"ปล่อยค่ะ... เอ้ย ปล่อยได้แล้วมั้งคุณประธาน ข้อมือฉันไม่ได้ทำด้วยเหล็กนะ จะได้บีบเอาๆ แบบนี้"
เสียงใสๆ ที่ติดจะหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของมุมตึกหลังหอประชุมคณะศิลปกรรม รินรดาพยายามบิดข้อมือตัวเองให้หลุดจากการกอบกุม แต่ทว่า... คีย์กลับยิ่งกระชับนิ้วเข้าหากันแน่นขึ้นไปอีก ราวกับกลัวว่าถ้าเผลอคลายมือเพียงนิดเดียว คนตรงหน้าจะหายวับไปกับความมืด
คีย์ไม่ได้ตอบทันที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตา (ที่เจ้าตัวมักจะใส่เฉพาะเวลาทำงานหรืออยู่คนเดียว) จ้องมองร่องรอยสีแดงจางๆ บนผิวเนื้อเนียนของหญิงสาวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ตีรันกันอยู่ในอก เขาขมวดคิ้วมุ่นจนแทบจะเป็นปม ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาไม่ใช่เพราะรินรดาพยศ แต่เป็นเพราะไอ้ "ความซุ่ม่าม" ของเจ้าตัวต่างหากที่เกือบทำให้เกิดเรื่องแย่ๆ ขึ้นเมื่อครู่
"ถ้าเดินให้มันระวังกว่านี้สักนิด สมองส่วนการทรงตัวคงไม่ต้องทำงานหนักหรอกมั้ง รินรดา" คีย์เปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และแฝงความประชดประชันตามสไตล์ "ปากปีจอ" ของเขาที่ใครๆ ในชมรมต่างก็รู้ซึ้ง
"นี่! ฉันจะเดินยังไงมันก็เรื่องของฉันไหมคะ อีกอย่าง... เมื่อกี้ถ้าคุณไม่โผล่มาเป็นเจ้าเข้าทรงดึงฉันไว้ ฉันก็หลบพ้นไอ้รถจักรยานบ้าคันนั้นอยู่ดีนั่นแหละ!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความถือดี เธอยอมรับก็ได้ว่าใจหายวาบตอนที่ล้อจักรยานเกือบจะเฉี่ยวชนเมื่อกี่นี้ แต่มีทางเสียล่ะที่จะยอมรับความหวังดีแบบขวาผ่าซากของพ่อประธานหนุ่มคนนี้
"หลบพ้น? พูดออกมาได้..." คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมดุหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองท่าทางอวดดีนั้น "เมื่อกี้ถ้าผมไม่คว้าข้อมือคุณไว้ ป่านนี้คุณคงไปนอนวัดพื้นคอนกรีตเรียบร้อยแล้วมั้งครับ หรือว่าชอบเจ็บตัว ถึงได้ทำเป็นเก่งอยู่ได้ทุกสถานการณ์"
"ปากคอเราะร้ายจริงนะ..." รินรดาพึมพำเบาๆ แต่ก็ยอมหยุดยื้อยุด เธอมองหน้าคนตัวสูงกว่าที่ตอนนี้ขยับเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างกันลดลงอย่างน่าใจหาย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความสะอาดสดชื่นลอยเข้าแตะจมูก ทำให้หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติกลับเริ่มรวนเรอย่างไร้สาเหตุ "แล้วนี่สรุปจะปล่อยได้หรือยังคะ หรือว่าติดใจข้อมือฉัน อยากจะจับไว้จนถึงเช้าเลยว่างั้น"
คำพูดกวนประสาทนั้นทำให้คีย์ชะงักไปนิด ชายหนุ่มก้มลงมองมือตัวเองที่ยังคงกอบกุมข้อมือเรียวเอาไว้แน่น เขารีบปล่อยมือออกทันทีราวกับโดนของร้อน ใบหน้าคมคายเบือนหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความเก้อเขินที่ฉาบขึ้นบนสันกรามคมสัน
