ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 14

ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางในอากาศ—หรือบางที มันอาจเป็นเพียงกลิ่นหอมหวานจากซอกคอขาวเนียนที่อยู่ห่างจากคมเขี้ยวของฉันเพียงคืบเดียว วิกตอเรียสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างช้าๆ พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่ควรจะหยุดนิ่งไปตั้งแต่เมื่อหลายร้อยปีก่อน แต่น่าแปลกเหลือเกินที่มันกลับมากระหน่ำไหวระรัวอีกครั้ง เพียงเพราะสายตาดื้อรั้นคู่นั้นกำลังจ้องมองตรงมาที่ดวงตาของฉันโดยไม่ยอมหลบหนี “คุณกำลังกลัวอะไรอยู่กันแน่คะ วิกตอเรีย... กลัวความมืดมิดในห้องนี้ หรือกลัวความจริงที่ว่าคุณไม่ได้อยากให้ฉันตายกันแน่” น้ำเสียงของเร็นราบเรียบ แต่มันกลับคมกริบยิ่งกว่ากริชเงินเล่มใด ปาร์ตี้ลับในค่ำคืนนี้ควรจะเป็นพื้นที่แห่งการล่า—ที่ซึ่งฉันคือผู้ล่า และเธอคือเหยื่อผู้หลงทาง ทว่าสถานการณ์ในเวลานี้กลับพลิกผันอย่างสิ้นเชิง เมื่อปลายนิ้วเรียวบางของมนุษย์ธรรมดาคนนั้น กล้าเอื้อมขึ้นมาแตะลงบนสันจاوขวาของแวมไพร์ผู้ทรงอำนาจอย่างฉัน ความเย็นเฉียบจากผิวหนังสัมผัสกันและกัน แต่ไอร้อนจากหัวใจของเร็นกลับแผ่ซ่านทะลุกระแสเลือดของฉันจนแทบแหลกสลาย ฉันปัดมือคู่นั้นออกด้วยความรุนแรงที่คำนวณไว้แล้ว—หรือบางที อาจเป็นเพราะฉันต้องการซ่อนความสั่นไหวของตัวเองให้พ้นจากสายตาคู่นั้น “อย่าได้อาจหาญเกินขอบเขตของเหยื่อ เร็น” ฉันเค้นเสียงต่ำลอดไรฟัน พร้อมกับก้าวเข้าไปประชิดร่างบางจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับผนังหินเย็นเยียบของห้องโถง Gothic ปลายนิ้วของฉันกดลงบนคางคู่นั้นบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับความมืดมิดจากแววตาของฉัน “เธอคิดว่าความกล้าหาญชั่ววูบจะปกป้องเธอจากความกระหายของฉันได้งั้นหรือ? ลืมไปแล้วหรือไงว่าฉันสามารถเด็ดลมหายใจของเธอได้ในเสี้ยววินาที” เร็นไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน เธอยังคงแย้มยิ้ม—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายจนน่าหมั่นไส้ แต่กระนั้นมันกลับดึงดูดสายตาของฉันราวกับต้องมนต์สะกด “ถ้าฉันตายด้วยน้ำมือคุณจริงๆ ทำไมคุณถึงยังปล่อยให้ฉันหายใจอยู่จนถึงตอนนี้ล่ะคะ?” เร็นกระซิบแผ่วเบa ใบหน้าของเธอขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของมนุษย์เป่ารดริมฝีปากที่ไร้ชีวิตชีวาของฉัน “ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ฉันเห็นความลังเลในแววตาของคุณ วิกตอเรีย... ผู้ปกครองแห่งรัตติกาลผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ไม่เคยปรานีใคร แต่กลับยอมให้หนูตัวเล็กๆ อย่างฉันต่อรองอยู่เรื่อย” คำพูดนั้นราวกับลูกศิษย์ที่แทงทะลุหัวใจดำมืดของฉัน ความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่เคยเด็ดขาดและชัดเจน—ระหว่างผู้ล่ากับเหยื่อ—บัดนี้กลับสั่นคลอนอย่างรุนแรง ความหวาดกลัวที่เร็นควรจะมีต่อฉันได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเสน่หาอันตรายที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในความมืด เข้ามาแทนที่ความหวาดกลัวอย่างสมบูรณ์แบบ ฉันเกลียดความรู้สึกนี้... ความรู้สึกที่สูญเสียการควบคุม ความอ่อนแอที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาโดยมนุษย์ผู้ต้อยต่ำ แต่ในขณะเดียวกัน ความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจมานานนับพันปี ก็กำลังกรีดร้องโหยหาความอบอุ่นจากเรือนร่างนี้เช่นกัน ฉันโน้มใบหน้าลงต่ำ แกล้งทำเป็นกดคมเขี้ยวเข้าใกล้ผิวเนื้อหอมหวานที่เต้นตุบอยู่ตรงชีพจร