ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ•ตอนที่ 24

ลูกธนูอาบยาพิษ

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
"ข้าบอกแล้วว่า ลูกดอกอาบพิษโลหิตทมิฬจากค่ายกลหกทิศนี้ ต่อให้เป็นเซียนเทวดาก็มิอาจรอดพ้น..." เสียงหัวeเราะเยียบเย็นขององค์ชายสามหลงจิ้งดังก้องขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของรัตติกาลที่ไร้จันทร์ดาว เงาสลัวของค่ายธนูซุ่มโจมตีบนระเบียงทางเดินปีกตะวันตกของจวนอ๋องประจิม สะท้อนประกายความอำมหิตในดวงตาของมันอย่างชัดเจน แผนการที่วางไว้รัดกุมยิ่ง ยืมมือมือสังหารเงาของตำหนักบูรพาเพื่อปลิดชีพแม่ทัพผู้กุมอำนาจครึ่งแผ่นดิน แต่ทว่า... หมากกระดานนี้กลับมีตัวแปรที่คำนวณมิได้หลุดรอดเข้ามา สวี่ว่านชิงก้าวเท้าเข้ามาขวางกั้นในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น แคว่ก! เสียงเนื้อและอาภรณ์ฉีกขาดดังก้องบาดใจ ท่ามกลางสายลมราตรีที่พลันหยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็ง ลูกธนูสีนิลกาฬดอกใหญ่พุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง ปักทะลุกึ่งกลางหัวใจของอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่นางสวมใส่ เลือดสีแดงเข้มพวยพุ่งซัดสาดราวกับดอกเหมยสีชาดที่เบ่งบานกลางหิมะโปรย ร่างบอบบางทรุดฮวบล้มลงในอ้อมแขนที่กางกั้นไว้ "ชิงเอ๋อร์!" เสียงคำรามที่หลุดออกมาจากลำคอของหลงเฟิงเฉิน มิใช่เสียงของมนุษย์ผู้มีสติสัมปชัญญะอีกต่อไป มันคือเสียงคำรามของพญาอินทรีย์ป่าที่ถูกพรากคู่ใจ ดุร้าย บ้าคลั่ง และสั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณของผู้ได้ยิน ดวงตาที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปีของท่านอ๋องผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใด บัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ มือหนาสั่นเทาราวกับคนเป็นไข้จับสั่นยามที่โอบรับร่างที่กำลังหมดสติของภรรยาเอกเข้าแนบอก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ประสานกับกลิ่นอายความตายที่แผ่พุ่งออกมาจากตัวของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าพญามัจจุราชแห่งแดจิม "หมอ... หมอหลวงอยู่ที่ไหน! ใครกล้าปล่อยให้ภรรยาข้าเป็นอันใดไป วันนี้ข้าจะล้างบางจวนนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง!" หลงเฟิงเฉินแผดเสียงก้องด้วยความคลุ้มคลั่ง สติสัมปชัญญะที่เคยใช้ควบคุมเกมการเมืองในราชสำนักขาดผึ่งลงราวกับเส้นด้ายที่ถูกลากดึงจนเกินขีดจำกัด เขาไม่สนใจกระบวนทัพ ไม่สนใจองค์ชายสามที่ยังคงยืนถือคันธนูอยู่เบื้องหน้า สายตาคู่คมกริบแดงก่ำราวกับถือครองเพลิงโลกันตร์ มือข้างหนึ่งกดแผลที่หลั่งเลือดไม่หยุดของสวี่ว่านชิงไว้แน่น เนื้อตัวของสตรีในอ้อมกอดเย็นเฉียบลงทุกขณะ สวี่ว่านชิงปรือตาขึ้นช้าๆ ใบหน้าที่งดงามราวกับภาพวาดซีดเซียวไร้สีเลือด ริมฝีปากที่เคยแย้มยิ้มเย้ยหยันศัตรูอย่างชาญฉลาด บัดนี้มีลิ่มเลือดไหลซึม นางฝืนยกมือเรียวที่สั่นเทาขึ้นแตะที่ใบหน้าสากระคายของสามี สัมผัสแผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความอาลัยและห่วงหา "ท่าน... ท่านพี่..." เสียงของนางแหบพร่าและแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม "อย่า... เสียสติ... ท่านยังมี... กองทัพ... มีแผ่นดิน..." "ข้าไม่เอาอะไรทั้งนั้น! ข้าไม่ต้องการแผ่นดิน