จังหวะรักสะดุดหยุดที่เธอ•ตอนที่ 3

กฎระเบียบกับความวุ่นวาย

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
“รอยยิ้มเมื่อครู่... แจกฟรีหรือต้องใช้บัตรคิวครับ น้องรินรดา” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาไม่ได้มีความนุ่มนวลเหมือนเสียงคอร์ดกีตาร์โปร่งในห้องซ้อมเลยสักนิด มันคือเสียงของความหงุดหงิดที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบของคีย์จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าเขม็ง ราวกับต้องการจะเจาะทะลุเข้าไปในความคิดของคนตัวเล็กที่ยังคงลอยหน้าลอยตา รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองรุ่นพี่หนุ่มผู้ดำรงตำแหน่งประธานชมรมดนตรีสากลผู้เคร่งขรึม เธอไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับรังสีความเย็นชาที่เขาแผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย กลับยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มยั่วประสาทที่ทำเอาคีย์เกือบจะเผลอกัดกรามจนกรามแทบแตก “สำหรับพี่ภัทร... ฟรีตลอดงานค่ะ เอ้ย... ตลอดชีวิตค่ะ” รินรดาจงใจลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท แถมยังเน้นคำว่า 'ตลอดชีวิต' ให้ดังฟังชัดเป็นพิเศษเมื่อเห็นใบหล่อเหลาของคนตรงหน้ากระตุกวูบ “นี่เธอ!” คีย์ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวด้วยความลืมตัว ช่องว่างระหว่างคนทั้งสองหดแคบลงจนเกือบจะแนบชิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความร้อนรุ่มของบรรยากาศรอบตัวทำให้รินรดาต้องผถยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ แม้ปากจะเก่งแค่ไหน แต่การถูกผู้ชายตัวโตกว่ากึ่งบังคับให้อยู่ในมุมอับของชั้นวางโน้ตเพลงแบบนี้ ก็ทำเอาหัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเหมือนกัน “ทำไมคะ? ประธานชมรมคนเก่งจะออกกฎห้ามยิ้มให้คนอื่นด้วยเหรอ? ในคู่มือปฏิบัติงานของชมรม มีข้อไหนระบุไว้ว่าห้ามมนุษยสัมพันธ์ดีกับคนต่างคณะบ้างล่ะคะคุณคีย์” เธอยังคงเชิดหน้าเถียงกลับ เสียงใสแจ๋วไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัว “ไม่มีในคู่มือ... แต่ผมกำลังจะร่างขึ้นมาเดี๋ยวนี้แหละ” คีย์ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูกลีบกุหลาบของเธอ เสียงทุ้มพร่าต่ำจนคนฟังขนลุกซู่ “กฎข้อที่หนึ่ง ห้ามยิ้มพร่ำเพรื่อให้ผู้ชายหน้าไหนทั้งสิ้น โดยเฉพาะไอ้รุ่นพี่ต่างคณะที่ชื่อภัทร” รินรดาเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง เธอดันอกแกร่งของเขาออกเบาๆ ทว่าร่างสูงกลับปักหลักนิ่งสนิทราวกับเสาเข็ม ใบหน้าคมคายอยู่ใกล้เสียจนเธอได้กลิ่นลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่ข้างแก้ม ความซึนเดระที่พุ่งปรี๊ดของอีกฝ่ายทำให้เธอทั้งหมั่นไส้ทั้งรู้สึกแปลกๆ ในอกอย่างบอกไม่ถูก “พี่ไม่มีสิทธิ์มาออกกฎบ้าๆ แบบนี้นะคะ! ฉันเป็นสตรีมเมอร์... เอ้ย เป็นตัวแทนฝ่ายประสานงาน ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยของพี่!” “มีสิทธิ์หรือไม่... เดี๋ยวเธอก็รู้” คีย์ผละตัวออกห่างช้าๆ สายตาคมปลาบกวาดมองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดูที่เขาไม่มีวันยอมรับมันออกมาเด็ดขาด “จำไว้ว่าพรุ่งนี้แปดโมงเช้าตรง เรามีนัดเคลียร์แผนงานอีเวนต์ทั้งหมดที่ห้องซ้อมใหญ่ ห้ามสายแม้แต่วินาทีเดียว ถือว่าผมเตือนแล้วนะรินรดา” พูดจบ ประธานหนุ่มก็คว้ากระเป๋าใส่กีตาร์คู่ใจพาดบ่า แล้วเดินดุ่มๆ ออกไปจากห้องด้วยท่าทีฮึกเหิม ทิ้งให้รินรด้ายืนกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ “ประธานบ้า! ประธานเผด็จการ! คิดว่าหล่อแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ!” เธอตะโกนไล่หลังไปเบาๆ แต่เชื่อเถอะว่าคนหูดีอย่างคีย์คงได้ยินมันอย่างชัดเจนแน่นอน รินรดากระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความขัดใจ ก่อนจะหันมาพบกับพี่ภัทรที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่พร้อมรอยยิ้มขบขัน “ดูท่าทาง... น้องรินกับเจ้าคีย์คงต้องปรับจูนคลื่นความถี่กันอีกยาวเลยนะครับเนี่ย” พี่ภัทรเอ่ยแซwด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ปรับจูนอะไรกันล่ะคะพี่ภัทร รินอยากจะเอาไม้กลองตีหัวประธานจอมเผด็จการนี่สักทีสองทีมากกว่าค่ะ!” รินรดาบ่นอุบอิบ ทำเอาพี่ภัทรหัวسเราะร่วนออกมาด้วยความเอ็นดู รุ่งارณ์วันต่อมา... นาฬิกาบอกเวลาแปดโมงตรงเป๊ะ เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องซ้อมดนตรีสากล คีย์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนแข็งแรงกำลังยืนกอดอกมองนาฬิกาข้อมือด้วยสีหน้าเรียบเฉย แปดโมงตรง... แต่ไร้เงาของคู่กรณี มุมปากของคีย์กระตุกยิ้มเยาะเล็กน้อย “คิดว่าเก่งนัก... สุดท้ายก็มาสายสินะ” *แอดม...* เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างบางของรินรดาที่เดินเอื่อยเฉื่อยเข้ามาในห้อง มือขวาถือแก้วชานมไข่มุกดูดเสียงดังจ๊วบใหญ่ สีหน้าของเธอระรื่นชื่นบานราวกับกำลังเดินเล่นอยู่กลางสวนดอกไม้ ไม่มีความตื่นตระหนกตกใจกับเวลาที่ล่วงเลยมาแม้แต่น้อย “อ้าว... อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านประธาน มายืนรอรับฉันตั้งแต่กี่โมงคะเนี่ย? เกรงใจจัง” รินรดาเอ่ยทักทายหน้าตาเฉย วางแก้วชานมลงบนโต๊ะกลางห้องอย่างถือวิสาสะ คีย์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดเดือด ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่นาฬิกาบนผนังแล้ววนกลับมามองหน้าคนตัวเล็กที่กำลังฉีกยิ้มหวานหยด “แปดโมงสิบห้า นาที... เธอสายไปสิบห้า” คีย์เน้นเสียงทีละคำอย่างช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ “ในฐานะประธาน ฉันมีสิทธิ์หักคะแนนความประพฤติเธอได้ทันที” “โถ่คุณคีย์คะ... รถไฟฟ้ามันขัดข้องนิดหน่อยน่า ชีวิตคนเรามันยืดหยุ่นได้ ไม่เห็นต้องเป๊ะเป็นหุ่นยนต์ระบบ AI เลยนี่คะ” รินรดาเถียงฉอดๆ เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขาแล้วหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดผ่านๆ “ไหนคะ กฎระเบียบบ้าบออะไรที่พี่จะเอามาขูดรีดแรงงานฉัน เปิดมาซิคะ รินพร้อมแหกทุกข้ออยู่แล้ว!” คำว่า *“พร้อมแหกทุกข้อ”* หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มด้วยความมั่นอกมั่นใจเต็มร้อย คีย์มองรอยยิ้มท้าทายนั้นด้วยความหมั่นไส้แกแกมมันเขี้ยว มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของเธอเอาไว้ทันทีก่อนที่เธอจะทันได้พลิกหน้ากระดาษถัดไป แรงดึงกะทันหันทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปปะทะกับอกแกร่งของเขาอย่างจัง กลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวของคีย์โชยเข้าจมูกจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขานั้น... ใกล้กันจนลมหายใจเป่ารดกันและกันได้ “อยากรู้เหรอว่ากฎข้อแรกคืออะไร...” คีย์ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงทุ้มต่ำและแววตาที่พราวระยับด้วยประกายบางอย่างทำเอารินรดาสมองอื้ออึงไปชั่วขณะ “กฎข้อแรก... คือห้ามเถียง ห้ามขัดคำสั่ง และ...” เขายังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของ... “น้องรินครับ พี่เอาชีสเค้กเจ้าอร่อยมาฝาก... เอ๊ะ พี่รบกวนเวลาทำงานหรือเปล่าครับเนี่ย” เสียงของพี่ภัทรดังแทรกขึ้นมากลางอากาศ ทำให้คีย์และรินรดาที่กำลังอยู่ในท่าทางแนบชิดล่อแหลมผละออกจากกันแทบไม่ทัน คีย์หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาดุดั่งคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือดให้ขาดเป็นชิ้นๆ ในขณะที่รินรดาหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาโบยบินอยู่ในจังหวะหัวใจดวงเดียวกันนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จังหวะรักสะดุดหยุดที่เธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%