ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ•ตอนที่ 38

บัญชีประชาชำระแค้น

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
ความเงียบงันภายในท้องพระโรงใหญ่ยามรัตติกาลเยือกเย็นดุจก้นบึ้งของหุบเหวไร้ก้น น้ำหนักของกระดาษสมุดปกหนังสีหม่นหลายสิบเล่มที่ถูกสลักตราประทับโลหิตและลายนิ้วมืออันสั่นเทา ตกลงกระทบพื้นหินอ่อนส่งเสียงทุบทำลายโสตประสาทของผู้คนในที่นั้นจนแทบสิ้นสติ สวี่ว่านชิงยืนนิ่งสนิท อาภรณ์ปักลายหงส์สีชาดตัดกับผิวขาวราดหิมะ สายตาของนางมิได้ก้มลงมองซากประวัติศาสตร์แห่งการนองเลือดที่กองอยู่แทบเท้าเบื้องพระพักตร์โอรสสวรรค์ หากแต่จ้องตรงไปยังองค์ชายสามหลงจิ้ง ผู้ซึ่งบัดนี้เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับจนอาภรณ์ไหมปักลายมังกรชุ่มโชก "ใต้บาทหลวง... สิ่งที่ฝ่าบาททรงทอดพระเนตรอยู่ ณ เบื้องพระพักตร์นี้ มิใช่เพียงบัญชีรายจ่ายของกรมคลังตามที่เสด็จพี่สามพยายามทูลแก้ตัวเมื่อครู่หรอกเพคะ" น้ำเสียงของสวี่ว่านชิงเรียบนิ่ง ไพเราะดุจเสียงพิณหยกกระทบกัน ทว่ากลับเย็นเยียบราดรดลงบนกลางกระดูกสันหลังของผู้ฟังจนชาดิก นางก้าวเท้าช้า ๆ ข้ามพรมปักลายเมฆา อาภรณ์สะบัดพลิ้วไหวอย่างสง่างาม ทว่าเด็ดเดี่ยว ทุกย่างก้าวเปรียบเสมือนจังหวะกลองศึกที่บีบคั้นลมหายใจของขุนนางทุกลำดับขั้นในห้องโถง "แต่มันคือ 'บัญชีประชาชำระแค้น' บัญชีโลหิตที่บันทึกรายละเอียดการล้างบางสกุลว่านแห่งเจียงหนานเมื่อสิบปีก่อนอย่างละเอียดยิบ" นางหยุดยืนอยู่เบื้องหน้ากองกระดาษเหล่านั้น ดวงตาดอกท้อหงส์หรี่ลงเล็กน้อยซ่อนประกายคมกริบดุจใบมีดโกนที่เคลือบด้วยยาพิษ "รวมถึงรายชื่อขุนนางในราชสำนักกว่าสามสิบชีวิตที่รับสินบนเพื่อเปิดประตูเมืองต้อนรับกองกำลังกบฏสยบฟ้าในคืนวันเพ็ญนั้นด้วยเพคะ" ฮ่องเต้ผู้ชราภาพทรงพระSargonจนพระวรกายสั่นสะเทือน ปลายพระหัตถ์ที่ยื่นออกไปหยิบสมุดเล่มบนสุดขึ้นมาสั่นเทายิ่งกว่าใบไม้ไหว ข้อความในสมุดเล่มนั้นบันทึกรายมือของ 'ว่านเหิง' บิดาผู้ล่วงลับของนางไว้อย่างชัดเจน—ทุกตัวอักษรคือหยาดน้ำตา ทุกบรรทัดคือคราบเลือดของคนในตระกูลสามร้อยกว่าชีวิตที่ถูกประหารโดยข้อหากบฏปลอม ๆ ที่ถูกปั้นแต่งขึ้นโดยมือขององค์ชายสามและพรรคพวก "เหลวไหล! นางสารเลวผู้นี้กุเรื่องขึ้นมาเอง!" องค์ชายสามหลงจิ้งแผดเสียงคำรามลั่นด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาทะนงตนบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด เขาชี้หน้าสวี่ว่านชิงด้วยความลืมตัว "เสด็จพ่อ! นางเป็นเพียงอนุภรรยาที่ถูกขับไล่ของท่านอ๋องประจิม ย่อมต้องร่วมมือกับสุนัขบ้าเช่นหลงเฟิงเฉินเพื่อใส่ร้ายข้า ชายแดนประจิมกำลังกระหายอำนาจ พวกมันคิดจะโค่นล้มบัลลังก์!" ฉับพลันบรรยากาศรอบกายพลันลดฮวบลงสู่จุดเยือกแข็ง เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายกิเลนทองก้าวออกมาจากความมืดเบื้องเสาหิน หลงเฟิงเฉิน ท่านอ๋องประจิมผู้กุมกำลังพลครึ่งแผ่นดิน ดวงเนตรคมปลาบดุจพญาอินทรีมองตรงไปยังองค์ชายสามด้วยแววตาดุร้ายไร้ซึ่งความปรานี รัศมีอำนาจกดดันแผ่ซ่านจนขุนนางหลายคนถึงกับทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น "ปากระวังหน่อย, หลงจิ้ง" น้ำเสียงทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามของสัตว์ร้ายจากขุมนรกดังขึ้นจากลำคอของท่านอ๋อง "คนที่เจ้ากำลังกล่าวหาอยู่คือชายาเอกในนามของเปิ่นหวาง และเป็นเจ้าของดวงใจที่เปิ่นหวางพร้อมจะใช้กระบี่เล่มนี้ล้างบางทั้งราชสำนักเพื่อปกป้อง... เจ้าคิดว่าคำพูดพล่อย ๆ ของสุนัขจนตรอกเช่นเจ้า จะมีค่าพียงพอให้เปิ่นหวางชายตามองหรือ?" สิ้นคำพูด ดาบยาวประจำกายของหลงเฟิงเฉินก็ถูกชักออกจากฝักครึ่งหนึ่ง เสียงโลหิตกระทบอากาศดังก้องกังวาน ประกายคมดาบสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงวับวาวบาดตา ทุกคนในท้องพระโรงต่างหยุดหายใจ ไม่มีผู้ใดกล้าขยับเขยื้อนแม้แต่ปลายนิ้ว สวี่ว่านชิงปรายตามองสามีชั่วพริบตา นางสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ยืนหยัดเคียงข้างนางเสมอมา—บุรุษผู้ยอมสวมชื่อกบฏและแบกรับความเกลียดชังจากใต้หล้า เพียงเพื่อให้DAYLIGHTความจริงปรากฏและทวงคืนความเป็นธรรมให้นาง "ท่านอ๋อง... โปรดใจเย็นก่อนเพคะ" สวี่ว่านชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าดวงตากลับหันกลับไปหาองค์ชายสามด้วยรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าภูตผี "องค์ชายสามทรงร้อนรนปานนี้ไฉนเลย... บัญชีเล่มนี้ยังมิได้เปิดหน้าสำคัญที่สุดเลยนะเพคะ" นางก้มลงหยิบสมุดเล่มสีดำสนิทที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดขึ้นมา เปิดออกกางตรงหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ "หน้าประวัติศาสตร์หน้าที่สามสิบสี่... ลายพระ हस्त และตราประทับลับขององค์ชายสาม ที่ทรงสั่งการให้หน่วยเงาโลหิตลอบสังหารท่านแม่ทัพใหญ่แห่งตระกูลว่าน ก่อนจะโยนความผิดให้พวกเขาเป็นกบฏ... ลายมือนี้ แม้แต่ท่านจะปฏิเสธหน้าพระพักตร์ ก็คงต้องถามยมบาลในนรกแล้วล่ะเพคะ ว่าลายมือของพี่น้องร่วมสายโลหิตตนเอง ท่านยังจำได้แม่นยำเพียงใด" ฮ่องเต้ทอดพระเนตรลายมือบนกระดาษแผ่นนั้น ดวงพระเนตรเบิกกว้างด้วยความตก องค์เหนือหัวทรงกระอักโลหิตออกมาคำโตทันที ทรงชี้พระหัตถ์สั่นเทาไปที่บุตรชายคนโปรดก่อนจะสิ้นสติล้มพับลงบนบัลลังก์มังกร "เสด็จพ่อ!" องค์ชายสามหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดจนล้มลงก้นจ้ำเบ้า ในวินาทีที่ความโกลาหลกำลังแผ่ซ่านไปทั่วท้องพระโรง ขันทีเฒ่าผู้ดูแลพระราชวังก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับกระบอกไม้ไผ่สีชาด ประทับตราหยกมังกรทองคำบริสุทธิ์—พระราชโองการลับฉบับสุดท้ายที่ถูกส่งตรงมาจากแดนประจิมด้วยม้าเร่งแปดร้อยลี้ ขันทีผู้นั้นคุกเข่าลงตัวสั่นเทา ชูพระราชโองการขึ้นเหนือหัวด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "ทะ... 10 พระราชโองการด่วนที่สุด! แคว้นเป่ยหรงยกทัพประชิดชายแดนแปดหมื่นนาย พร้อมกับ... พร้อมกับประกาศิตสัตยาบันร่วมกับตระกูลสวี่!" สวี่ว่านชิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปาก ขณะที่หลงเฟิงเฉินแค่นเสียงหัวเราะเยียบเย็นในลำคอ ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับพงศาวดารมีชีวิตเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%