รอยขีดสีชาดบนแผนที่หนังแกะเก่าแก่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เส้นทางยุทธศาสตร์ แต่มันคือรอยแผลเป็นที่กำลังจะฉีกทึ้งมหานครแห่งรัตติกาลนี้ให้ขาดออกจากกัน
"ถ้าพวกมันบุกมาทางทิศเหนือด้วยกองกำลังอสูรโลหิต คืนนี้แผ่นดินตรงนี้จะกลายเป็นสุสานไร้หลุมศพค่ะ เร็น"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบจากก้นบึ้งของหลุมศพดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงใต้ดินที่สว่างไสวเพียงแสงจากตะเกียงน้ำมนต์ วิกตอเรียยืนโน้มตัวลงทาบฝ่ามือเย็นเยียบลงบนแผนที่หนังแกะ ดวงตาคู่คมกริบสีทับทิมสะท้อนประกายความเด็ดเดี่ยวและไร้ความปรานี เส้นผมสีรัตติกาลยาวสลวยระแผ่นหลัง ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวลากผ่านจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างเชื่องช้าและมั่นคง
เร็นยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะหินอ่อน แสงสีส้มสลัวสาดกระทบใบหน้ารูปไข่ที่ฉายแววเคร่งเครียด ดวงตาคู่สวยของหญิงสาวมนุษย์ผู้กุมหัวใจแวมไพร์สาวพันปีไม่ได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับจ้องมองลึกลงไปในดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นด้วยความรู้สึกที่ผูกพันลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมานิยาม เร็นเอื้อมมือไปกุมข้อมือที่เย็นเฉียบของวิกตอเรียไว้เบาๆ สัมผัสอุ่นจากฝ่ามนุษย์ทำให้ร่างของแวมไพร์สาวชะงักไปเล็กน้อย
"คุณกำลังคิดจะแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวอีกแล้วนะคะ วิกตอเรีย" เร็นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นพอที่จะสั่น
คลอนหัวใจที่ด้านชามานานนับพันปีของอีกฝ่ายได้ "สงครามครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของคุณคนเดียว และฉันก็ไม่ใช่ตุ๊กตาเคลือบกระเบื้องที่จะต้องหลบอยู่หลังหลังคาปราสาทรอคอยให้คุณไปตายเอาดาบหน้า"
วิกตอเรียถอนหายใจยาวนาน ลมหายใจที่ไร้อุณหภูมิทำให้อากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้นไปอีก เธอมองหน้าเร็นด้วยความรู้สึกที่ตีกันยุ่งเหยิง ทั้งความรัก ความห่วงใย และความหวาดกลัว—ความหวาดกลัวเดียวในรอบสหัสวรรษที่สามารถแทรกซึมเข้าสู่หัวใจที่ตายด้านของเธอได้ คือความกลัวที่จะสูญเสียหญิงสาวตรงหน้าไปชั่วนิรันดร์
"เร็น... เธอไม่เข้าใจหรอคะว่าศัตรูที่เรากำลังจะเผชิญหน้าในคืนวันเพ็ญนี้ไม่ใช่แค่กองทัพกระหายเลือดทั่วไป พวกมันคือเงาจากอดีตที่ฉันเคยฝังกลบไว้ด้วยมือของฉันเอง พวกมันต้องการเลือดเนื้อและวิญญาณของฉันเพื่อปลดผนึกมหานครแห่งความมืด และเป้าหมายแรกที่พวกมันจะใช้เป็นเครื่องสังเวยก็คือ... เธอ" วิกตอเรียเน้นเสียงหนักในคำสุดท้าย พร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตา ดึงมือกลับอย่างนุ่มนวลเพื่อแสดงถึงระยะห่างที่จำเป็นต้องรักษาไว้ในยามศึก
"ถ้าเช่นนั้น ทำไมเราถึงไม่ใช้ฉันเป็นเหยื่อล่อล่ะคะ?" เร็นย้อนถามทันควัน ดวงตาเป็นประกายกล้าท้าทายความตาย "สายเลือดของฉัน... กลิ่นอายที่พวกมันตามหาไม่ใช่หรือคะที่ดึงดูดพวกมันมาถึงที่นี่? วิกตอเรีย เราไม่ได้มีเวลามานั่งทะเลาะกันเรื่องความปลอดภัยอีกแล้วนะคะ สงครามกำลังจะมาถึงประตูบ้านเราในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้แล้ว"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของหยดน้ำที่ตกลงมาจากเพดานถ้ำใต้ดิน บ่งบอกถึงเวลาที่กำลังไหลผ่านไปอย่างไร้ความปรานี วิกตอเรียเม้มริมฝีปากแน่นจนแทบไม่เหลือสีเลือด คมเขี้ยวใต้ริมฝีปากบางเฉียบขยับเล็กน้อยด้วยความอัดอั้น เธอยอมรับในความกล้าหาญของเร็น แต่ความกล้าหาญนั้นช่างเปราะบางเหลือเกินเมื่อเทียบกับคมดาบและกรงเล็บของอสูรโลหิตระดับสูง
"ไม่ได้ค่ะ ฉันไม่มีวันยอมให้เธอก้าวออกไปเป็นเป้าหมายเด็ดขาด" วิกตอเรียตวาดเบาๆ แต่เฉียบขาดราวกับประกาศิต "ฟังคำสั่งของฉัน... ในคืนนี้ เมื่อเสียงระฆังแห่งความตายดังขึ้น เร็น เธอจะต้องหลบลงไปในห้องนิรภัยชั้นใต้ดินที่ลึกที่สุด ดื่มน้ำอมฤตที่ฉันเตรียมไว้ และล็อคประตูจากด้านใน ไม่ว่าเธอจะได้ยินเสียงอะไร หรือเสียงร้องเรียกของฉันที่ดังแค่ไหน... ห้ามเปิดประตูเด็ดขาด"
เร็นกัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด ความโกรธผสมผสานกับความน้อยใจพวยพุ่งขึ้นมาในอก "คุณเห็นฉันเป็นอะไรกันแน่คะ วิกตอเรีย? เป็นแค่เหยื่อที่ต้องคอยปกป้อง หรือเป็นคู่ชีวิตที่จะร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ตายไปด้วยกัน?"
