ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 44

อ้อมกอดก่อนพายุใหญ่

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและดอกการ์ดิเนียที่เริ่มโรยราลอยอวลอยู่ในความมืดมิดของห้องบรรทมชั้นบนสุด วิกตอเรียไม่ได้จุดเทียน เลือดในกายของแวมไพร์สาวร้อนรุ่มจนแทบจะแผดเผาผนังห้องหินอัคนีให้ละลายเป็นจุล ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคยสังหารศัตรูมานับไม่ถ้วนกำลังสั่นเทาเล็กน้อยขณะเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้าของหญิงสาวผู้กุมดวงใจของนางไว้ทั้งหมด เร็นลืมตาขึ้นในความมืด ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนแสงจันทร์สีเลือดที่สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างบานสูง ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้ลมหายใจผ่าน ความเจ็บปวดจากสงครามที่กำลังจะมาถึงในยามรุ่งสางถูกลืมเลือนไปชั่วขณะ เหลือเพียงจังหวะการเต้นของหัวใจสองดวงที่แตกต่างกันสุดขั้ว—ดวงหนึ่งหยุดนิ่งมานานนับพันปี แต่อีกดวงกำลังเต้นระรัวราวกับกลองศึกที่เร่งเร้า "เธอไม่ควรมาอยู่ตรงนี้ เร็น" เสียงทุ้มต่ำของแวมไพร์สาวแหบพร่า ไร้ซึ่งความเยือกเย็นดุดันเช่นเคย เหลือเพียงความเปราะบางที่นางไม่เคยแสดงให้ผู้ใดเห็น "ถ้าฉันไม่มา แล้วใครจะเป็นคนกอดคุณในคืนที่มืดมิดที่สุดแบบนี้ล่ะคะ, วิกตอเรีย" เร็นสวนกลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะอ่อนแรงจากการเดินทางและศึกย่อยเมื่อวาน แต่กลับหนักแน่นพอที่จะทลายกำแพงน้ำแข็งในใจของราชินีแห่งรัตติกาลลงได้ราบคาบ ปลายนิ้วอุ่นของมนุษย์แตะลงบนรอยแผลเป็นจางๆ บริเวณไหปลาร้าของแวมไพร์สาว ความร้อนจากผิวเนื้อนั้นแผ่ซ่านเข้ามาในร่างเย็นเยียบของวิกตอเรียจนนางต้องสูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาลงเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนในอก เสน่หาต้องห้ามนี้ช่างหอมหวานและอันตราย ยิ่งผูกพันมากเท่าไหร่ ความกลัวที่จะสูญเสียยิ่งกัดกินหัวใจนางมากเท่านั้น วิกตอเรียขยับตัวขึ้นคร่อมร่างบางอย่างช้าๆ ร่างสูงสง่าทาบทับลงมาบังเงาจันทร์จนมืดมิด ดวงตาสสีทับทิมคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเร็น ราวกับต้องการค้นหาความจริงว่าหญิงสาวเบื้องล่างมีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่บ้างหรือไม่ "พรุ่งนี้... เมื่อแสงอาทิตย์แรกสาดส่อง พันธนาการทุกอย่างจะเริ่มต้นขึ้น กองทัพของสภาสูงจะมาถึง และฉันอาจจะต้องปกป้องเธอด้วยเลือดหยดสุดท้าย หรือไม่ก็... เป็นคนกลืนกินเธอก่อนที่คนอื่นจะแย่งไป" วิกตอเรียกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดุดันและหวงแหนอย่างถึงที่สุด คมเขี้ยวสีมุกโผล่พ้นริมฝีปากอิ่มเล็กน้อย ขู่คำรามเบาๆ ในลำคอ เร็นไม่ได้ถอยหนี กลับเอื้อมมือทั้งสองข้างโอบรอบลำคอระหงของแวมไพร์สาว ดึงรั้งให้ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้กว่าเดิม รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของมนุษย์ผู้กล้าหาญ "ถ้าคุณต้องกลืนกินฉันจริงๆ ล่ะก็... จงทำมันตอนนี้เถอะค่ะ" เร็นกระซิบแผ่วเบาราวกับท้าทาย "อย่างน้อย เลือดในกายของฉันก็จะได้ไหลเวียนอยู่ในตัวคุณ ตราบชั่วนิรันดร์ ไม่ต้องหวาดกลัว ไม่ต้องพรากจากกันอีก" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจวิกตอเรีย แวมไพร์สาวคำรามต่ำในลำคอด้วยความเร่าร้อนที่พุ่งพล่านจนเกินต้านทาน นางก้มลงประกบเรียวปากเข้าหากันอย่างดุดันและลึกซึ้ง ความหวานละมุนของหยาดเลือดที่ซึมผ่านรอยข่วนเล็กๆ ผสมผสานไปกับรสชาติแห่งความโหยหาที่สะสมมานานนับร้อยปี มือเรียวใหญ่ของแวมไพร์สาวลูบไล้ไปตามแนวสันหลังของเร็น ปลุกเร้าทุกอณูสัมผัสให้ลุกโชนท่ามกลางอากาศหนับเหน็บของค่ำคืน รสจูบเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความรubเร้าอันป่าเถื่อนและลึกซึ้ง เร็นส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอเมื่อคมเขี้ยวคมกริบกดลงบนผิวเนื้อบริเวณซอกคอขาวผ่องอย่างระมัดระวัง ความเจ็บปวดอันหอมหวานแผ่ซ่านไปทั่วร่าง สติสัมปชัญญะของหญิงสาวล่องลอยไปไกลแสนไกล เหลือเพียงสัมผัสอันร้อนแรงและอ้อมกอดที่โอบอุ้มร่างนางไว้ราวกับสมบัติชิ้นเดียวในโลก นี่ไม่ใช่แค่การแสดงความรัก แต่มันคือพิธีกรรมทางวิญญาณ การแลกเปลี่ยนพันธะสัญญาที่ไม่มีวันเสื่อมคลายผ่านหยดเลือดและลมหายใจที่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียว วิกตอเรียเสพสมความหอมหวานนั้นราวกับคนกระหายน้ำที่พบโอเอซิสกลางทะเลทราย นางตักตวงความอบอุ่นจากมนุษย์ผู้กล้าหาญเพื่อเติมเต็มความเวิ้งว้างในอกขวาที่ว่างเปล่ามาเนิ่นนาน เวลาเคลื่อนคล้อยผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งลมหายใจของทั้งคู่เริ่มสงบลง เร็นนอนซบอยู่บนลาดไหล่เปลือยเปล่าของวิกตอเรีย เสียงหัวใจของแวมไพร์สาวยังคงเต้นสะท้อนอยู่ในอกของนาง วิกตอเรียใช้ปลายนิ้วลูบไล้เส้นผมของเร็นอย่างทะนุถนอม สายตาคมกริบทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาจางๆ ที่ขอบฟ้า สัญญาณแห่งการเริ่มต้นของสงครามล้างบางกำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ นางก้มลงจูบหน้าผากมนแผ่วเบา เป็นจูบที่เต็มไปด้วยคำมั่นสัญญาอันหนักอึ้ง แต่ทว่า... ก่อนที่แสงสีทองแรกของวันใหม่จะแตะขอบหน้าต่าง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ก็ดังขึ้นกึกก้องจากชั้นล่างของคฤหาสน์ แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นละอองร่วงหล่นลงมาจากเพดาน ไม่ใช่เสียงของกองทัพสภาสูงที่พวกเขารอรับมือ... แต่มันคือเสียงก้าวเดินที่คุ้นเคยอย่างน่าสะพรึงกลัว เสียงที่วิกตอเรียจำได้แม่นยำแม้จะผ่านไปนับพันปี ประวัติศาสตร์อันโหดร้ายกำลังย้อนกลับมาหลอกหลอน และคนที่ก้าวเข้ามาในห้องโถงชั้นล่างเวลานี้... คือผู้ที่ควรจะตายไปพร้อมกับเพลิงนรกเมื่ออดีตกาล ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างความมืดมิดนี้นะคะ... บลัดดี้แมรี่
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%