จังหวะรักสะดุดหยุดที่เธอ•ตอนที่ 6

ความลับในห้องซ้อม

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าจุ้นจ้านเรื่องของฉัน!" เสียงทุ้มต่ำของคีย์ตวัดก้องผ่านผนังห้องซ้อมดนตรีสากลที่เงียบสงัด มันไม่ใช่เสียงตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือคลื่นความอึดอัดที่ถูกอัดอั้นมานาน จนกระทั่งประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกส่งเสียง 'คลิก' ดังสนั่น พร้อมกับสัญญาณไฟสีแดงกระพริบเตือนบนแป้นรหัสอิเล็กทรอนิกส์ที่ดับวูบลง รินรดาชะงักมือที่กำลังคว้ากระเป๋าเป้สะพาย หญิงสาวหันขวับกลับมามองต้นเสียง ดวงตากลมโตฉายแววไม่ยอมคนทันที เธอก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวร่างสูงที่ยืนขวางประตูอยู่ราวกับกำแพงมนุษย์ "แล้วใครใช้ให้นายทำตัวมีลับลมคมนัยล่ะ?" รินรดาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ปลายจมูกรั้นเชิดรั้น "ฉันแค่วางแผนงานอีเวนต์ของคณะให้มันราบรื่น แต่นายกลับทำตัวเหมือนพวกโรคจิตหวงก้าง... เดี๋ยวนะ ประตูข้างนอกนั่น..." เธอยังไม่ทันพูดจบ คีย์ก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อมือเธอแล้วดึงหลบออกจากรัศมีประตูกระจก ร่างบางเซถลาเข้าไปชนแผงอกกว้างตามแรงกระชาก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นอายความอับชื้นของห้องซ้อมและสายกีตาร์เก่าๆ ลอยเข้าแตะจมูกทันที "ระบบล็อกอัตโนมัติ" คีย์พ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูก ดวงตาคมกริบมองลอดความมลทัวร์สลัวในห้องที่มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวสาดส่อง "ตึกนี้ตัดไฟหลังสามทุ่ม และระบบรักษาความปลอดภัยจะล็อกประตูทุกบานจากศูนย์กลาง... เราออกไปไม่ได้จนกว่าจะถึงเจ็ดโมงเช้า" "ห๊ะ? นายพูดเล่นใช่ไหม?" รินรดาเบิกตากว้าง มือเล็กข้างหนึ่งทุบลงบนอกเสื้อของเขาเต็มแรง "นี่มันมุกแป้กอะไรเนี่ย ปล่อยฉันนะ! ฉันมีรายงานต้องปั่นส่งอาจารย์ตอนแปดโมงเช้า!" "คิดว่าฉันอยากติดแหงกอยู่กับเธอรึไง" คีย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัดแต่ใบหูข้างที่หันเข้าหาแสงไฟกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด นิ้วเรียวยาวของเขาปล่อยข้อมือเธอราวกับถูกของร้อน ก่อนจะเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตา "ถ้าเธอไม่ตามตื๊อฉันมาถึงห้องซ้อมดนตรีชั้นสี่นี่ เราคงไม่ต้องมาติดแหงกเป็นปลาทูแม่กลองอยู่ในนี้หรอก" "อ้าว! กลายเป็นความผิดฉันซะงั้น?" รินรดายกมือขึ้นกอดอก ถอยหลังไปสองก้าวเพื่อสร้างระยะห่างที่ปลอดภัยจากรังสีความฮوتที่แผ่ออกมาจากตัวประธานชมรมจอมเผด็จการ "ถ้านายไม่เดินหนีฉันตอนที่ฉันกำลังถามเรื่องงบประมาณจัดซื้อสายกีตาร์ ฉันจะตามมาเหรอ? นายมันพวกชอบหนีปัญหา คีย์!" คำพูดนั้นทำให้คีย์ชะงัก ฝีเท้าที่กำลังจะเดินหนีไปยังมุมห้องเพื่อหยิบกีตาร์โปร่งคู่ใจหยุดกึกลง ร่างสูงหันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาเหยียดหยามหรือรำคาญใจอย่างเคย แต่เป็นแววตาที่ลุ่มลึกและซับซ้อนจนคนมองเผลอกลั้นหายใจ "เธอไม่รู้อะไรเลย..." คีย์พึมพำเสียงเบา รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยัก "คิดว่าฉันหนีปัญหาเรื่องงบประมาณเหรอ? เธอมันก็แค่นักกิจกรรมจอมจุ้นที่คิดแต่เรื่องงาน... ไม่เคยสังเกตเลยสักนิดว่าทำไมฉันถึงไม่อยากให้เธอเข้ามาข้องแวะกับชมรมนี้" ห้องซ้อมกว้างขวางกลับแคบลงถนัดตาเมื่อคีย์ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่กดดันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม รินรดาถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบ ทางตัน... เธอไม่มีที่ให้หนีอีกแล้ว "หมายความว่าไง..." เสียงของเธอแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นที่สะท้อนเงาของเธออยู่ข้างใน คีย์วางกีตาร์โปร่งพิงไว้กับโซฟาตัวยาว เขายื่นมือทั้งสองข้างค้ำยันผนังกระจกคร่อมร่างของเธอเอาไว้ กักขังเธอไว้ในพื้นที่ส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความใกล้ชิด ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณปลายจมูกจนรินรดารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งใบหน้า "อยากรู้จริงๆ เหรอ?" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู ปลายเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่อยู่ "คนที่ทำให้ฉันต้องสติหลุดทุกครั้งที่เห็นหน้า... คนที่ทำให้ฉันต้องเล่นกีตาร์ระบายอารมณ์จนสายขาดไปสามเส้นในอาทิตย์นี้... คือเธอนะ รินรดา" รันรดาอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาแบบไม่ตั้งตัว ดวงตากลมโตมองสำรวจใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม เธอนึกอยากจะเถียงกลับด้วยประโยคคมๆ ตามนิสัยปากเก่งของตัวเอง แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยแรงโน้มถ่วงบางอย่าง "นาย... พูดบ้าอะไรเนี่ย..." เธอเค้นเสียงออกมาได้แค่นั้น มือเล็กยกขึ้นวางบนลาดไหล่กว้างของเขา ตั้งใจจะผลักออกแต่ปลายนิ้วกลับเผลอขยุ้มเนื้อผ้าเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว "ฉันไม่ได้บ้า" คีย์ก้มหน้าลงมาอีกนิด หน้าผากของเขากดชิดกับหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา ความเย็นจากผนังกระจกด้านหลังตัดกับความร้อนผ่าวจากร่างกายของคนตรงหน้าอย่างสิ้นเชิง "ปากเก่งนักนะ... ไหนลองเถียงฉันมาสิ ว่าเธอไม่ได้รู้สึกเหมือนที่ฉันรู้สึกเลยสักนิด" หัวใจของรินรดากระหน่ำรัวราวกองชุดในห้องซ้อม ความซึนเดระที่เคยพอกPอยู่บนใบหน้าของประธานหนุ่มจอมหยิ่งในตอนนี้ กลับกลายเป็นอาวุธร้ายที่ทำลายกำแพงในใจของเธอลงทีละน้อย ความรู้สึกต่อปากต่อคำที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นและความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยถ้อยคำนับพันที่ไม่ได้เอ่ยออกมา คีย์มองริมฝีปากอิบอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างประหม่า ก่อนที่สายตาของเขาจะเลื่อนต่ำลงมาหยุดที่จุดนั้นนานเกินความจำเป็น นิ้วมือเรียวยาวที่ค้ำยันผนังค่อยๆ เคลื่อนมาแตะที่ข้างแก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนทำให้รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เธอยังคงจ้องลึกลงไปในดวงตาของเขา ค้นหาความจริงจังที่ซ่อนอยู่หลังม่านความเย่อหยิ่งทั้งหมด "ถ้าเกิดว่า... ฉันบอกว่า..." รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบที่ซ่อนอยู่ในใจ *กริ๊ก! แกร็ก!* เสียงไขกุญแจดังขึ้นที่ประตูด้านนอก ตามมาด้วยแสงไฟนีออนสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามาในห้องซ้อมจนทั้งผงะถอยออกจากกันแทบไม่ทัน "อ้าว คีย์! ยังอยู่ข้างในเหรอเนี่ย? ฉันนึกว่ากลับไปแล้ว พอดีลืมกระเป๋าโน้ตไว้..." เสียงทุ้มคุ้นเคยของ *พี่ภัทร* รุ่นพี่ต่างคณะดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาในห้อง รินรดารีบยกมือขึ้นเสยผมแก้เก้อ ถอยกรูดไปยืนอยู่อีกมุมห้องทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ขณะที่คีย์หันไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาดุดันและหงุดหงิดสุดขีด ร่างสูงสบถเบาๆ ในลำคอเมื่อแผนการเคลียร์ใจถูกขัดจังหวะลงในวินาทีชี้ชะตา *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสจังหวะหัวใจในตอนนี้ด้วยกันนะครับ*
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จังหวะรักสะดุดหยุดที่เธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%