ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 41

เงาที่ตามหลอกหลอน

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคราบเขม่าควันจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องใต้ดินเก่าแก่หลังโบհีเมียสยาม ห่างไกลจากแสงไฟนีออนของมหานครที่กำลังหลับใหล เบื้องล่างนี้—ในความเวิ้งว้างที่ไม่มีใครล่วงรู้—เศษซากของผู้รอดชีวิตจากตระกูลนักล่าและกลุ่มผู้มีอิทธิพลใต้ดินที่เคยสูญเสียทุกสิ่งให้แก่กรงเล็บแห่งรัตติกาล กำลังนั่งล้อมวงอยู่รอบแผนที่ยับเยิน แสงเทียนสีส้มสลัวสาดกระทบใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นจากคมเขี้ยว ดวงตาของแต่ละคนฉายชัดด้วยความเคียดแค้นชิงชังที่ผ่านการหมักบ่มมาอย่างยาวนาน "มันไม่ได้ไร้เทียมทาน" เสียงแหบพร่าของชายชราผู้สูญเสียมือซ้ายเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน เขาโยนมีดเงินอาบอาคมลงปักกลางแผนที่ ซึ่งจุดนั้นถูกวงด้วยหมึกสีแดงฉาน—คฤหาสน์ตระกูลฟอนสไตน์ "วิกตอเรียคิดว่านางคือนายเหนือหัวของราตรีนี้ผู้เดียว แต่กองกำลังที่เหลืออยู่ของเราไม่ได้มีแค่คนกลุ่มเดียวอีกต่อไปแล้ว" ในมุมมืดของห้องร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีดำสนิทขยับตัวเล็กน้อย นางคือผู้รอดชีวิตจากปาร์ตี้ลับคืนนั้น ผู้ที่เคยลิ้มรสความหวาดกลัวขั้น ultimate จนวิญญาณเกือบแหลกสลาย แต่วันนี้ความหวาดกลัวนั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นพิษร้ายที่พร้อมจะพ่นใส่หัวใจของราชินีแวมไพร์ "พวกเรามีเป้าหมายร่วมกัน..." เสียงของนางเยือกเย็นและบาดลึก "และเราไม่ได้มีแค่กำลังพล... เรามี 'ตัวประกัน' ที่จะทำให้ปีศาจกระหายเลือดตนนั้นต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอความตายด้วยซ้ำ" ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ที่รายล้อมด้วยความเงียบสงัด วิกตอเรียยืนทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างกระจกสีโบราณ ยามนี้จันทร์เพ็ญสีเลือดลอยเด่นอยู่กึ่งกลางท้องฟ้า บรรยากาศรอบตัวนางเย็นเยียบจนลมหายใจกลเป็นไอสีขาวจางๆ นิ้วเรียวยาวถือแก้วคริสตัลบรรจุของเหลวสีแดงเข้มไว้ แต่นางมิได้แตะต้องมันเลยตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วยามก่อน ความรู้สึกกระวนกระวายใจแปลกประหลาดที่ไม่อาจหาเหตุผลมารองรับกำลังกัดกินขั้วหัวใจของแวมไพร์สาวผู้ผ่านร้อนหนาวมานับพันปี "ท่านกำลังกังวลเรื่องใดอยู่หรือคะ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นละมุนที่แตะลงบนหัวไหล่เปลือยเปล่า เร็นก้าวเข้ามาใกล้ในความมืด ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของนางไว้อย่างชัดเจน หญิงสาวผู้มีสายเลือดหอมหวานเย้ายวนใจเกินกว่าที่สิ่งมีชีวิตใดจะต้านทานไหว กำลังยืนอยู่เคียงข้างนาง—ยอมจำนนต่อเสน่หาอันตรายโดยปราศจากความหวาดกลัวเช่นในวันวาน วิกตอเรียหันกลับมามอง ดวงตาสสีทับทิมคมกริบกวาดสำรวจใบหน้าหวานล้ำที่นางปรารถนาจะครอบครองไว้แต่เพียงผู้เดียว มือเรียวเย็นเฉียบเอื้อมไปสัมผัสแก้มเนียนนุ่มของมนุษย์สาวอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากออกแรงเพียงนิดเดียว กลิ่นอายชีวิตนี้จะสลายหายไปในอากาศ "ข้าแค่รู้สึก... ว่าความสงบสุขนี้ช่างเปราะบางเสียเหลือเกิน เร็น" วิกตอเรียเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แฝงความอ่อนล้าที่หาได้ยากยิ่ง "โลกของข้าเต็มไปด้วยศัตรูที่รอคอยเวลาจะกระชากทุกสิ่งไปจากมือ... และเจ้า คือจุดอ่อนเดียวที่ข้าไม่เคยคิดว่าตนเองจะมี" เร็นยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความกล้าหาญและความดื้อรั้นซึ่งทำให้นางตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า หญิงสาวเอื้อมมือขึ้นทาบกับฝ่ามือเย็นเยียบของแวมไพร์สาว ถ่าย0ทอดไออุ่นจากมนุษย์ให้ไหล 0ผ่านผิวเนื้อ "ถ้าเช่นนั้น... ท่านก็ต้องเชื่อมั่นในตัวข้าค่ะ วิกตอเรีย" เร็นกระซิบชิดริมฝีปาก "เราผ่านคืนอันมืดมิดมาด้วยกันแล้ว และข้า... จะไม่ยอมเป็นภาระให้ท่านต้องกังวลเด็ดขาด" วิกตอเรียโน้มใบหน้าลง หมายจะประทับริมฝีปากเพื่อดูดซับความหวานล้ำและลบเลือนความสังหรณ์ใจที่รบกวนจิตใจ ทว่า— *เพล้ง!