาวมองสบตาเขาตรงๆ "รู้เพียงแค่ว่า... คืนนี้ทหารของท่านจะไม่ตายแม้แต่คนเดียว" คำกล่าวอันมั่นอกมั่นใจนั้น ทำให้หลงเฟิงเฉินเผลอยกยมุมปากขึ้นอย่างยากจะเห็นบ่อยครั้งในยามปกติ มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของนางอย่างทะนุถนอม "หากเจ้าทำสำเร็จตามที่พูด... เปิ่นหวังจะยอมทำตามใจเจ้าทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่การอนุญาตให้เจ้าเขียนหนังสือหย่าแล้วจากไปตามที่เคยลั่นวาจาไว้" รอยยิ้มของว่านชิงชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื่อได้ยินคำว่า "หนังสือหย่า" ที่นางเคยเรียกร้องนักหนาในอดีต ยามนี้กลับถูกเขานำมาหยิบยกพูดถึงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความขื่นขมบางเบา "พระองค์ทรงคิดว่าหม่อมฉันยังอยากจะไปจากที่นี่อีกหรือเพคะ?" นางกระซิบถามเสียงแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยไหวระริกเป็นประกาย หลงเฟิงเฉินไม่ตอบ เขากลับรวบร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่นฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่ลาดมนสูดดมกลิ่นกายหอมสะอาดท่ามกลางกลิ่นยาฉุนกานพลู "ไม่ว่าเจ้าจะคิดอย่างไร... เปิ่นหวังก็ไม่มีวันปล่อยมือจากเจ้า ต่อให้ต้องเอาชีวิตของคนทั้งแคว้นมาเดิมพันก็ตาม" บรรยากาศภายในกระโจมแปรเปลี่ยนจากความตึงเครียดของวิกฤตยาพิษ กลายเป็นความอบอุ่นล้ำลึกที่ผูกพันร้อยรัดดวงวิญญาณทั้งสองเข้าด้วยกัน ทว่าภายนอกค่าย... เสียงฝีเท้าของม้าศึกจำนวนมากกำลังควบเข้ามาใกล้ด้วยความเร่งรีบ พร้อมกับเงาร่างขององครักษ์เงาที่พุ่งทะยานเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้ากระโจมด้วยความตื่นตระหนก "ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงรายงานลอดผ่านม่านกระโจมเข้ามาด้วยความร้อนรน "ราชสำนักเมืองหลวงส่งราชโองการด่วนที่สุดมาถึงชายแดน... และ... และพระราชโองการฉบับนี้ ระบุให้ปลดท่านอ๋องจากการเป็นแม่ทัพทัพประจิม พร้อมกับ... ควบคุมตัวฮูหยินว่านชิงฐานต้องสงสัยว่าเป็นสายลับวางยาพิษในกองทัพพ่ะย่ะค่ะ!" สิ้นเสียงรายงานนั้น ร่างของหลงเฟิงเฉินก็พลพลันปล่อยรังสีอำมหิต เยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกออกมาจนอุณหภูมิรอบด้านลดฮวบลงในพริบตาเดียว ดวงเนตรคมกริบฉายแววฆ่าฟันรุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับพงศาวดารมีชีวิตเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%