จังหวะรักสะดุดหยุดที่เธอ•ตอนที่ 4

เสียงกีตาร์ที่บอกความในใจ

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"พี่ภัทรมีธุระอะไรด่วนขนาดนั้นเหรอครับ ถึงต้องเดินเข้ามาขัดจังหวะคนอื่นเขาแบบนี้" น้ำเสียงของคีย์ไม่ได้มีความเกรงอกเกรงใจรุ่นพี่เลยแม้แต่น้อย ปลายเสียงห้วนจัดแฝงรังสีความหงุดหงิดที่พุ่งทะยานจนแทบจะคว้ากีตาร์ในมือฟาดระบายอารมณ์ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่พร้อมจะหาเรื่องได้ทุกเมื่อหากอีกฝ่ายก้าวล้ำเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว รินรดาที่เพิ่งตั้งสติได้ รีบผละตัวออกจากพื้นที่อันตรายตรงนั้น ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู เธอเม้มริมฝีปากแน่นอย่างนึกเคือง ทั้งเคืองสถานการณ์น่าอายเมื่อครู่ และเคืองไอ้ท่าทางปากปีจอของพ่อประธานชมรมดนตรีที่ต่อให้สถานการณ์จะพาไปขนาดไหน ก็ยังไม่วายหาเรื่องกระแทกแดกดันคนอื่นได้ตลอดเวลา "พี่แค่ผ่านมาแถวนี้ เห็นห้องซ้อมเปิดอยู่แล้วก็... ได้ยินเสียงเอะอะนิดหน่อย เลยแวะมาดูว่ารินเป็นอะไรหรือเปล่า" พี่ภัทรส่งยิ้มสุภาพตามแบบฉบับหนุ่มนักกิจกรรมคณะบริหารมาให้รินรดา สายตาที่มองรุ่นน้องปีหนึ่งเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิด ทว่ามันกลับยิ่งทำให้คีย์ที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่แค่นเสียง "หึ" ออกมาในลำคออย่างหมั่นไส้ "ห้องซ้อมดนตรีก็ต้องมีเสียงดนตรีสครับ ไม่ใช่เสียงคนเดินเข้ามาสอดเรื่องชาวบ้าน ถ้าหูไม่ได้หนีบสมองมาด้วยก็น่าจะแยกแยะออกนะว่านี่คือเขตปลอดคนนอก" "คีย์!" รินรดาหันขวับไปแหวใส่ด้วยความเหลืออด ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ "ปากเธอนี่มันหาเรื่องเก่งเป็นกิจวัตรเลยใช่ไหม? พี่ภัทรเขาแค่หวังดี จะพูดจาให้มันรื่นหูกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง!" "ฉันพูดความจริง และฉันไม่ได้ขอให้ใครมาหวังดี" คีย์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่คมตวัดกลับมามองรินรดานิ่งๆ ความดื้อรั้นในแววตานั้นทำเอาคนมองหายใจสะดุด "ส่วนเธอก็เหมือนกัน หัดเอาสมองไปโฟกัสเรื่องซ้อมเพลงประสานเสียงให้มันรอดก่อนจะมาทำตัวเป็นแม่พระปกป้องคนอื่นจะดีกว่านะ" บรรยากาศในห้องซ้อมคุกรุ่นขึ้นมาทันตาเห็น แรงปะทะระหว่างคนสองคนที่มีเคมีประหลาดๆ ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากแข็งและปากเก่ง ทำเอาพี่ภัทรที่ยืนอยู่ตรงกลางถึงกับต้องยกมือขึ้นเกาหัวเบาๆ อย่างทำตัวไม่ถูก "เอ่อ... ถ้ารบกวนเวลาซ้อม งั้นพี่ตัวก่อนดีกว่า ไว้เจอกันนะริน" พี่ภัทรตัดสินใจถอยฉากออกไปเพื่อลดความอึดอัด ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มละมุนที่ยิ่งทำให้คีย์ขมวดคิ้วมุ่นหนักกว่าเดิม เมื่อประธานหนุ่มเห็นว่าก้างขวางคอเดินลับสายตาไปแล้ว เขาก็พ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินกลับไปหยิบกีตาร์โปร่งตัวโปรดขึ้นมาพาดบ่า ท่าทางกระฟัดกระเฟียดนั้นดูราวกับเด็กผู้ชายเอาแต่ใจที่ถูกขัดใจไม่มีผิด รินรดายืนมองแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ ทั้งฉุนเฉียว แต่ลึกๆ แล้ว เธอกลับสัมผัสได้ถึงความเปราะบางบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้กำแพงความเย่อหยิ่งของเขา... กำแพงที่เขาสร้างขึ้นเพื่อกันทุกคนออกจากโลกส่วนตัว "มองอะไร? หน้าฉันมีตัวหนังสือเขียนว่า 'เชิญด่าตามสบาย' หรือไง" คีย์หันกลับมาเห็นเธอยังยืนจ้องอยู่ จึงเอ่ยปากแซะตามนิสัย แต่รอบนี้ น้ำเสียงของเขากลับเจือความอ่อนล้าที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ "เปล่า แค่กำลังคิดว่า... คนปากร้ายอย่างนายเนี่ย