"เกมซ่อนหา... จบลงแล้วล่ะค่ะ, ที่รัก..."
เสียงกระซิบนั้นยังคงวนเวียนราดย้อมโสตประสาทของเร็นราวกับหยดน้ำพิษหวานล้ำที่ซึมซาบลงสู่กระแสเลือด ปลายเล็บคมกริบของวิกตอเรียไม่ได้กดลงมาเพื่อปลิดชีพอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับลากผ่านลาดไหล่บอบบาง เคลื่อนต่ำลงมาหยุดนิ่งอยู่ตรงชีพจรเต้นระรัวใต้ผิวหนังบริเวณซอกคอ ความเย็นเฉียบของเรียวเล็บตัดกับความร้อนผ่าวของอุณหภูมิร่างกายที่กำลังพลุ่งพล่านจากแรงปรารถนาอันบ้าคลั่ง กลิ่นอายของราตรี กลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของเร็น และกลิ่นจางๆ ของกุหลาบดำที่โรยราในห้องโถงลับแห่งนี้ ผสมผสานกันจนกลายเป็นบรรยากาศที่ชวนให้เคลิบเคลิ้มราวกับตกอยู่ในห้วงนิทรา
เร็นหอบหายใจเบาๆ ดวงตาคู่สวยสะท้อนเงาของดวงจันทร์สีเลือดที่สาดส่องผ่านกระจกสีสไตล์โกธิคเข้ามาภายในห้อง ความมืดมิดไม่ได้ทำให้พวกเธอกลัวเกรงกันและกันอีกต่อไป กำแพงแห่งความหวาดระแวงที่สร้างขึ้นด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดเริ่มปริแตกทีละน้อย ราวกับกระจกเงาที่ถูกค้อนทุบด้วยความจริงใจที่ไม่อาจหลีกหนี
"ทำไม... ถึงไม่ลงมือล่ะคะ" เร็นเอ่ยถาม เสียงของเธอนุ่มนวลแต่สั่นเครือเล็กน้อย ความกล้าหาญที่เคยมีดูเหมือนจะระเหิดหายไปเหลือเพียงความเปราะบางที่น่าทะนุถนอมในสายตาของแวมไพร์สาว
วิกตอเรียชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีไวน์แดงคู่นั้นไหววูบชั่วขณะ ราวกับมีคลื่นอารมณ์บางอย่างซัดสาดเข้ามาในจิตใจที่สงบนิ่งและเย็นชามานานนับศตวรรษ รอยยิ้มเย้ายวนถูกจุดขึ้นที่มุมปากของแวมไพร์ผู้สูงศักดิ์ ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ถอนปลายนิ้วออกจากเรียวคอของอีกฝ่ายอย่างอ้อยอิ่ง
"นั่นสินะคะ..." วิกตอเรียหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันตัวเอง "บางที... ฉันอาจจะเบื่อรสชาติเดิมๆ ของความตายเต็มทีแล้วล่ะค่ะ, เร็น"
ร่างระหงของวิกตอเรียขยับถอยหลังออกไปก้าวหนึ่ง เพื่อเว้นระยะห่างแต่สายตากลับไม่ได้ละไปจากใบหน้าของหญิงสาวมนุษย์แม้แต่น้อย เธอยกมือขึ้นเสยเรือนผมสีดำสนิทที่ปรกลงมาเคลียคลอเคล้ากับดวงหน้าคมคาย ท่าทีที่ดูสบายๆ นั้นกลับซ่อนความสั่นไหวลึกๆ เอาไว้ภายใต้หน้ากากของความเย่อหยิ่ง
เร็นค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนจากพื้นพรมกำมะหยี่สีแดงเข้ม ถึงแม้ขาของเธอจะยังคงสั่นเทาอยู่บ้างจากแรงกดดันมหาศาลก่อนหน้านี้ เธอก้าวเข้าไปใกล้วิกตอเรียทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวบางเอื้อมออกไปสัมผัสกับชายเสื้อคลุมเนื้อผ้าชั้นดีของอีกฝ่ายเบาๆ เป็นการกระทำที่ท้าทายกฎเกณฑ์ทุกอย่างของโลกใบนี้
"คุณไม่ได้เบื่อความตายหรอกค่ะ, วิกตอเรีย..." เร็นกระซิบ ดวงตาคู่ใสจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของแวมไพร์สาว "แต่คุณกำลังกลัว... กลัวว่าความโดดเดี่ยวที่มีมานับพันปี จะถูกทำลายลงด้วยความรู้สึกบางอย่างที่คุณควบคุมไม่ได้ต่างหาก"
บรรยากาศภายในห้องราวกับหยุดนิ่งลงในทันที ลมหายใจของทั้งคู่ขาดห้วง วิกตอเรียชะงักกึก ดวงตาสีไวน์แดงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ปฏิกิริยาตอบสนองตามสัญชาตญาณของนักล่าทำให้เธอเกือบจะก้าวถอยหลังเพื่อสร้างกำแพงป้องกันตัวอีกครั้ง แต่ทว่า... คำพูดเหล่านั้นมันช่างแม่นยำเสียจนกรีดลึกลงไปถึงห้องหัวใจที่ด้านชา
