“ถอยไปสิคะพี่ภัทร รินไม่ได้หมายความว่า...”
น้ำเสียงของรินรดาตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อร่างสูงของรุ่นพี่ต่างคณะก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของห้องซ้อมดนตรีสากล ความเงียบงันเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศตึงเครียดที่ลอยวนอยู่ในอากาศราวกับฝุ่นละอองยามต้องแสงไฟ
“พี่แค่มารับเราไปทานข้าวครับ รินดูเหนื่อยๆ นะ ช่วงนี้ซ้อมหนักเกินไปหรือเปล่า” พี่ภัทรส่งยิ้มสุภาพตามแบบฉบับชายหนุ่มแสนดี ทว่าในสายตาของคนที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่มุมห้องอย่าง ‘คีย์’ รอยยิ้มนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ
คีย์ไม่พูดพร่ำทำเพลง ขายาวก้าวฉับๆ เข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งคู่ด้วยแรงปะทะทางกายที่ไม่ได้รุนแรงนัก แต่เด็ดขาดพอจะทำให้พี่ภัทรต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“ห้องซ้อมนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของชมรมดนตรีสากลครับรุ่นพี่ ถ้าไม่มีธุระเรื่องเพลง เชิญข้างนอกครับ” เสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นเอ่ยขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องมองผู้มาใหม่นิ่งสนิท ไร้ซึ่งรอยยิ้มและมารยาททางสังคมที่ควรมี
พี่ภัทรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองมือของคีย์ที่ยังคงถือปิ๊กกีตาร์ค้างไว้ราวกับพร้อมจะดีดใส่หน้าใครสักคน “พี่ไม่ได้มาคุยกับนาย พี่มาคุยกับริน... ว่าไงครับริน จะไปหาอะไรรองท้องกับพี่ไหม”
รินรดาเม้มปากแน่น เหลือบมองหน้าคีย์ที่ตอนนี้บึ้งตึงยิ่งกว่าก้นหม้อต้มกาแฟ เธอรู้ดีว่าถ้าขืนตอบตกลงตอนนี้ มีหวังห้องซ้อมได้กลายเป็นสนามรบขนาดย่อม และเธอก็ขี้เกียจจะมานั่งเช็ดกวาดซากอารมณ์ของประธานชมรมจอมเผด็จการนี่เต็มที
“ขอบคุณนะคะพี่ภัทร แต่รินยังมีงานที่ต้องเคลียร์กับ... กับหัวหน้าวงค่ะ” รินรดาเน้นเสียงคำว่าหัวหน้าวงพร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้คนข้างๆ
คีย์กระตุกยิ้มมุมปาก ความหงุดหงิดในอกเมื่อครู่เบาบางลงไปครึ่งหนึ่งเมื่อได้ยินคำปฏิเสธนั้น เขาปรายตามองพี่ภัทรด้วยความเหนือกว่าเล็กน้อย “ได้ยินแล้วนะครับ เชิญครับ”
เมื่อประตูห้องซ้อมปิดลงพร้อมกับเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกของคนตัวเล็ก คีย์ก็หันขวับกลับมา ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาราวกับเสือจ้องตะครุบเหยื่อ จนเธอต้องรีบถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางโน้ตเพลง
“อะ... อะไรของคุณอีกเนี่ย ถอยไปเลยนะคีย์!” รินรดาร้องประท้วง มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายไว้ แต่คีย์กลับไม่สะทกสะท้าน เขายื่นมือไปวางทับบนชั้นวางเพลง กักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างเบ็ดเสร็จ
“เมื่อกี้เกือบตอบตกลงเขาไปแล้วไหมล่ะ ถ้าฉันไม่ยืนอยู่ตรงนี้” เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกลิ่นมี้นต์จางๆ ทำเอารินรดาหัวใจกระตุกวูบ
“แล้วมันเรื่องอะไรของล่ะคะ รินจะไปไหนกับใครมันก็สิทธิ์ของริน” เถียงกลับทันควันตามนิสัยปากเก่ง ดวงตากลมโตจ้องสู้ไม่หลบ แต่แก้บเนียนใสกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่
“สิทธิ์เหรอ... ลืมไปแล้วหรือไงว่าเธอต้องรับผิดชอบโปรเจกต์เพลงคู่ให้ผ่านก่อนจะจบปีหนึ่ง ถ้าเธอสอบตกวิชานี้ ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนหักคะแนนเธอเอง” คีย์ขู่เสียงต่ำ แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย
“คุณมันเผด็จการ!”
