จังหวะรักสะดุดหยุดที่เธอ•ตอนที่ 13

ความขัดแย้งครั้งใหม่

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"ถ้าคิดว่าพวกนายขนเครื่องดนตรีราคาแพงระยับมาจากตึกบริหารธุรกิจแล้วจะทำให้เสียงเพลงมันไพเราะขึ้นมาได้ล่ะก็... เลิกเพ้อเจ้อแล้วไสหัวออกไปจากห้องซ้อมของชมรมผมซะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความหงุดหงิดระคนเย้ยหยันดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องซ้อมใหญ่ของชมรมดนตรีสากลถูกผลักเปิดออก คีย์ยืนกอดอกพิงกับโครงเปียโนแกรนด์เปียโนตัวเก่ง สายตาคมกริบมองกลุ่มผู้มาเยือนด้วยแววตาเหยียดหยาม ขณะที่มือข้างหนึ่งเคาะนิ้วลงกับอากาศเป็นจังหวะเพลงร็อกดุดันเพื่อแสดงความรำคาญ ผู้มาเยือนไม่ใช่ใครอื่น—เปรม ประธานชมรมดนตรีร่วมสมัยจากคณะบริหารธุรกิจ เจ้าของส่วนสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตร ใบหน้าหล่อเหลาแบบหนุ่มสำอาง และรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทเป็นเอกลักษณ์ เปรมกวาดสายตามองไปรอบห้องซ้อมก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หันต่อท่าทีขับไล่ของเจ้าถิ่น "ใจเย็นน่า คีย์... แค่แวะมาทักทายในฐานะ 'เพื่อนบ้าน' ที่กำลังจะใช้เวทีร่วมกันในงานเทศกาลดนตรีมหาวิทยาลัยเดือนหน้าเอง" เเปรมก้าวเท้าเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับเชิญ ด้านหลังของเขามีสมาชิกในวงอีกสามคนเดินตามเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะ "อีกอย่าง... เครื่องดนตรีราคาแพงพวกนั้น มันก็แค่เครื่องมือช่วยชีวิตสำหรับคนที่ฝีมือไม่ถึงล่างั้นสิ? อย่างเช่น... วงของนายที่ปีนี้ทำท่าจะตกรอบคัดเลือกตั้งแต่ยังไม่เริ่มซะด้วยซ้ำ" บรรยากาศในห้องซ้อมอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงกระซิบกระซาบของสมาชิกชมรมดนตรีสากลดังขึ้นเป็นระลอก ความกดดันพุ่งสูงขึ้นจนเหมือนมีกระแสไฟฟ้าสถิตอยู่ทั่วบริเวณ คีย์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาก้าวเท้าออกมาจากข้างเปียโนอย่างรวดเร็ว ระยะห่างระหว่างเขากับเปรมเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว ดวงตาสองคู่จ้องประสานกันราวกับสัตว์ป่าที่กำลังแย่งอาณาเขต "ปากดีแบบนี้... หวังว่าฝีมือบนเวทีจะคมได้สักครึ่งหนึ่งของคำพูดนะ เปรม" คีย์เค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ก็น่าจะดีกว่าวงที่เอาแต่เก็บตัวซ้อมเพลงรักน้ำเน่าวนไปวนมาไม่มีพัฒนาการล่ะนะ" เปรมยักไหล่ ยั่วโมโหต่อหน้าตาเฉย "พูดถึงก็เสียดาย... ถ้าปีนี้ชมรมของนายแพ้ให้กับเราอีกปีติดต่อกัน นายคงต้องยอมรับสภาพแล้วล่ะมั้ง ว่าชมรมดนตรีสากลมันหมดสมัยไปแล้ว" มือหนาของคีย์กำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความหยิ่งทะนงในฐานะประธานชมรมและนักดนตรีผู้สมบูรณ์แบบถูกเหยียบย่ำจนแทบทนไม่ไหว เขากำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบยิ่งกว่าเพื่อซัดหน้าไอ้ประธานบริหารธุรกิจจอมยโสคนนี้ให้หงายเงิบ แต่ทว่า... "อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะ พอดีเดินสะดุดธรณีประตู... เอ๊ะ หรือว่าสะดุดความมั่นหน้าของใครแถวนี้ก็ไม่รู้ ชักไม่แน่ใจแฮะ" เสียงใสแต่กวนประสาทดังขัดจังหวะขึ้นจากทางประตูดดานหลัง