"ใครอยากจะจับ... เพ้อเจ้อ" คีย์เสียงแข็งใส่กลบเกลื่อน "ผมแค่ไม่อยากให้งานของชมรมต้องสะดุด เพราะเด็กกิจกรรมปีหนึ่งแขนหักไปซะก่อนก็เท่านั้น"
"เหอะ! เป็นห่วงก็พูดออกมาตรงๆ เถอะค่ะคุณคีย์ ไม่เห็นต้องฟอร์มเยอะเลย หน้าตาดีซะเปล่า แต่ปากแบบนี้ระวังจะขึ้นคานทองนิเวศน์นะบอกให้" รินรดาแกล้งแซ่วยิ้มๆ แม้ว่าในใจจะแอบเต้นผิดจังหวะกับความใส่ใจที่ถูกห่อหุ้มด้วยวาจาเชือดเฉือนนั้นก็ตาม เธอรู้จักคีย์ดีพอที่จะรู้ว่าภายใต้ท่าทางเย็นชาและคำพูดขวานผ่าซาก ผู้ชายคนนี้มักจะแอบทำอะไรลับหลังเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการแอบจัดเตรียมห้องซ้อมให้ หรือการตรวจตารางงานไม่ให้ทับซ้อนกัน
"ผมไม่ได้เป็นห่วง... แค่ไม่อยากวุ่นวาย" คีย์หันกลับมาตอกกลับเสียงเข้ม ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว ราวกับต้องการค้นหาว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ "แล้วก็เลิกทำตัวเป็นภาระสักที รินรดา งานเลี้ยงรุ่นพี่ปีสี่ที่จะถึงนี้ ถ้าคุณยังเดินซุ่มซ่ามแบบนี้อีก ผมคงต้องหากรงมาขังไว้ไม่ให้เดินไปไหนเพ่นพ่านแล้วล่ะมั้ง"
"นี่คุณ! ว่าฉันเป็นสัตว์เลี้ยงเหรอคะ!"
"ถ้าคิดว่าใช่ ก็ตามนั้น..."
รินรดาอ้าปากค้าง เตรียมจะร่ายยาวชุดใหญ่ใส่ความปากร้ายของประธานหนุ่ม แต่ทว่า เสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาพร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยก็ขัดจังหวะการปะทะคารมของทั้งคู่เสียก่อน
"อ้าว ริน... อยู่นี่เองเหรอ พี่ตามหาซะทั่วเลย"
ร่างสูงโปรดของ 'พี่ภัทร' ก้าวเข้ามาหยุดยืนใกล้ๆ ทั้งสองคน รอยยิ้มอบอุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ถูกส่งมาให้รินรดา ก่อนที่สายตาคมจะกวาดมองไปที่คีย์ด้วยแววตาที่อ่านยาก คล้ายจะจับผิดแต่ก็ยังคงรักษามารยาทความเป็นรุ่นพี่เอาไว้ได้อย่างแนบเนียน "สวัสดีครับคีย์ น้องรin ไม่เป็นอะไรใช่ไหม พอดีพี่เห็นเกือบโดนจักรยานชน ใจหายหมดเลย"
คีย์หรี่ตามองรุ่นพี่ต่างคณะที่แสดงความเป็นห่วงเป็นใยออกนอกหน้า รังสีความไม่พอใจแผ่ออกมาจากตัวของประธานหนุ่มชมรมดนตรีสากลอย่างชัดเจนจนรินรดารู้สึกได้ สันกรามของคีย์ขบเข้าหากันแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ
"ผมว่ารุ่นพี่ภัทรน่าจะดูแล 'คนของตัวเอง' ให้ดีกว่านี้นะครับ มัวแต่ปล่อยให้เดินเหม่อจนเกือบเป็นภาระคนอื่นแบบนี้ มันดูไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่" คีย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท แต่คำพูดแต่ละคำคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
ภัทรชะงักไปนิด รอยยิ้มบนใบหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยก่อนจะปรับให้เป็นปกติ "อ๋อ พอดีพี่ติดธุระกับอาจารย์นิดหน่อยน่ะครับ ดีนะที่คีย์ช่วยไว้ทัน ไม่งั้นพี่คงรู้สึกผิดแย่... ขอบใจแทนน้องรินด้วยนะคีย์"
"ไม่ต้องขอบใจหรอกครับ ผมไม่ได้ช่วยเพราะเห็นแก่หน้าใคร" คีย์พูดตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะหันมามองรินรดาที่ยืนเม้มปากแน่น "จำคำที่ผมพูดไว้ล่ะ... คราวหน้าถ้าไม่มีคนคอยช่วย อาจจะไม่ได้โชคดีแบบนี้อีก"
พูดจบ คีย์ก็หมุนตัวเดินจากไปทันทีด้วยท่าทางเย่อหยิ่งและมั่นคง แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มค่อยๆ
ลับตาไปในความมืดของทางเดิน แต่ทว่า... ทิ้งความรู้สึกร้อนรุ่มและคำพูดที่ยังค้างคาใจไว้ให้รินรดายืนนิ่งอึ้ง
รินรดามองตามร่างสูงนั้นไป หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกโกรธเคืองที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความสับสนและคำถามมากมายที่วนเวียนอยู่ในหัว
*ปากแข็งจริงๆ... ผู้ชายอะไร* เธอบ่นพึมพำในใจ
"ริน... ไหวไหม หน้าแดงๆ นะ เป็นไข้หรือเปล่า" เสียงนุ่มของภัทรเรียกสติเธอกลับคืนมา รินรดาส่ายหัวเบาๆ ปฏิเสธความหวังดีนั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ
"เปล่าค่ะพี่ภัทร ริน... แค่คิดอะไรเพลินๆ น่ะค่ะ"
แม้ปากจะบอกแบบนั้น แต่สายตาของเธอกลับมองไปยังทิศทางที่คีย์เดินหายไป... โดยไม่รู้เลยว่า ที่มุมตึกอีกด้านหนึ่ง มีร่างสูงของใครบางคนยืนพิงผนังอยู่ มือหนายกขึ้นกุมหน้าอกด้านซ้ายของตัวเองที่กำลังเต้นโครมครามราวกับกลองชุดในห้องซ้อม
คีย์ถอนหายใจออกมาเบาๆ กับความใจร้อนและวาจาเชือดเฉือนที่มักจะพ่นออกไปก่อนได้คิดทุกที เขากำมือแน่นเมื่อนึกถึงภาพที่ภัทรยืนอยู่ใกล้ชิดกับรินรดาเมื่อครู่ ความหึงหวงที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ กำลังกัดกินความอดทนของเขาจนแทบจะไม่เหลือซาก
แต่ก่อนที่เขาจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทของชมรม
[Karn_Drum: "ประธาน! แย่แล้วครับ! ไฟล์เพลงโปรเจกต์ใหญ่ที่จะต้องพรีเซนต์ให้อาจารย์วันพรุ่งนี้ อยู่ในคอมพิวเตอร์ที่ห้องชมรม แต่ตอนนี้... ระบบล็อกอินมีปัญหา เปิดไฟล์ไม่ได้ครับ!"]
คีย์ขมวดคิ้วฉับทันที ความกังวลเรื่องงานพุ่งขึ้นมาแทนที่เรื่องอื่นๆ เขากดโทรศัพท์เตรียมจะโทรหากานต์ แต่แล้วนิ้วของเขาก็ต้องชะงักกึก เมื่อมีข้อความใหม่เด้งขึ้นมาจากเบอร์แปลกที่ไม่เคยบันทึกไว้ แต่เขากลับจำเบอร์นั้นได้แม่นยำยิ่งกว่าอะไร
[Unknown: "นี่... คุณประธานปากร้าย ถ้ายังไม่อยากให้โปรเจกต์พังไม่เป็นท่า รีบเดินกลับมาที่ห้องชมรมดนตรีด่วนเลยค่ะ ฉันมีเรื่องจะ ‘เคลียร์’ กับคุณเรื่องเมื่อกี้!"]
คีย์นิ่งงันไปชั่ววินาที ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง... รอยยิ้มของคนที่รู้ว่าตัวเองกำลังเดินเข้าสู่ "หลุมพราง" ที่อีกฝ่ายขุดดักรอไว้ด้วยความเต็มใจ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟังเพลงรักจังหวะนี้ด้วยกันนะครับ
จังหวะรักสะดุดหยุดที่เธอ•ตอนที่ 10
รอยร้าวที่เริ่มซ่อม
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จังหวะรักสะดุดหยุดที่เธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!