ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 43

ความกลัวในใจมนุษย์

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
ปลายนิ้วเย็นเฉียบราวน้ำแข็งของวิกตอเรียไม่ได้กำลังสัมผัสแก้วไวน์แดงฉานอย่างที่เคยเป็น หากแต่กำลังกดทับลงบนชีพจรที่เต้นระรัวและแสนจะเปราะบางตรงซอกคอของเร็น แรงกดนั้นหนักหน่วงพอจะปลิดชีพมนุษย์ผู้โง่เขลาคนนี้ให้ดับดิ้นได้ในเสี้ยววินาที แต่เธอกลับเลือกที่จะหยุดยั้งไว้เพียงแค่สัมผัสแห่งการคุกคาม "คุณกำลังสั่น... เร็น" น้ำเสียงของแวมไพร์สาวผู้ครองค่ำคืนนับพันปีแหบพร่าและเยียบเย็น ทว่าในความเยือกเย็นนั้นกลับสั่นไหวไปด้วยระลอกคลื่นแห่งความหงุดหงิดที่เจ้าตัวก็ไม่อาจหาคำอธิบาย เร็นไม่ได้หวาดกลัวคมเขี้ยวที่จ่ออยู่เหนือผิวเนื้อ แต่ความสั่นเทานั้นมาจากพิษไข้ที่กัดกินร่างมนุษย์อันแสนน่าสมเพชต่างหาก เร็นหอบหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าคมคาย ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววดื้อรั้นตอนนี้กลับพร่ามัวจนแทบมองไม่เห็นภาพเบื้องหน้า ร่างกายที่เคยต้านทานความหนาวยะเยือกของปาร์ตี้ลับแห่งนี้ บัดนี้กลับพ่ายแพ้ให้กับความอ่อนแอในเนื้อหนังมังสาของตนเอง—ความจริงที่ว่า มนุษย์ช่างเปราะบางเหลือเกิน เปราะบางจนแทบจะสลายไปได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส "ฉัน... ไม่เป็นไรค่ะ" เร็นเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามฝืนยืดตัวขึ้นสู้ความอ่อนล้า แม้ข้อต่อทุกส่วนจะส่งเสียงประท้วงด้วยความเจ็บปวดก็ตาม "อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นเลยค่ะ วิกตอเรีย..." "สายตาแบบไหน?" วิกตอเรียแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนเรียวปากสีชาด แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง เธอดึงมือกลับราวกับถูกไฟลวก สายตาคมกริบกวาดมองร่างที่กำลังทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรมกำมะหยี่สีเลือด "สายตาที่กำลังมองดูความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาหาเธอน่ะหรือ? เร็น... เธอกำลังจะตายด้วยไข้หวัดโง่ๆ ของพวกมนุษย์ แค่เพราะอากาศในปาร์ตี้พาร์ทเมนท์นี้เปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย ช่างน่าขันสิ้นดี" คำพูดเชือดเฉือนนั้นคมยิ่งกว่ามีดโกน แต่มันคือความจริงอันโหดร้ายที่เร็นไม่สามารถเถียงได้เลย ในโลกของวิกตอเรีย—โลกแห่งรัตติกาลที่ไร้ซึ่งกาลเวลา ความตายคือเรื่องไกลตัว หรือไม่ก็เป็นเพียงพิธีกรรมอันงดงามของการหลั่งเลือด แต่วัฏจักรชีวิตของมนุษย์ช่างสั้นนัก ร่างกายของเร็นเป็นเพียงเครื่องเรือนไม้ผุพังที่พร้อมจะหักโค่นลงได้ทุกเมื่อเมื่อเจอพายุฝนโหมกระหน่ำ และนั่นคือสิ่งที่วิกตอเรียไม่เคยต้องเผชิญมานานนับศตวรรษ ความหวาดกลัวลึกๆ ที่ไม่เคยยอมรับ—ความกลัวที่จะสูญเสียสิ่งมีชีวิตแสนเปราะบางนี้ไปตลอดกาล เร็นทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้น มือเรียวยกขึ้นกุมขมับเมื่ออาการวิงเวียนศีรษะเข้าเล่นงานอย่างรุนแรง ลมหายใจร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟแผดเผาอยู่ข้างใน อุณหภูมิร่างกายที่สูงลิ่วตัดกับความเย็นเยียบของห้องโถงกอธิคแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง วิกตอเรียยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนอยู่ในอก หัวใจที่หยุดเต้นไปแล้วนับพันปีคล้ายจะกระตุกวูบขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย กลิ่นอายเลือดที่เจือจางด้วยพิษไข้ช่างหอมหวานและน่าเวทนาในเวลาเดียวกัน มันคือกลิ่นของความตายที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาแย่งชิงเหยื่อไปจากกรงเล็บของเธอ *มนุษย์ช่างน่ารำคาญ...