ทุกสายตาในห้องหันขวับไปมองเป็นตาเดียว รินรดาก้าวเข้ามาในห้องซ้อมด้วยท่าทีสบายๆ มือข้างหนึ่งถือแก้วชานมไข่มุก อีกข้างถือแฟ้มเอกสารกิจกรรม เธอยกยิ้มมุมปากนิดๆ ส่งสายตาเรียบนิ่งแต่แฝงความร้ายกาจไปให้เปรมและกลุ่มเพื่อนร่วมวง คีย์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกวาดมองร่างบางที่เดินแทรกกลางระหว่างเขากับเปรมเข้ามาอย่างถือวิสาสะ "เธอเป็นใคร?" เปรมขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นนักศึกษาสาวปีหนึ่งกล้าเข้ามาแทรกกลางวงสนทนาที่กำลังคุกรุ่น "รินรดาค่ะ... รองประธานฝ่ายกิจกรรมคนสวยและรวยเสน่ห์ของชมรมนี้เอง" เธอแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มหวานหยดแต่แววตานี่แหละคืออาวุธสังหารดีๆ นี่เอง รินรดาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างกายคีย์ ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาน้อยมากจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ ลอยมาแตะจมูก คีย์เผลอสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีทำเป็นมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ "อ๋อ... เด็กปีหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาใหม่สินะ ถึงว่าล่ะ ถึงได้กล้าทำตัวเสียมารยาทต่อหน้าแขกบ้านแขกเมือง" เปรมแค่นหัวเราะ "เสียมารยาทเหรอคะ?" รินรดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สีหน้าและแววตาฉายแววเย้ยหยันอย่างไม่เกรงกลัว "แปลกจัง... ฉันนึกว่าการเดินเข้าห้องซ้อมคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตแถมยังมาพ่นคำพูดขยะใส่เจ้าของพื้นที่ เขาเรียกว่า 'ไร้มารยาท' ซะอีกนะรุ่นพี่เปรม หรือว่าที่คณะบริหารเขาไม่ค่อยสอนเรื่องมารยาทพื้นฐานสังคม เลยทำให้แยกไม่ออกระหว่างการมาเยี่ยมเยียนกับการมาหาเรื่องกันแน่คะ?" เพรมหน้าเสียไปชั่วขณะ รอยยิ้มกวนประสาทกระตุกวูบ เมื่อเจอเด็กปีหนึ่งย้อนศรเข้าให้แบบเต็มๆ สมาชิกวงของเปรมเริ่มส่งเสียงฮือฮาด้วยความไม่พอใจ "ปากเก่งนักนะเด็กน้อย... ระวังตัวไว้เถอะ ถึงเวลาแข่งจริงพวกเธอจะไม่มีแม้แต่หน้าจะเอาไว้ปีนขึ้นเวที" เปรมกัดฟันกรอด ขู่ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงอาฆาต ก่อนจะโบกมือให้ลูกทีมถอยออกไป "เราไปกันเถอะ... ไม่อยากเสียเวลากับคนพวกนี้" สิ้นเสียงของเปรม กลุ่มชมรมดนตรีร่วมสมัยก็เดินกระแทกเท้าออกจากห้องซ้อมไป ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่ความตึงเครียดในอากาศยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ คีย์หันขวับกลับมามองหญิงสาวที่ยืนลอยชายอยู่ข้างๆ เขาถอนหายใจยาวเหยียดออกทางจมูกด้วยความหงุดหงิดที่ยังไม่จางหาย "ใครใช้ให้เธอเข้ามาสอดเรื่องนี้?" คีย์เอ่ยเสียงแข็ง ปار์บหน้าบึ้งตึงใส่เธอทันทีตามนิสัยปากร้ายประจำตัว "ฉันจัดการเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้เด็กปีหนึ่งอย่างเธอมาออกหน้าแก้ปัญหาให้หรอกนะ" รินรดาหันขวับมามองหน้าเขาเช่นกัน ดวงตากลมโตฉายแววขุ่นเคืองทันทีที่ได้ยินคำพูดประชดประชันนั้น เธอยกแก้วชานมขึ้นดูดอึกใหญ่ก่อนจะวางกระแทกมันลงบนโต๊ะข้างๆ จนเกิดเสียงดัง *ก๊อก* "นี่! นายจะซึนไปถึงไหนฮะ, ประธานคีย์!" รินรดาเอวสะเอว