ไม่มีใครกล้าเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาอีก มีเพียงเสียงหัวใจของมนุษย์และเสียงลมหายใจแผ่วเบาที่สะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันของราตรี วิกตอเรียจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา ในค่ำคืนนี้ หน้ากากแห่งความเยือกเย็นและอำนาจที่เธอสวมใส่มาเนิ่นนานนับศตวรรษ ค่อยๆ หลุดร่วงลงทีละชิ้นต่อหน้าเหยื่อสาวผู้มีสายเลือดหอมหวานและหัวใจที่กล้าหาญเกินคาด
มือเรียวยาวของแวมไพร์สาวเอื้อมขึ้นสัมผัสแก้มเนียนนุ่มของเร็นอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เย็นเฉียบตัดกับความร้อนผ่าวของผิวแก้มทำให้เร็นต้องหลับตาลงรับสัมผัสนั้นโดยสัญชาตญาณ ปลายนิ้วเรียวไล้ผ่านโหนกแก้มลงมายังริมฝีปากอิ่มอย่างทะนุถนอม ราวกับเผลอตัวลืมไปว่านี่คือสิ่งต้องห้าม
"คุณนี่ช่าง... อันตรายเสียจริงนะคะ, เร็น" วิกตอเรียกระซิบชิดริมฝีปาก เสียงของเธอนุ่มนวลและแหบพร่าจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบจากสายลม "รู้ไหมคะว่าการพูดความจริงต่อหน้าแวมไพร์ มันมีราคาที่ต้องจ่ายแพงแค่ไหน..."
"ถ้าราคานั้นคือลมหายใจ... ฉันก็ยินดีจะจ่ายมันให้คุณค่ะ" เร็นลืมตาขึ้นสบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง ความมุ่งมั่นและประกายความเสน่หาในแววตาของเธอมันชัดเจนเสียจนวิกตอเรียแทบจะสำลักความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในอก
คมเขี้ยวสีขาวสะอาดค่อยๆ เผยออกมาให้เห็นภายใต้ริมฝีปากที่แย้มยิ้ม วิกตอเรียโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ซอกคอของเร็นอีกครั้ง ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือผิวเนื้ออ่อนจนเร็นต้องสะท้านเฮือกด้วยความเสียวซ่านและตื่นเต้น แต่ครั้งนี้... ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงความยินยอมพร้อมใจที่จะตกเป็นเชลยของราตรีนี้อย่างสมบูรณ์แบบ
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากอันเย็นเยียบกำลังจะประทับลงบนชีพจรเพื่อสร้างพันธะสัญญาอันเป็นนิรันดร์ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ทำลายบรรยากาศอันลุ่มลึกนั้นลงอย่างไร้ความปรานี
"นายหญิงขอรับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว..." เสียงตะโกนร้อนรนของพ่อบ้านเฒ่าดังทะลุบานประตูไม้สักเข้ามา "มีแขกไม่ได้รับเชิญฝ่าแนวเขตอาคมเข้ามาในคฤหาสน์... และตอนนี้ เขากำลังมุ่งหน้ามาที่ห้องต้องห้ามนี้ขอรับ!"
วิกตอเรียผละออกจากซอกคอของเร็นทันที ดวงตาสีไวน์แดงแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันในเสี้ยววินาที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างของแวมไพร์สาวจนเร็นรู้สึกอึดอัด
ประตูก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ แสงไฟจากคบเพลิงด้านนอกสาดส่องเข้ามาเผยให้เห็นเงาร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตู ใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้มเยาะเย้ย และในมือข้างหนึ่ง... กำลังถือวัตถุโบราณที่เร็นจำได้แม่นยำว่าเป็นของสำคัญที่สุดในปาร์ตี้ลับนี้
"สวัสดีครับ ท่านวิกตอเรีย... และ... โอ๊ะ ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวเข้าสินะครับ?"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในราตรีอันมืดมนและหอมหวานนี้ด้วยกันนะคะ
ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 20
คำสารภาพใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!