ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 45

กองทัพรัตติกาลเคลื่อนพล

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและไอเย็นยะเยือกของแผ่นดินชายแดน ไม่เคยเป็นมิตรกับผู้ใด ยิ่งในคืนที่ดวงจันทร์ถูกกลืนกินจนกลายเป็นสีเลือดเช่นนี้ ความเงียบงันจึงไม่ใช่ความสงบ หากแต่เป็นเสียงคำรามต่ำในลำคอของกองทัพรัตติกาลที่กำลังเคลื่อนพล "เจ้าแน่ใจหรือ... ว่ากลิ่นหอมหวานที่เจ้าตามหา จะคุ้มค่ากับการเอาชีวิตทหารนับร้อยมาทิ้งไว้ที่นี่" น้ำเสียงเยียบเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลกเอื้อnเอнขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขาเหวลึก วิกตอเรียยืนตระหง่านอยู่บนชะง่อนผาสูง ร่างระหงในชุดคลุมกำมะหยี่สีนิลสะบัดไหวตามแรงลม ดวงเนตรสีแดงฉานดั่งทับทิมต้องคำสาปจ้องมองไปยังเบื้องล่าง ที่ซึ่งกองทัพอสูรรับจ้างและพวกนอกรีตกำลังตั้งค่ายเตรียมรับมือ เร็น ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างสูงนั้นอย่างระมัดระวัง แม้ความตายจะอยู่ห่างเพียงแค่เอื้อมมือ แต่ดวงตาของหญิงสาวมนุษย์กลับไม่มีความหวาดกลัว เจือไว้ด้วยประกายความท้าทายที่ทำให้อกข้างซ้ายของแวมไพร์สาวผู้ครองค่ำพันปีเกิดอาการกระตุกวูบอย่างประหลาด "ถ้าฉันกลัวตาย... ฉันคงไม่ยอมก้าวเข้ามาในปาร์ตี้ลับของคุณตั้งแต่แรกหรอกค่ะ, วิกตอเรีย" เร็นตอบเสียงเรียบ แต่แฝงความดื้อรั้นที่เจ้าตัวมักใช้ยั่วเย้าประสาทอีกฝ่ายเสมอ "อีกอย่าง... กองทัพที่กำลังเคลื่อนพลอยู่ข้างล่างนั่นไม่ได้มาเพื่อตามหาฉัน แต่พวกมันต้องการหัวใจของคุณต่างหาก" วิกตอเรียแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย้ายวนในคราเดียวกัน ร่างเพรียวหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ก่อนจะเอื้อมมือเรียวยาวไปสัมผัสคางคราบฝุ่นของหญิงสาวอย่างถือสิทธิ์ ปลายนิ้วเย็นเฉียบราวน้ำแข็งลากผ่านผิวเนื้ออุ่นนุ่มที่ส่งกลิ่นหอมหวานเย้ายวนใจจนต่อมกระหายเลือดแทบระเบิด "อวดดี..." วิกตอเรียกระซิบชิดริมฝีปาก อุณหภูมิระหว่างทั้งสองแนบชิดจนแทบหลอมละลาย "ระวังเถอะ... กลิ่นเลือดของเจ้าอาจจะทำให้ฉันเปลี่ยนใจ จากการฆ่าศัตรู มาเป็นการกลืนกินเจ้าเสียตรงนี้" "ถ้าคิดว่าทำได้... ก็ลองดูสิคะ" เร็นไม่ถอยหนี กลับเอียงคอรับสัมผัสเย็นเยียบนั้นด้วยความท้าทาย ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีโลหิต คมเขี้ยวที่ซ่อนอยู่หลังริมฝีปากอิ่มของแวมไพร์สาวสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ที่ตีรวน ทั้งความโหยหา เสน่หา และสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ยากจะควบคุม แต่ก่อนที่บทสนทนาระหว่างความตายและความเย้ายวนจะลึกล้ำไปมากกว่านั้น แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็ระเบิดขึ้นจากเบื้องล่าง! *ตูมมม!* เปลวไฟสีครามพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าฉีกกระชากความมืดให้ขาดวิ่น เสียงคำรามกึกก้องของเหล่าอสูรกายและเสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว การปะทะกันระลอกแรกที่แนวหน้าของอาณาจักรแวมไพร์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว วิกตอเรียผละมือออกจากคางของเร็นในเสี้ยววินาที แววตาขี้เล่นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความดุดันเย็นชาดั่งพญามัจจุราช ร่างของแวมไพร์สาวพุ่งทะยานลงจากชะง่อนผาราวกับเงาทมิฬที่แหวกอากาศ ปีกสีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่ากางออกสยายปกคลุมผืนฟ้า พร้อมกับเสียงกรีดร้องของศัตรูที่ดังระงมขึ้นทันทีที่คมเขี้ยวและกรงเล็บอันทรงพลังเข้าประจันหน้า เร็นยืนมองภาพการสังหารหมู่เบื้องล่างด้วยหัวใจที่เต้นระรัว กลิ่นคาวเลือดตลบอบอวลไปทั่วชั้นบรรยากาศ ความโกลาหลและความตายกำลังเริงระำบอยู่เบื้องหน้า ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนนั้น สายตาของหญิงสาวกลับสะดุดเข้ากับเงาดำประหลาดร่างหนึ่ง ที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างเงียบเชียบพุ่งตรงไปยังจุดที่วิกตอเรียกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด ไม่ใช่ศัตรู... แต่เป็นสิ่งอื่น สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากองทัพนับพัน เร็นเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาลึกลับนั้นเงื้ออาวุธเคลือบยาพิษสีม่วงเข้มขึ้นหมายจะลอบทำร้ายแวมไพร์สาวจากด้านหลัง ในขณะที่วิกตอเรียกำลังติดพันอยู่กับการจัดการแม่ทัพฝ่ายตรงข้าม "วิกตอเรีย! ระวังข้างหลังค่ะ!" เร็นตะโกนสุดเสียงโดยไม่ทันคิดถึงชีวิต ร่างบางพุ่งทะยานฝ่าห้วงอากาศและกองเพลิงลงไปเบื้องล่างเพื่อขวางทางคมดาบมรณะนั้นด้วยตัวของเธอเอง! ฉับพลัน... เงาดำลึกลับนั้นชะงักกึก มันไม่ได้โจมตีวิกตอเรียอย่างที่เร็นคาดคิด แต่กลับหันปลายดาบมาทางหญิงสาวมนุษย์ผู้โง่เขลา พร้อมกับเสียงหัวเราะแหברי้วที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจดังขึ้น "ยินดีต้อนรับสู่กับดัก, ธิดาแห่งคำสาป..." ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างความมืดมิดและคมเขี้ยวนี้มาจนถึงบทนี้นะคะ... บลัดดี้แมรี่
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%