ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 22

รุ่งเช้าที่แสนเปราะบาง

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
กรงเล็บเรียวยาวที่อาบไล้ด้วยแสงสีเงินแห่งรัตติกาลชะงักค้างกลางอากาศ ห่างจากลำคอระหงของเร็นเพียงไม่กี่มิลลิเมตร กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านกดทับบรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวจนแทบหายใจไม่ออก วิกตอเรียไม่แม้แต่จะชายตามองแขกผู้มาใหม่ทั้งสามคนที่ยืนตระหง่านอยู่ ณ กรอบประตู ทว่ากล้ามเนื้อทุกมัดภายใต้ชุดราตรีสีนิลกลับเกร็งเครียดดุจสปริงที่ถูกดึงจนสุดแรง "ช่างเป็นภาพที่เร้าใจและเปี่ยมด้วยสุนทรียะเสียจริง ท่านวิกตอเรีย" เสียงทุ้มต่ำที่เจือด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจาก ‘ลอร์ดคาร์สเทน’ ผู้นำแห่งสภาเงา แววตาคมกริบสีแดงฉานกวาดมองร่างของเร็นที่สั่นเทาอยู่บนพื้นพรม ก่อนจะหยุดลงที่ใบหน้าอันเย็นชาไร้ความรู้สึกของแวมไพร์สาวผู้ครองพันปี วิกตอเรียค่อยๆ ลดมือลงอย่างเชื่องช้า ทว่าดวงตาสีอำพันกลับวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความนิ่งงบ เธอขยับกายยืนบังร่างของมนุษย์สาวผู้มีสายเลือดหอมหวานไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ—สัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ไม่อาจลบเลือนแม้กาลเวลาจะผ่านพ้นมานานนับพันปี "การมาเยือนโดยไม่ได้รับเชิญในยามวิกาลเช่นนี้ ไม่ใช่ธรรมเนียมของผู้มีอารยะหรอกกระมัง ลอร์ดคาร์สเทน" วิกตอเรียเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนทนาเยือกเย็นราวกับสายลมจากขุมนรก แต่มือข้างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชายแขนเสื้อกลับกำแน่นจนเล็บคมจิกเข้ากับฝ่ามือจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ เร็นที่นั่งพิงกับมุมผนัง หอบหายใจถี่กระชั้น หยาดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าสวยหวาน ดวงตาคู่สวยมองแผ่นหลังบอบบางแต่ทรงพลังของวิกตอเรียสลับกับเงาทะมึนของกลุ่มผู้มาใหม่ หัวใจของเธอดิ่งวูบลงสู่ห้วงเหวลึก แม้เธอจะไม่ประสีประสาต่อกฎเกณฑ์แห่งโลกเร้นลับนี้ แต่สัญชาตญาณดิบก็กระซิบเตือนภัยอย่างรุนแรงว่า สิ่งที่กำลังคุกคามพวกเธออยู่ในขณะนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองของเหล่าอมนุษย์ หากแต่มันคือความเป็นและความตายที่แท้จริง "อารยะหรือ?" แขกผู้มาใหม่คนที่สอง— ‘เลดี้มาชา’ แวมไพร์สาวผู้เลอโฉมแต่เต็มไปด้วยพิษสง หัวسเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวسเราะนั้นบาดหูและชวนให้ขนลุกซู่ "ท่านต่างหากเล่าวิตอเรีย ที่กำลังทำลายกฎเหล็กอันศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์เรา การเก็บ 'อาหาร' ไว้เชยชมนานเกินความจำเป็น จนหลงลืมสถานะที่แท้จริงของตนเอง... ช่างน่าสมเพชเสียจริง" คำว่า 'อาหาร' ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเร็น ราวกับมีคมมีดกรีดลงบนกลางใจ ร่างกายที่สั่นเทาอยู่แล้วยิ่งเย็นเฉียบลงไปอีก ความจริงอันโหดร้ายที่ถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้บทสนทนาอันลึกลับและสัมผัสอันแสนหวานเมื่อไม่กี่นาทีก่อน บัดนี้ได้ปรากฏชัดแจ้งขึ้นมากลางแสงจันทร์—พวกเธอนั้นอยู่กันคนละโลก โลกที่ถูกคั่นกลางด้วยความเป็นความตาย ห้วงเหวลึกแห่งสายพันธุ์ และกฎเกณฑ์ที่มนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างเธอไม่มีวันเอื้อมถึง วิกตอเรียสัมผัสได้ถึงความสั่นสะเทือนทางอารมณ์จากร่างด้านหลัง ความกลัวที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเร็นทำให้หัวใจที่หยุดเต้นไปนานนับพันปีของเธอเกิดอาการเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างประหลาด มันเป็นความรู้สึกที่เธอไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนาน—ความห่วงใยที่พร้อมจะแปรเปลี่ยนเป็นความคลุ้มคลั่ง "ถอยไปซะ มาชา" วิกตอเรียคำรามต่ำในลำคอ เสียงนั้นเปลี่ยนเป็นโทนเสียงของสัตว์นักล่าที่ถูกต้อนจนมุม "ถ้าพวกเจ้ากล้าแตะต้องนางแม้แต่ปลายเส้นผม ข้าจะทำให้รัตติกาลนี้กลายเป็นสุสานของพวกเจ้าทั้งสามคน" บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ไอเย็นยะเยือกจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งบางๆ บริเวณริมหน้าต่าง แรงกดดันมหาศาลจากแวมไพร์ระดับบรรพบุรุษแผ่ขยายออกไปจนกระจกทุกบานสั่นสะเทือน ลอร์ดคาร์สเทนหุบยิ้มลง สีหน้าของเขากลับมาเคร่งขรึมและทรงอำนาจขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ท่านกำลังเอาอนาคตของตระกูล มาแลกกับเศษเนื้อชิ้นหนึ่งที่มีอายุขัยเพียงแค่พริบตาเดียวอย่างนั้นหรือ วิกตอเรีย?" คาร์สเทนก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นพรมดังสะท้อนก้อง "มนุษย์ก็คืมนุษย์ วันยังค่ำพวกมันก็เป็นเพียงแค่วัตถุดิบและเหยื่ออันโอชะ ไม่ใช่สหาย... และยิ่งไม่ใช่คู่ชีวิต" คำว่า *'ไม่ใช่คู่ชีวิต'* บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของวิกตอเรีย เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาสีอำพันก้มมองเงาสสะท้อนของตนเองบนพื้น ก่อนจะหันกลับไปมองเร็นช้าๆ แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ความโหยหา และความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นมาเนิ่นนาน เธอย่อมรู้ดีกว่าใครว่าโลกของเธอกับเร็นนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เร็นมีแสงอาทิตย์ มีลมหายใจที่อบอุ่น และมีอนาคตที่สามารถก้าวเดินต่อไปได้ภายใต้แสงสว่าง ขณะที่เธอ... คือตัวตนที่ถูกสาปแช่งให้จมดิ่งอยู่ในความมืดมิดชั่วนิรันดร์ การดึงเร็นเข้ามาในวังวนนี้ นอกจากจะนำพาอันตรายมาให้แล้ว มันยังเป็นความเห็นแก่ตัวอย่างถึงที่สุด เร็นเงยหน้าขึ้นสบตากับวิกตอเรียในความเงียบงัน แม้ความกลัวจะเกาะกุมหัวใจ แต่ในแววตาสีน้ำตาลคู่สวยนั้นกลับไม่มีร่องรอยของการยอมแพ้ มือเรียวเล็กเอื้อมออกไปควชายผ้าคลุมสีนิลของแวมไพร์สาวไว้แน่น ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายลับไปกับความมืด "อย่า... ฟังพวกเขานะคะ" เร็นกระซิบแผ่วเบา เสียงสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "คุณ... ไม่จำเป็นต้องปกป้องฉันด้วยการแลกกับทุกสิ่งหรอกค่ะ" วิกตอเรียสะท้านไปทั้งร่างเมื่อปลายนิ้วอุ่นๆ ของมนุษย์สาวแตะโดนชายผ้าของเธอ ความอบอุ่นที่แสนเปราะบางนี้ช่างแตกต่างจากความเย็นชาของโลกที่เธอคุ้นเคยเหลือเกิน ทว่าในวินาทีที่วิกตอเรียกำลังจะเอื้อnเอ่ยคำพูดบางอย่างออกมาเพื่อตอบรับสัมผัสนั้น ปัง! เสียงประตูด้านนอกถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี พร้อมกับร่างของทหารยامแวมไพร์ตนหนึ่งที่ล้มกลิ้งเข้ามานอนจมกองเลือดที่พื้นห้อง แผลเหวอะหวะที่ลำคอส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเลือดหมู ก้าวข้ามผ่านร่างไร้วิญญาณนั้นเข้ามาอย่างช้าๆ ใบหน้าคมคายภายใต้ฮู้ดสีเข้มเผยให้เห็นรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัว ดวงตาสีเพลิงกวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่วิกตอเรีย "ขออภัยที่ขัดจังหวะการสนทนาอันแสนเร่าร้อนนี้นะคะ..." น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงไว้ด้วยคมมีดเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่ผู้มาใหม่กระชากฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าอันงดงามที่วิกตอเรียไม่มีวันลืม "แต่ดูเหมือนว่า... ข่าวการทรยศของท่าน จะแพร่สะพัดไปทั่วสภาสูงเร็วกว่าที่คิดเสียอีกแล้วล่ะค่ะ ท่านพี่" บลัดดี้แมรี่ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรัตติกาลอันมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%