เวลาอยู่คนเดียวจะเคยมีความสุขกับเสียงเพลงจริงๆ บ้างไหม หรือเอาแต่ใช้ดนตรีเป็นเกราะกำบังไว้ไล่คนอื่นไปทั่ว" คำพูดของรินรดาทำให้มือที่กำลังจะดีสายกีตาร์ของคีย์ชะงักกึก นัยน์ตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยเย็นชาดังเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "เรื่องของฉัน... ถ้ายังไม่อยากซ้อม ก็กลับห้องไปซะ เสียงรบกวนแถวนี้มันทำให้ฉันเล่นดนตรีไม่ออก" พูดจบ คีย์ก็หันหลังให้เธอ เดินดุ่มๆ ออกจากห้องซ้อมไปทางระเบียงด้านหลังที่เชื่อมต่อกับสวนหย่อมร่มครึ้มหลังตึกกิจกรรม ซึ่งเป็นมุมอับสายตาและเงียบสงบที่สุดของตึกนี้ ทิ้งให้รินรดายืนกะพริบตาปริบๆ กับความเอาแต่ใจที่ไร้เหตุผลนั้น แต่มีหรือที่คนอย่าง รินรดา จะยอมถอยง่ายๆ? ด้วยความอยากรู้อยากเห็นประกอบกับความหมั่นไส้ส่วนตัว เธอจึงตัดสินใจเดินตามรอยเท้าของเขาไปเงียบๆ เกาะขอบผนังปูนเพื่อแอบมองสถานการณ์จากมุมมับที่ไม่มีใครสังเกตเห็น แสงแดดยามบ่ายส่องลอดผ่านกิ่งไม้ใหญ่ลงมาตกกระทบแผ่นหลังของร่างสูงที่นั่งอยู่บนม้าหินอ่อน คีย์วางกีตาร์โปร่งลงบนตัก นิ้วเรียวยาวที่ปกติมักใช้ชี้หน้าคนอื่นหรือดีดใส่ความกว้างขวาง ตอนนี้กลับเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลและทะนุถนอมบนสายกีตาร์ จังหวะคอร์ดที่ถูกบรรเลงออกมาในตอนแรกมีความลังเลและสับสน ช้าๆ ทว่าหนักแน่นในความรู้สึก ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลจะเริ่มฮัมเพลงออกมาเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงัน *...บางทีความใกล้ชิด ก็ทำให้คนเรามองไม่เห็นหัวใจตัวเอง...* *...ปากบอกว่ารำคาญ แต่ทำไมสายตาถึงคอยมองหาอยู่เรื่อยไป...* เนื้อเพลงที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของคนปากร้าย ทำเอารินรดาที่แอบฟังอยู่ถึงกับเบิกตากว้าง หัวใจเจ้ากรรมกระหน่ำเต้นรัวแรงยิ่งกว่าตอนที่เขาดึงเธอเข้าไปประชิดตัวเสียอีก น้ำเสียงของคีย์ในยามนี้ไม่มีความเกรี้ยวกราด หยิ่งทะนง หรือกวนประสาทเหลืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนโยน ความเจ็บลึก และความจริงใจที่ถูกถ่ายทอดผ่านบทเพลงที่เขาแต่งขึ้นสดๆ เพื่อระบายความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก มือบางยกขึ้นทาบอกซ้ายโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจอย่างช้าๆ ลบล้างความโกรธเคืองทั้งหมดที่มีก่อนหน้านี้จนหมดสิ้น เธอมองแผ่นหลังของคนที่ชอบทำตัวเป็นกำแพงหนา แล้วเพิ่งตระหนักได้ว่า... แท้จริงแล้ว ข้างในกำแพงนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนไหวที่เขาไม่กล้าเปิดเผยให้ใครเห็น คีย์หยุดดีดกีตาร์ลงกะทันหันเมื่อเขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างรอบกาย เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันขวับกลับมามองยังมุมมับที่เธอแอบซ่อนอยู่ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของรินรดาต้องสะดุดกึก "แอบฟังพอใจหรือยัง... รินรดา?" รินรดาสดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาดุที่ฉายแววรู้ทันเต็มเปิก แต่ทว่าในแววตานั้น กลับมีความไหวระริกบางอย่างที่ซ่อนอยู่... และก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวขาหนี คีย์ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังปูนเย็นเฉียบอย่างรวดเร็ว! ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุน "คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง" เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จังหวะรักสะดุดหยุดที่เธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%