* เสียงกระจกหน้าต่างห้องโถงใหญ่แตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหว เศษแก้วคมกริบพุ่งกระจายไปทั่วทิศทาง พร้อมกับเงาดำนับสิบที่พุ่งทะยานเข้ามาจากความมืดมิดภายนอก เร็วยิ่งกว่าสายฟ้าแลบและเงียบงันยิ่งกว่าวิญญาณ วิกตอเรียดึงตัวเร็นเข้าสู่อ้อมแขนในเสี้ยววินาที ร่างของแวมไพร์สาวพลิกตัวหลบคมมีดอาบยาพิษที่พุ่งเฉียดหัวไหล่ไปเพียงนิดเดียว ดวงตาสสีทับทิมวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว ดุดัน และอันตรายถึงขีดสุด กรงเล็บแหลมคมงอกยาวขึ้นพร้อมที่จะฉีกกระชากทุกสิ่งที่กล้าอาจหาญมารบกวนค่ำคืนนี้ "พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด..." วิกตอเรียคำรามในลำคอ เสียงนั้นต่ำลึกจนเร็นยังต้องสะท้าน "อยู่ข้างหลังข้า ห้ามไปไหนเด็ดขาด!" การต่อสู้ตะลุมบอนเริ่มขึ้นในพริบตาเดียว วิกตอเรียเคลื่อนไหวราวกับพายุหมุนสีดำ เลือดสาดกระเซ็นย้อมผนังห้องหรูหราให้กลายเป็นสีชาด ศัตรูที่เหลือรอดกลุ่มนี้ไม่ได้มีแค่ฝีมือ แต่พวกมันพกพาอาวุธโบราณที่เคลือบด้วยโลหิตอาคม ซึ่งสร้างบาดแผลแสบร้อนให้แก่ผิวเนื้อของแวมไพร์สาวได้ ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนและเสียงกรีดร้องของความตาย วิกตอเรียกลับสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง... ศัตรูพวกนี้ไม่ได้มุ่งเน้นจะสังหารนางตั้งแต่แรกกระบวนท่า แต่พวกมันกำลังพยายามแยกนางออกจากเร็น! "ระวัง!" วิกตอเรียตะโกนลั่นเมื่อเงาดำร่างหนึ่งพุ่งทะลุควันสีเทาเข้าประชิดตัวเร็นจากมุมอับที่นางมองไม่เห็น เร็นเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อมืออันหยาบกร้านคู่หนึ่งคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของนาง พร้อมกับปลายมีดเงินคมกริบที่จ่อเข้าที่ลำคอระหงทันที ร่างของหญิงสาวถูกกระชากถอยหลังหายลับไปในความมืดของระเบียงชั้นสอง ก่อนที่วิกตอเรียจะทันได้พุ่งเข้าไปคว้าตัวไว้ "เร็น!" วิกตอเรียคำรามอย่างบ้าคลั่ง ลืมเลือนความระมัดระวังทั้งปวง ร่างเพรียวบางของแวมไพร์สาวพุ่งตามติดเงาดำนั้นออกไป ทว่าเมื่อนางทะยานถึงระเบียงกว้าง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของนางสะดุดกึก— ที่ปลายระเบียงนั้น เร็นถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนอาคมสีทองที่กำลังแผดเผาผิวเนื้อจนเกิดควันจางๆ หญิงสาวส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ทว่าสิ่งที่ทำให้วิกตอเรียแทบหยุดหายใจ คือเงาร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทที่ยืนอยู่เบื้องหลังเร็น ปลายกระบอกปืนเงินจ่อติดขมับของมนุษย์สาวผู้เป็นดั่งดวงใจ และเมื่อบุคคลนั้นเงยหน้าขึ้นรับแสงจันทร์สีเลือด วิกตอเรียก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนแค้นเคือง เพราะใบหน้านั้นคือคนที่นางควรจะสังหารให้สิ้นซากไปตั้งแต่ในกองเพลิงเมื่อร้อยปีก่อน—พี่น้องร่วมสายเลือดผู้ทรยศที่นางคิดว่าตายไปแล้ว! "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... น้องรัก" เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกเอ่ยกระซิบ พร้อมกับรอยยิ้มหยันที่มุมปาก "เกมล่าล้างบางครั้งนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่รัตติกาลอันลึกล้ำในตอนนี้ด้วยกันนะคะ... บลัดดี้แมรี่
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%