* วิกตอเรียบอกตัวเองเช่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ขากลับก้าวเข้าไปหาร่างที่กำลังสั่นเทานั้นโดยไม่ฟังคำสั่งของสมอง แวมไพร์สาวคุกเข่าลงข้างๆ มือเรียวเอื้อมไปคว้าต้นแขนของเร็นไว้ แรงบีบนั้นแม้จะระมัดระวังไม่ให้บอบช้ำ แต่ก็มั่นคงพอที่จะประคองไม่ให้ร่างนั้นล้มพับลงไป เร็นสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาคู่สีนิลสะท้อนภาพใบหน้าอันงดงามที่เต็มไปด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด "วิกตอเรีย..." เสียงแหบแห้งกระซิบเรียกแผ่วเบา "คุณ... กลัวฉันจะตายหรือคะ?" คำถามนั้นราวกับศ S ดอกสุดท้ายที่พุ่งตรงปักเข้ากลางใจของแวมไพร์ผู้เย่อหยิ่ง วิกตอเรียชะงัก ลลมหายใจสะดุดกึก เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ปฏิเสธไม่ได้... เธอกลัวจริงๆ กลัวความเงียบงันที่จะเกิดขึ้นหากหัวใจดวงนี้หยุดเต้นกลัวรอยยิ้มท้าทายนั้นจะจางหายไปตลอดกาล "เธอช่างบังaaniนัก เร็น" วิกตอเรียกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงสั่นพร่าอย่างที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ชุ่มเหงื่อออกจากหน้าผากร้อนผ่าวอย่างทะนุถนอมโดยไม่รู้ตัว "คิดว่าฉันจะยอมให้เธอตายง่ายๆ อย่างนั้นหรือ? ในเมื่อเธอยังไม่ได้ชดใช้สิ่งที่ติดค้างไว้กับฉันเลย..." "ถ้าอย่างนั้น... ช่วยฉันสิคะ" เร็นแย้มยิ้มบางเบา แม้จะแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะหายใจ "พิสูจน์ให้ฉันเห็นหน่อยสิคะ... ว่าความมืดของคุณยิ่งใหญ่กว่าความตายของฉัน" วิกตอเรียมองรอยยิ้มนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย เสน่หาต้องห้ามและความกลัวอันดิบเถื่อนกำลังหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้บรรยากาศที่บีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ แวมไพร์สาวตัดสินใจโน้มใบหน้าลงไปชิดซอกคอขาวเนียนที่กำลังเต้นเร่าด้วยพิษไข้ เขี้ยวคมกริบถูกกดลงบนผิวเนื้อบางเบา เพื่อถ่ายทอดพลังแห่งรัตติกาลลงไป—หรือเพื่อลิ้มรสชาติสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันตึงเครียดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังประตูบานใหญ่ที่ควรจะถูกล็อกสนิท! มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าแผ่วเบาแบบแวมไพร์ และไม่ใช่จังหวะก้าวเดินของมนุษย์ธรรมดา แต่เป็นเสียงย่ำที่เต็มไปด้วยเจตคติอันตราย... และกลิ่นอายที่วิกตอเรียคุ้นเคยดีจนต้องผุดลุกขึ้นยืนบังร่างของเร็นไว้ทันที "ใคร..." วิกตอเรียคำรามต่ำในลำคอ นัยน์ตาสสีทับทิมวาวโรจน์ด้วยความระแวง ประตูกอธิคค่อยๆ ถูกผลักเปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมยาวสีดำสนิทที่ก้าวพ้นความมืดเข้ามา ใบหน้านั้นซ่อนอยู่ใต้ฮู้ดลึก แต่รอยยิ้มที่ยกขึ้นตรงมุมปากทำให้วิกตอเรียต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจ "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง..." น้ำเสียงเยียบเย็นเอ่ยขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือเบาๆ "ไม่นึกเลยว่าราชินีแห่งรัตติกาลผู้เย็นชา จะมายืนสั่นเทัวอยู่แทบเท้าของเหยื่อมนุษย์ใกล้ตายเช่นนี้... วิกตอเรีย น้องรัก" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่รัตติกาลอันลึกล้ำในตอนนี้ด้วยกันนะคะ... บลัดดี้แมรี่
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%