"ฉันเห็นเธอเป็นทุกอย่างค่ะ!" วิกตอเรียพลั้งปากตะโกนออกมา เสียงของแวมไพร์สาวก้องกังวานไปทั่วห้องโถงหินอับทึบ เธอก้าวเข้าไปประชิดร่างของเร็นอย่างรวดเร็วจนแทบไม่ทันตั้งตัว มือเรียวข้างหนึ่งคว้าต้นแขนของหญิงสาวไว้แน่นพอประมาณ ดวงตาสีทับทิมวาวโรจน์ด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้ง "เพราะเธอคือทุกสิ่ง... ฉันถึงยอมแม้กระทั่งแลกวิญญาณอมตะของตัวเองเพื่อให้เธอได้มีชีวิตอยู่ต่อไป ถ้าเธอเป็นอะไรไป โลกที่ไม่มีเธอก็เป็นเพียงแค่ซากปรักหักพังไร้ความหมายสำหรับฉันอีกต่อไปแล้วค่ะ เร็น"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เร็นเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำสารภาพที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งหัวใจของแวมไพร์ผู้เย็นชา ความโกรธเกรี้ยวที่เคยคุกรุ่นมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความอบอุ่นวาบขึ้นมากลางอกท่ามกลางความหนาวเหน็บของสงครามที่กำลังคืบคลานเข้ามา
เร็นยกมือขึ้นสัมผัสแก้มที่เย็นเฉียบของวิกตอเรียอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนเรียวปากของมนุษย์ผู้หาญกล้า "ถ้าอย่างนั้น... เรามาทำสัญญาเลือดกันเถอะค่ะ"
วิกตอเรียชะงัก "สัญญาเลือด?"
"ใช่ค่ะ" เร็นกระซิบเสียงหวานข้างหูของอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอขาวผ่องของแวมไพร์สาว "ถ้าฉันต้องอยู่รอดในห้องนิรภัยโดยไม่มีคุณ... สู้ให้ฉันได้กลิ่นอายและพลังของคุณคอยคุ้มครองอยู่ข้างกายไม่ดีกว่าหรือคะ? กัดฉันสิคะ วิกตอเรีย... ผูกวิญญาณของเราไว้ด้วยกัน ก่อนที่สงครามจะพรากทุกอย่างไปจากเรา"
ข้อเสนอที่อันตรายและเย้ายวนใจถึงขีดสุดทำให้ร่างของวิกตอเรียสั่นสะท้าน คมเขี้ยวที่ซ่อนอยู่ใต้ริมฝีปากเริ่มขยายตัวด้วยความกระหายที่ถูกกระตุ้นเร้า แต่มันไม่ใช่ความกระหายเลือดตามสัญชาตญาณดิบเถื่อน หากแต่เป็นความโหยหาที่จะครอบครองและปกป้องดวงวิญญาณดวงนี้ไว้ด้วยชีวิตของเธอเอง
วิกตอเรียโน้มใบหน้าลงช้าๆ ริมฝีปากจรดลงบนซอกคอขาวเนียนของเร็นที่ส่งกลิ่นหอมหวานยั่วยวนราวกับดอกไม้พิษในคืนเดือนมืด เธอกระซิบเสียงพร่าชิดผิวเนื้อ "ถ้าเราตาย... เราจะตายด้วยกันค่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น คมเขี้ยวแหลมคมก็ฝังลึกกลืนกินลงไปในเนื้อนุ่ม สัมผัสแห่งความเจ็บปวดและหอมหวานผสานกันจนเร็นต้องหลับตาแน่น มือเรียว1ข้างจิกเกร็งลงบนบ่าของแวมไพร์สาวเพื่อระบายความเสียวซ่านและพลังงานอุ่นร้อนที่ไหลทะลักเข้าสู่กระแสเลือด เป็นการเตรียมตัวครั้งสุดท้ายก่อนที่พายุแห่งสงครามจะโหมกระหน่ำทำลายล้างทุกสิ่ง
ทว่า ในวินาทีที่เลือดสีชาดรสชาติหอมหวานกำลังไหลเวียนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวนั้นเอง...
เสียงกุกกักแปลกประหลาดก็ดังขึ้นจากทางประตูเหล็กกล้าชั้นนอกของปราสาท ตามมาด้วยเสียงหัวingแหลมเล็กอันน่าขนลุกที่ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท และก่อนที่วิกตอเรียจะทันได้ถอนเขี้ยวออกจากลำคอของเร็น แสงไฟจากคบเพลิงรอบห้องโถงก็ดับวูบลงพร้อมกันในพริบตาเดียว ความมืดมิดสนิทเข้าปกคลุม และกลิ่นอายของศัตรูที่พวกมันไม่เคยคาดคิดว่าจะมาถึงเร็วขนาดนี้ก็โชยแตะจมูก—พวกมันมาถึงเร็วกว่ากำหนดถึงสามชั่วโมงเต็ม
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่รัตติกาลอันลึกล้ำในตอนนี้ด้วยกันนะคะ... บลัดดี้แมรี่
ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 42
การเตรียมตัวครั้งใหญ่
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!