ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา•ตอนที่ 1

กฎสามข้อของรูมเมทจำเป็น

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"ถ้าคุณยังเดินลากกระเป๋าเสียงดังรบกวนโสตประสาทของฉันอีกแม้แต่น้าวินาทีเดียว สัญญาเช่าฉบับนี้จะถูกฉีกทิ้งต่อหน้าคุณโดยไม่มีเงินมัดจำคืนแม้แต่บาทเดียวค่ะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ราบเรียบแต่แฝงด้วยความเฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ลอยละลิ่วมากระทบโสตประสาทของพอร์ชทันทีที่ประตูห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูหราใจกลางเมืองถูกเปิดอ้ากว้าง พอร์ชชะงักฝีเท้า ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะประกายตาคมกริบสีนิลกาฬที่กำลังมองตรงมา ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปーンที่ท่อนแขนแข็งแกร่ง คินน์ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางที่ฟ้องชัดเจนว่าเขารังเกียจการมีอยู่ของสิ่งแปลกปลอมอย่างเขามากแค่ไหน ใบหน้าหล่อเหลาเข้ารูปราวกับประติมากรรมกรีกโบราณนั้นไร้รอยยิ้ม เย็นชา และเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองที่พร้อมจะเหยียบย่ำคนตรงหน้าให้จมดิน พอร์ชแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มตวัดมองสำรวจเจ้าของห้องหัวจรดเท้าอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวตบลงบนกระเป๋าเดินทางใบโตของตัวเองเบาๆ "อ๋อ นี่คือกฎข้อแรกต้อนรับรูมเมทใหม่เหรอครับ... อ๊ะ ขอโทษทีติดปาก พูดผิดค่ะ พอดีฉันไม่ได้ตั้งใจจะเดินให้โดนใจคุณชายผู้สูงส่งหรอกนะยะ พอดีพื้นห้องมันแพงเกินกว่ารองเท้าผ้าใบราคาหลักร้อยของฉันจะเหยียบเบาๆ ได้" พอร์ชจงใจลากเสียงกวนประสาทพร้อมกับยักคิ้วให้อย่างท้าทาย คินน์ขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดฉายชัดผ่านดวงตาคมกริบ เขาเกลียดความวุ่นวายเกลียดคนหัวรั้น และเกลียดที่สุดคือไอ้เด็กท่าทางกะล่อนคนนี้ที่กล้าต่อปากต่อคำกับ 'คินน์ ธนภัทร' ผู้ชายที่แม้แต่ผู้บริหารรุ่นลายครามยังต้องก้มหัวให้เวลาเจรจาธุรกิจ "ปากดี" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดตัวจนพอร์ชต้องผถอยหลังโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของอีกฝ่ายโชว์ความกดดันจนน่าอึดอัด "จำใส่สมองอันน้อยนิดของคุณไว้... กฎของที่นี่มีแค่สามข้อ และถ้าคุณแหกแม้แต่ข้อเดียว ฉันจะโยนคุณออกไปนอกตึกนี้ทั้งชุดนอน" พอร์ชเงยหน้าขึ้นสู้สายตา ปลายจมูกแทบจะชนกับแผงอกกว้างของคนตัวสูงกว่า ถึงจะแอบหวั่นไหวกับแรงกดดันมหาศาลนี่นิดหน่อย แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่จะให้ก้มหัวก่อนไม่มีทางหรอก! "เชิญว่ามาเลยค่ะคุณชาย หูฉันกางรอฟังคำสั่งอันศักดิ์สิทธิ์อยู่เนี่ย" พอร์ชลอยหน้าลอยตาตอบ พยายามซ่อนความสั่นไหวในอกไว้ภายใต้รอยยิ้มยียวน คินน์จ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดด้วยสายตาที่ลึกล้ำขึ้นอย่างประหลาด ความโกรธที่ควรจะมีกลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่วิ่งพล่านในอก ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนพอร์ชต้องกลั้นหายใจ กลิ่นอายความอันตรายแผ่ซ่านรอบตัว "ข้อแรก... ห้ามเข้าใกล้เขตพื้นที่ส่วนตัวของฉันเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนหรือห้องทำงานชั้นบน" คินน์กระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าจนพอร์ชขนลุกซู่ "ข้อสอง... ห้ามพาคนนอกเข้ามาเหยียบที่นี่แม้แต่คนเดียว ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตาม" พอร์ชเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะกับระยะห่างที่ใกล้เกินความจำเป็นนี่ซะได้ มือที่ถือสายกระเป๋าเริ่มชื้นเหงื่อแต่ยังฝืนทำเป็นใจดีสู้เสือ "แล้ว... ข้อสามล่ะคะ?" พอร์ชถามเสียงเบากว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว คินน์ผละตัวออกเล็กน้อย ทว่าสายตายังคงล็อกร่างของพอร์ชไว้ราวกับเหยื่อในกำมือ มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจที่ทำเอาอุณหภูมิห้องดูเหมือนจะสูงขึ้นทันตาเห็น "ข้อสาม..." คินน์เว้นจังหวะ ทอดสายตามองสำรวจตั้งแต่เรือนผมยุ่งเหยิงไปจนถึงเรียวปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากัน "ห้ามหลงรักฉันเด็ดขาด... เพราะต่อให้คุณพยายามเอาตัวเข้าแลกแค่ไหน ฉันก็ไม่มีวันชายตาแลคนอย่างคุณ" เพล้ง! เหมือนมีค้อนล่องหนฟาดเข้ากลางแสกหน้า พอร์ชตาโตด้วยความโกรธจัด เลือดในกายพุ่งพล่านจนใบหน้าร้อนผ่าว ความมั่นหน้าเกินเบอร์ของไอ้คุณชายคนนี้มันทะลุปรอทจนอยากจะหยิบแจกันแถวนั้นมาฟาดหัวสักทีสองที! "ฮ่าๆๆ หลงรักคุณเหรอคะ? ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่าคุณชาย ตื่นค่ะ! ต่อให้ผู้ชายทั้งโลกสูญพันธุ์ไปหมด เหลือคุณเป็นคนสุดท้าย ฉันยอมบวชชีตลอดชีวิตยังดีซะกว่าต้องมาทนมองหน้าผู้ชายหลงตัวเองแบบคุณ!" พอร์ชสวนกลับเสียงดังลั่น แววตาวาวโรจน์ด้วยความโมโห คินน์ไม่โกรธ กลับหัวเราะในลำคอด้วยความสะใจที่ได้เห็นคนปากเก่งหลุดมาด "ดี ปากดีแบบนี้แหละ... หวังว่าจะทนอยู่ครบสามเดือนตามสัญญาเช่าก็แล้วกันนะ" พูดจบ คินน์ก็หมุนตัวเตรียมจะเดินกลับเข้าห้องส่วนตัว แต่ยังไม่ทันที่ขาเรียวยาวจะได้ก้าวพ้นโถงทางเดิน เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศตึงเครียดเสียก่อน *ติ๊งน่อง!* ทั้งคู่ชะงัก คินน์ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ใครกันที่กล้ามาหาเขาในเวลาแบบนี้ พอร์ชเองก็มองไปที่ประตูด้วยความฉงนเช่นกัน ก่อนที่คินน์จะทันได้ขยับตัวไปเปิดประตู บานประตูห้องชุดที่ไม่ได้ล็อกกลอนไว้สนิทก็ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ จากด้านนอก พร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง พร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่ส่งตรงมาให้คินน์ "คินน์คะ... รินคิดถึงคุณจัง ทำไมโทรหาไม่รับสายเลยล่ะคะ?" พอร์ชเบิกตากว้างเมื่อได้ยินชื่อนั้น ส่วนคินน์หน้าถอดสี รังสีความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนน่ากลัว บรรยากาศในห้องพลิกผันจากสงครามประสาทระหว่างรูมเมท กลายเป็นสนามอารมณ์ที่ระเบิดเวลาถูกจุดชนวนขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ รี้ดที่รักของหิมะแรกในโตเกียวทุกคนคะ!
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%