จังหวะรักสะดุดหยุดที่เธอ•ตอนที่ 7

รอยยิ้มที่หายากยิ่ง

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"พี่บอกแล้วไงครับริน ว่าเรื่องเอกสารเบิกงบของชมรมดนตรีปีนี้ พี่ช่วยจัดการให้ได้เสมอ ขอแค่รินเอ่ยปาก... พี่พร้อมเคลียร์ให้ทุกโต๊ะ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลของพี่ภัทรดังแทรกบรรยากาศตึงเครียดในห้องซ้อมดนตรีขึ้นมาทันที ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาปีสามเนี้ยบกริบก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้รินรดา ระยะห่างระหว่างเขากับเธอในตอนนี้มันชิดใกล้เสียจนคนมองรู้สึกขัดตา ทว่าเจ้าตัวกลับไม่ได้สังเกตสายตาคมกริบดั่งใบมีดโกนของคนที่ยืนกอดอกอยู่มุมห้องเลยสักนิด รินรดาผ่อนลมหายใจยาวออกมาเบาๆ เพื่อเรียกสติ เธอยกมือขึ้นทัดผมกับใบหูแก้เก้อ ก่อนจะขยับตัวถอยหลังเลี่ยงการคุกคามทางสายตาและระยะห่างที่ใกล้เกินควรของรุ่นพี่ต่างคณะอย่างเนียนๆ "ขอบคุณมากครับพี่ภัทร แต่เรื่องเอกสารของชมรม ทางผมกับรินรดา... เราจัดการกันเองได้ครับ ไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของพี่หรอก" คีย์ก้าวฉับๆ เข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งคู่ ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความหงุดหงุดออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมดุจ้องเขม็งไปยังพี่ภัทรราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ปากหยักได้รูปเหยียดยิ้มเยาะด้วยความหมั่นไส้ที่อีกฝ่ายขยันทำตัวเป็นแมวขโมยคอยเข้ามาเสนอหน้าถูกเวลาเสียเหลือเกิน พี่ภัทรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มสุภาพแต่แฝงความท้าทายถูกจุดขึ้นที่มุมปาก "อ้าวเหรอครับคีย์ นึกว่าช่วงนี้ประธานชมรมจะยุ่งจนหัวหมุนซะอีก เห็นปล่อยให้เด็กปีหนึ่งต้องมาวิ่งวุ่นแก้ปัญหาอยู่คนเดียว... แบบนี้เขาไม่เรียกว่าดูแลหรอกนะ น้องรินเขาเหนื่อยเปล่าๆ" "พี่ภัทรครับ!" รินรดาโพล่งขึ้นมาด้วยความรำคาญใจปนเกรงใจ เธอก้าวขึ้นมาอยู่ระดับเดียวกับคีย์แล้วส่งสายตาปรามไปยังรุ่นพี่ "รินจัดการเองได้ทุกเรื่องค่ะ ไม่ได้เดือดร้อนอะไร แล้วนี่พี่ภัทรมีธุระอะไรรึเปล่าคะ ถึงได้เดินเข้ามาในห้องซ้อมดนตรีสากลได้" คำถามตรงไปตรงมาแถมยังไล่ทางอ้อมทำเอาพี่ภัทรชะงักไปนิด แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็กลับมาประดับบนใบหน้าได้ทันท่วงที "พี่แค่เอาเอกสารกิจกรรมของคณะมาฝากไว้ที่ตึกนี้ แล้วบังเอิญได้ยินเสียงคนเถียงกัน... เอ้ย เสียงพูดคุยกัน เลยแวะมาดูว่ามีใครรังแกน้องรินรึเปล่าก็แค่นั้นเองครับ" คีย์แค่น 'หึ' ออกมาจากลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและเต็มไปด้วยความหยัน "คนที่น่ารำคาญจนต้องระวังตัวที่สุดในตึกนี้... ตอนนี้ก็ยืนอยู่ตรงหน้าผมนี่แหละครับ" "นี่นาย!" พี่ภัทรหรี่ตาลง รังสีความเป็นคู่อริแผ่พุ่งออกมาปะทะกันเปรี๊ยะๆ ทว่าก่อนที่สงครามประสาทระหว่างผู้ชายสองคนจะลุกลามไปกันใหญ่ รินรดาที่ยืนมองสถานการณ์อยู่ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือเรียวบางเอื้อมไปดึงชายเสื้อฮู้ดสีดำของคีย์เบาๆ เป็นเชิงปราม "พอเลยค่ะทั้งคู่! นี่ห้องซ้อมดนตรีนะ ไม่ใช่สนามรบ จะมาทำหน้ายักษ์ใส่กันอยู่ทำไม" รินรดาหันไปมองคีย์ด้วยสายตาดุๆ ก่อนจะหันกลับมาทางพี่ภัทร "ส่วนเรื่องเอกสาร... ขอบคุณมากนะคะพี่ภัทร แต่รินกับคีย์... เอ้ย กับประธานชมรมตกลงกันลงตัวแล้วค่ะ รบกวนพี่ภัทรกลับไปทำธุระของตัวเองต่อเถอะค่ะ รินเกรงใจ" น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวและท่าทีที่ไม่มีช่องว่างให้แทรกซึมทำให้พี่ภัทรหัวเราะแห้งๆ ออกมา "โอเคครับๆ น้องรินไล่ทางอ้อมขนาดนี้ พี่ไม่หน้าด้านอยู่ต่อแล้วก็ได้ ไว้ว่างๆ ไปทานกาแฟกันนะ" พูดจบ รุ่นพี่หนุ่มก็ปรายตามองคีย์ด้วยสายตากวนประสาทอีกครั้งก่อนจะยอมหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้บรรยากาศข้างในกลับมาเงียบสงบลงอีกครั้ง แต่ความอึดอัดระลอกใหม่กลับเข้ามาแทนที่ ประตูกระจกปิดสนิทลงแล้ว คีย์ยังคงยืนกอดอกนิ่ง สีหน้าของเขายังคงบึ้งตึง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนรินรดารู้สึกได้ เธอแอบลอบมองใบหน้าด้านข้างของคนตัวสูงที่เอาแต่เม้มปากแน่นด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู ให้ตายเถอะ... ผู้ชายอะไร โกรธทีไรหน้าตาเหมือนยักษ์ปักหลั่นทุกที รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงอีกนิด ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนแทบจะชิดลาดไหล่กว้างของเขา ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซนกวาดมองสำรวจใบหน้าบึ้งตึงนั้นอย่างถือวิสาสะ "นี่... ประธานคีย์คะ" เสียงใสเอ่ยเรียกด้วยโทนเสียงลากยาวกวนประสาท คีย์เหลือบสายตาดุๆ กลับมามอง "อะไร" "หึงเหรอคะ?" คำถามนั้นทำเอาคนฟังถึงกับสำลักลมหายใจตัวเอง คีย์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงและเย็นชาดังเดิม ร่างสูงเบือนหน้าหนีไปอีกทางทันทีราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะจับพิรุธบนใบหน้าที่กำลังร้อนผ่าวขึ้นมาได้ "เพ้อเจ้ออะไรของเธอ ใครหึง ใครว่างขนาดนั้น" น้ำเสียงห้วนจัดเอ่ยปฏิเสธทันควันแบบไม่ต้องคิด แต่หูสองข้างที่ขึ้นสีแดงก่ำจนลามไปถึงต้นคอ กลับทรยศคำพูดของเจ้าตัวอย่างสิ้นเชิง รินรดาแอบอมยิ้มกริ่มในใจกับท่าที "ปากแข็ง" ที่ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่มีวันยอมรับของคนตรงหน้า เธอยطมือขึ้นกอดอกเลียนแบบท่าทางของเขาบ้าง แล้วเอียงคอมองสำรวจอาการรนรานที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาLดนิ่งขรึม "อ้าวเหรอคะ นึกว่าหึงซะอีก เห็นทำหน้าเหมือนคนกินพริกไปทั้งสวน แถมยังปล่อยรังสีอำมหิตใส่พี่เขาซะขนาดนั้น กลัวว่าพี่ภัทรจะโดนรังสีพิษของประธานชมรมกัดจนละลายหายไปซะก่อนน่ะสิคะ" "รินรดา!" คีย์หันขวับกลับมามองคนตัวเล็กกว่าด้วยความหงุดหงิดระคนเขินจัด ดวงตาสีเข้มวาววโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อโดนย้อนเข้าให้ "เธอจะพูดมากเกินไปแล้วนะ อยากโดนทำโทษรึไง ถึงได้กล้ามาล้อเล่นกับฉันแบบนี้" "ทำโทษอะไรคะ? จะให้วิ่งรอบสนามฟุตบอลสิบรอบ หรือจะให้ยกเครื่องเสียงทั้งหมดในห้องนี้คนเดียวอีก?" รินรดาเชิดหน้าขึ้นท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว ฝีปากกล้าต่อกรกลับได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด "บอกไว้ก่อนนะว่าวิธีเดิมๆ ใช้ไม่ได้ผลกับรินแล้วค่ะ" รอยยิ้มร้ายกาจและแววตาท้าทายของหญิงสาวทำให้คีย์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจนมุม... ไม่ใช่จนมุมเพราะเถียงสู้ไม่ได้ แต่จนมุมเพราะหัวใจเจ้ากรรมมันดันเต้นรัวผิดจังหวะทุกครั้งที่ได้ยินเสียงใสๆ นี่เถียงฉอดๆ อยู่ตรงหน้า ให้ตายเถอะ ผู้หญิงอะไร... ปากเก่งเป็นบ้า แถมยังรู้จุดอ่อนของเขาดีเสียยิ่งกว่าตัวเขาเองเสียอีก คีย์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติที่กำลังเตะฝุ่น ร่างสูงก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว จนคนตัวเล็กต้องผถายหลังกรูดไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องซ้อมดนตรีเย็นเฉียบ ตึง! แขนแกร่งข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับผนังเหนือศีรษะของเธอ กักขังร่างบางไว้ในอาณาเขตของตัวเองทันที ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นที่โถมซัดเข้ามาในอก รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ ความกล้าหาญเมื่อครู่หดหายไปครึ่งหนึ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาดุดันที่แฝงประกายความคลั่งรักไว้อย่างแนบเนียนของคนตรงหน้า "กล้ามากนะ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอันตราย "คิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรเธอใช่ไหม ถึงได้ลอยหน้าลอยตาพูดจายั่วโมโหแบบนี้" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นโครมครามราวกับตีกลองชุดในห้องซ้อม แต่เธอก็ยังฝืนทำเป็นใจดีสู้เสือ เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขา "ริน... รินเปล่ายั่วซะหน่อย แค่พูดความจริงต่างหาก... ใครใช้ให้ประธานทำหน้ายักษ์ใส่คนอื่นก่อนล่ะคะ" คีย์ก้มหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกับแก้มเนียนใส ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มจนรินรดารู้สึกขนลุกซู่ สมองขาวโพลนคิดคำเถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังระอุและหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ คีย์ที่เอาแต่ทำหน้าบึ้งตึงและปากจัดมาตลอดทั้งวัน กลับเผลอหลุดหัวเราะเบาๆ ออกมาในลำคอ พร้อมกับรอยยิ้มบางเบาที่จุดประกายขึ้นที่มุมปากอย่างลืมตัว รอยยิ้มที่หาชมได้ยากยิ่ง... รอยยิ้มที่ทำให้ดวงตาคมดุคู่นั้นฉายแววอ่อนโยนและประกายความสุขออกมาอย่างปิดไม่มิด รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เธอมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง... คีย์กำลังยิ้ม? ผู้ชายสายซึน ปากร้ายคนนี้เนี่ยนะกำลังยิ้มให้เธอ? ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นประสานกันเป็นจังหวะเพลงร็อคหนักหน่วง ก่อนที่คีย์จะทันได้รู้ตัวว่าตัวเองเผลอแสดงด้านที่อ่อนโยนที่สุดออกมาให้เธอเห็น ร่างสูงก็ชะงักกึก ดวงตาคมไหววับด้วยความตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อเห็นรินรดากำลังจ้องมองใบหน้าของเขาตาค้าง "ยิ้ม..." รินรดาเผลอพึมพำออกมาเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนตื่นเต้น "เมื่อกี้นาย... ยิ้มเหรอคีย์?" คีย์รีบหุบยิ้มฉับทันที สีหน้ากลับมาบึ้งตึงและเย็นชาดังเดิมราวกับใส่หน้ากาก ร่างสูงรีบชักมือกลับแล้วผละถอยหลังออกไปก้าวหนึ่งอย่างรวดเร็ว ใบหูและลำคอของเขากลับมาแดงก่ำยิ่งกว่าเดิมด้วยความเขินอายที่พยายามกลบเกลื่อนสุดชีวิต "ใครยิ้ม... เธอตาฝาดแล้วรินรดา เลิกเพ้อเจ้อแล้วไปเก็บโน้ตเพลงบนโต๊ะได้แล้ว ไป!" คีย์เสียงดังกลบเกลื่อนความพิรุธ ทว่าจังหวะนั้นเอง... แกร๊ก! เสียงลูกบิดประตูด้านนอกถูกบิดเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารกองโตในมือ โดยไม่ทันได้ดูบรรยากาศชวนหายใจไม่ทั่วท้องภายในห้องเลยแม้แต่น้อย "พี่คีย์ครับ! เอกสารเบิกงบชุดใหม่ที่อาจารย์ฝากให้เซ็น... เฮ้ย! ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรพวกพี่รึเปล่าเนี่ย?" ////////////////////////////////////////////////// ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและซับพอร์ตจังหวะหัวใจดวงนี้ไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จังหวะรักสะดุดหยุดที่เธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%