“ขอบใจที่ชม” คีย์ตอบหน้าตาย ก่อนจะผละตัวออกไปหยิบกีตาร์โปร่งตัวโปรดขึ้นมาถือไว้ “เอาล่ะ เลิกไร้สาระแล้วมาเริ่มติวเข้มกันจริงๆ จังๆ ได้แล้ว นั่งลงตรงนั้น”
เขาพยักเพยิดไปยังเก้าอี้หน้าขาตั้งโน้ต รินรดากระแทกตัวนั่งลงด้วยความหมั่นไส้แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี เธอรู้ว่าถึงจะเถียงชนะเรื่องฝีปาก แต่สุดท้ายเธอก็ต้องยอมจำนนต่อทักษะดนตรีที่แพรวพราวของเขาอยู่ดี
“เพลงนี้นะรินรดา ตรงท่อนฮุกที่เธอชอบร้องเพี้ยน” คีย์เดินเข้ามานั่งยองๆ ลงข้างเก้าอี้ที่เธอFuนั่งอยู่ มือหนาวางทับลงบนหลังมือของเธอที่กำลังจับคอซองกีตาร์ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นส่งผ่านผิวเนื้อจนรินรดาสะดุ้งเฮือก
“ปล่อยมือเลยนะ ฉันจับเองได้”
“ถ้าจับเองได้ดีป่านนี้ไม่ต้องแก้สิบล้อมหาสมุทรแล้ว” คีย์แซะเบาๆ แต่ไม่ได้ปล่อยมือ เขากลับขยับนิ้วเรียวของเธอให้กดลงบนเฟรทกีตาร์ให้แน่นขึ้น “ใช้นิ้วชี้กดลงไปตรงเส้นที่สาม... น้ำหนักต้องพอดี ไม่เบาไปจนเสียงบอด และไม่หนักจนเจ็บนิ้ว... รู้จักผ่อนปรนแต่หนักแน่น เข้าใจไหม”
น้ำเสียงที่ใช้สอนนุ่มนวลขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ความปากร้ายเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตั้งใจจริงที่สะท้อนออกมาผ่านแววตา คีย์ตั้งใจสอนทุกรายละเอียด ทั้งจังหวะการดีด การหายใจเข้าออกก่อนจะเริ่มร้อง เพื่อให้เสียงของเธอประสานเข้ากับเสียงกีตาร์ได้อย่างลงตัว
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าของคนที่กำลังตั้งอกตั้งใจจัดท่าทางให้เธอ แสงไฟสีส้มสลัวในห้องซ้อมขับให้สันจมูกโด่งและขนต้างอนของเขาดูโดดเด่นขึ้นไปอีก หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ... *ผู้ชายคนนี้นี่นะ ปากร้ายใจดีชะมัด*
“มองอะไร หน้าฉันมีโน้ตเพลงติดอยู่หรือไง” คีย์เอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากนิ้วของเธอที่กำลังลองดีดตามคอร์ดที่เขาสอน
“เปล่าค่ะ แค่คิดว่า... ถ้าคุณพูดจาดีๆ เป็นตั้งแต่แรก ชีวิตฉันคงสงบสุขกว่านี้เยอะ” รินรดาเบี่ยงประเด็น พยายามซ่อนรอยยิ้มที่มุมปาก
“ถ้าฉันพูดจาดีกับทุกคน เธอก็คงเป็นแค่หนึ่งในคนที่เดินผ่านไปผ่านมาสิ” คีย์พึมพำเบาๆ ประโยคหลังเบาเสียจนรินรดาเกือบฟังไม่ทัน
“คุณว่าอะไรนะ?”
“เปล่า ตั้งใจฟังเสียงกีตาร์นี่...” คีย์ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนไหล่ของทั้งคู่แนบชิดกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นความตั้งใจทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความหวานที่เคลือบด้วยความซึนอย่างลงตัว
ทั้งสองคนจมอยู่กับท่วงทำนองและเสียงดนตรีที่ค่อยๆ ประสานกันอย่างไพเราะ ความขัดแย้งเมื่อครู่ถูกหลอมรวมเป็นความใกล้ชิดที่เกินเลยกว่าคำว่าอาจารย์กับลูกศิษย์ไปไกลโข
ทว่า... ในวินาทีที่คีย์กำลังจะเอื้อมมือไปจับข้อมือเธอเพื่อปรับจังหวะการดีดให้เข้าที่ ประตูห้องซ้อมดนตรีก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยไม่มีแม้แต่เสียงเคาะ
“พี่คีย์คะ! แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่ที่เวทีกลางแจ้งแล้ว!”
เสียงหอบเหนื่อยของรุ่นน้องปีหนึ่งดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับร่างที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดอยู่กลางห้อง คีย์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันไปมองรุ่นน้องด้วยแววตาดุดัน
“มีเรื่องอะไร โวยวายทำไม”
“คือ... มีคนจากชมรมอื่นไปรื้อเครื่องเสียงที่เราเซ็ตไว้สำหรับงานพรุ่งนี้พังหมดเลยค่ะ แถม...” รุ่นน้องกลืนน้ำลายเอื้อม ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้คีย์และรินรดาต้องเบิกตากว้าง
“แถมคนที่สั่งการ... คือ **พี่ภัทร** ครับ”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟังเสียงหัวใจของคีย์และรินรดานะครับ
จังหวะรักสะดุดหยุดที่เธอ•ตอนที่ 14
การซ้อมร่วมที่ร้อนแรง
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จังหวะรักสะดุดหยุดที่เธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!