มืออีกข้างชี้หน้าเขาอย่างเอาเรื่อง ฝีปากกล้าไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครเริ่มทำงานทันที "ถ้าฉันไม่เข้ามาขัดจังหวะเมื่อกี้ ป่านนี้นายคงกระโจนเข้าไปต่อาจารย์ฝ่ายปกครองข้อหาทำร้ายร่างกายคู่แข่งก่อนงานแข่งจะเริ่มไปแล้วมั้ง! หัดสำนึกบุญคุณคนอื่นบ้างเถอะ นายไม่ได้เก่งกาจค้ำฟ้าขนาดที่จะรับมือกับทุกเรื่องได้คนเดียวหรอกนะ!" "ฉันไม่ได้ขอให้เธอมาช่วย และฉันก็ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากคนปากจัดอย่างเธอด้วย!" คีย์เถียงกลับทันควัน ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโมโหปนความเขินอายที่ถูกเธอบี้จุดตายตรงหน้าผากพอดี "ปากจัดแล้วไง? ดีกว่าพวกปากแข็งแต่ใจปลาซิวอย่างนายก็แล้วกัน!" รินรดาก้าวเข้าไปประชิดตัวเขามากขึ้น บีบบังคับให้คีย์ต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับขอบเปียโนแกรนด์เปียโนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ตอนนี้ใกล้ชิดกันจนแทบจะหลอมละลาย ลมหายใจอุ่นๆ ของรินรดารดรินอยู่ตรงปลายจมูกของเขา คีย์ชะงักค้างไปทันที สมองที่เคยฉลาดเฉียบคมว่างเปล่าลงชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตที่สะท้อนภาพเงาของเขาอยู่ข้างใน "เธอ..." คีย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก น้ำเสียงที่เคยดุดันและแข็งกร้าวเมื่อครู่หายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เหลือเพียงความสั่นพร่าที่เขาพยายามควบคุมมันอย่างสุดกำลัง รินรดาชะงักไปเช่นกันเมื่อรู้ตัวว่าตอนนี้พวกเขากำลังยืนอยู่ในระยะที่อันตรายเกินไป หัวใจดวงน้อยในอกเต้นรำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยน ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด แต่ทว่า... ด้วยความทิฐิและนิสัยที่ไม่ยอมแพ้ใคร เธอจึงเลือกที่จะไม่ถอยหลังหนี กลับเงยหน้าขึ้นท้าทายเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ทำไมคะ? พูดไม่ออกเลยรึไง ประธานคนเก่ง" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่กวนประสาทดังขึ้นชิดริมฝีปากของเขา คีย์รู้สึกเหมือนสติหลุดลอยไปชั่วขณะ มือข้างหนึ่งที่วางอยู่ข้างตัวเผลอยื่นออกไปหมายจะคว้าเอวบางของเธอเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใน แต่ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะทันได้สัมผัสโดนเสื้อของเธอ *แอ๊ด...* เสียงเปิดประตูดังขึ้นอย่างแผ่วเบาราวกับจงใจขัดจังหวะความเป็นความตายของหัวใจสองดวง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในห้องซ้อมพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ "อ้าว... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญรึเปล่าครับเนี่ย?" เสียงทุ้มนุ่มของ **พี่ภัทร** ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบผละตัวถอยห่างจากคีย์ทันทีราวกับโดนไฟช็อต ขณะที่คีย์หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาดุดับและระอุด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งในอก ขอบคุณที่เดินทางผ่านจังหวะหัวใจบทนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จังหวะรักสะดุดหยุดที่เธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%