ไม่ต้องการอำนาจใดๆ ทั้งสิ้นถ้าไม่มีเจ้า!" หลิงเฟิงเฉินกอดนางแน่นขึ้นราวกับต้องการหลอมร่างของนางให้รวมเป็นหนึ่งเดียวกับหัวใจที่กำลังแตกสลาย น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากดวงตาคู่ที่ดุร้ายดั่งพยัคฆ์กระทบลงบนแก้มของนาง มันคือหยาดน้ำตาหยดแรกและหยดเดียวในรอบหลายสิบปีของแม่ทัพผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้แก่ผู้ใด องค์ชายสามหลงจิ้งที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่เบื้องบน แม้จะตกตะลึงกับความคลุ้มคลั่งของหลงเฟิงเฉิน แต่รอยยิ้มหยันก็ผุดขึ้นที่มุมปาก มันยกคันธนูขึ้นเล็งไปยังร่างของทั้งสองอีกครั้ง หมายจะปิดฉากความแค้นนี้ด้วยศไรร้ายดอกที่สอง "ในเมื่อเจ้ารักนางนัก หงส์ปีกหักตัวนี้ ข้าจะส่งพวกเจ้าไปครองคู่กันในปรโลกพร้อมกันเสียเลย!" ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่นิ้วเรียวกำลังจะปล่อยสายธนู ร่างเงาขององครักษ์เงาประจำตัวหลงเฟิงเฉินนับร้อยชีวิตก็พุ่งทะยานลงมาจากยอดหลังคา ปิดล้อมองค์ชายสามและมือสังหารทั้งหมดไว้ในพริบตา ไร้ซึ่งเสียงพูดคุย มีเพียงประกายดาบที่สะท้อนแสงจันทร์และกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งยิ่งกว่าเดิม หลงเฟิงเฉินไม่ได้หันไปมองการสังหารหมู่เบื้องหลังแม้แต่น้อย สายตาของเขาทอดมองเพียงสวี่ว่านชิงที่ลมหายใจเริ่มรวยริน ปลายเล็บของนางจิกเข้าที่ฝ่ามือของเขาเพื่อส่งสัญญาณบางอย่าง—สัญญาณเตือนครั้งสุดท้ายก่อนที่สติของนางจะดับวูบลงในความมืดมิด อึดใจนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงประกาศก้องของขันทีเฒ่าจากหน้าตำหนักก็ดังแหวกความโกลาหลขึ้น "ราชสำนักมีพระราชโองการด่วน! อภัยโทษให้แก่... เอ๊ะ! เหตุใดจึงมีกลิ่นเลือดคละคลุ้งเช่นนี้!" ขันทีเฒ่าผู้ถือราชโองการก้าวเข้ามาหยุดชะงักที่หน้าประตูปีกตะวันตก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นท่านอ๋องผู้เกรียงไกรกำลังกอดร่างอาบเลือดของฮูหยินเอกไว้แนบอก ท่ามกลางซากศพของมือสังหารที่เกลื่อนกลาด หลงเฟิงเฉินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาที่แดงก่ำและว่างเปล่าจากสติที่หลุดลอย บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเหี้ยมเกรียมดุจปีศาจที่พร้อมจะลากทุกคนลงขุมนรก รังจิตสังหารแผ่พุ่งจนขันทีเฒ่าเข่าทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ท่านอ๋องค่อยๆ วางร่างของภรรยาลงกับพื้นอย่างทะนุถนอมที่สุด ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างของเขาแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งจวนอ๋องประจิม ดาบประจำกายถูกชักออกจากฝัก เสียงคมเหล็กเสียดสีกับฝักดังเสียดแทงประสาท ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว ช้าๆ ทว่าหนักหน่วงดั่งเสียงกลองศึกแห่งความตาย "ราชโองการอันใด... เอาไว้ค่อยทูลต่อหน้ายมบาลเถอะ" หลงเฟิงเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ เยือกเย็น และน่าสะพรึงกลัวที่สุดในรอบประวัติศาสตร์แคว้น ก่อนที่ปลายดาบชุ่มเลือดจะชี้ตรงไปยังร่างขององค์ชายสามที่กำลังสั่นสะท้าน ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับพงศาวดารมีชีวิตเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%