เพื่อขู่ขวัญเธอให้กลับไปอยู่ในจุดที่ควรจะเป็น “ระวังคำพูดของเธอให้ดี เร็น... ความอดทนของแวมไพร์มีขีดจำกัด และบางที คืนนี้ฉันอาจจะเปลี่ยนใจกินเธอเสียตรงนี้ก็ได้” “ถ้าอย่างนั้นก็ลองดูสิคะ” เร็นท้าทายโดยไม่หลบสายตา ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแวววาวระยับท่ามกลางแสงเทียนสลัว “พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิว่าคุณเป็นผู้ล่าที่ไร้ความปรานีอย่างที่ปากพูด หรือจริงๆ แล้ว... คุณก็แค่นายหญิงผู้โดดเดี่ยวที่กำลังโหยหาใครสักคนมาโอบกอดกันแน่” คำพูดนั้นทำเอาฉันชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความจริงอันโหดร้ายที่ฉันพยายามซ่อนเร้นมาตลอดศตวรรษถูกเธอกะเทาะออกมาอย่างไร้ความปรานี ยัยมนุษย์ช่างต่อรองคนนี้ช่างอันตราย... อันตรายยิ่งกว่าลิ่มเงินหรือแสงอาทิตย์เสียอีก เพราะเธอไม่ได้ต้องการทำลายร่างกายฉัน แต่เธอกำลังจะพังทลายกำแพงในหัวใจที่ฉันสร้างขึ้นมาอย่างยาวนาน ฉันจ้องมองริมฝีปากอิบอิ่มที่ขยับพูดจายั่วเย้า ลมหายใจของเราผสานกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นผู้ควบคุมเกมในตอนนี้ ความโกรธเกรี้ยว ความหิวกระหาย และความเสน่หาปะปนกันจนกลายเป็นเพลิงอารมณ์ที่แผดเผาช่องว่างระหว่างเราให้มลายหายไป ฉันตัดสินใจเลื่อนมือจากคางของเธอลงมาโอบรอบเอวบาง ขยับรวบตัวเธอเข้ามาแนบชิดจนไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน แรงปะทะระหว่างร่างกายนุ่มนิ่มกับโครงร่างเย็นเยียบทำให้เร็นสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนคาดไม่ถึง “เธอกล้าท้าทายฉันมากเกินไปแล้วนะ เร็น” ฉันกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากของเธอ ความเยือกเย็นในน้ำเสียงถูกกลืนหายไปกับความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พวยพุ่งขึ้นมา “และเธอก็จะต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่จะตามมาด้วย” ทันทีที่พูดจบ ฉันก็ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอื้อนเอยคำใดออกมาอีก เร็วเท่าความคิด ริมฝีปากของฉันทาบทับลงบนเรียวปากนุ่มของเธออย่างดุดันและเอาแต่ใจ—ไม่ใช่จูบแห่งความเมตตา แต่เป็นจูบแห่งการลงทัณฑ์และการครอบครองที่รุกรานอย่างไร้ความปราณี เร็นส่งเสียงประท้วงในลำคอด้วยความตกใจ ก่อนที่มือเรียวเล็กจะยกขึ้นกำเสื้อโค้ทสีดำสนิทของฉันแน่น พยายามยึดเหนี่ยวตัวเองไว้ท่ามกลางพายุอารมณ์ที่ฉันเป็นผู้โหมกระหน่ำ ความหอมหวานจากรสสัมผัสของมนุษย์ทำให้สติของฉันหลุดลอย รสชาติของความมีชีวิตชีวาแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนของนักล่าให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มพิกัด ทว่าครั้งนี้... มันไม่มีความต้องการที่จะสูบเลือดจนหมดตัวอีกต่อไป สิ่งที่ฉันต้องการกลับเป็นการกลืนกินลมหายใจของเธอให้เป็นของฉันคนเดียว ตรึงเธอไว้ในรัตติกาลนี้ชั่วนิรันดร์ เมื่อฉันผละริมฝีปากออกมาชั่วครู่เพื่อให้เธอได้สูบฉีดอากาศเข้าปอด เร็นหอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำน้ำมองตรงมาที่ฉันด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—มันไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่อีกแล้ว มีเพียงประกายความปรารถนาและแรงดึงดูดอันลึกซึ้งที่สะท้อนอยู่ในนั้น “ทีนี้... เธอยังคิดว่าฉันเป็นแค่ผู้ล่าที่น่ากลัวอยู่ไหมล่ะ หืม?” ฉันกระซิบถามชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อของเธอ นิ้วมือเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากด้วยความอ่อนโยนอย่างที่ตัวฉันเองก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะทำมันได้ เร็นหลับตาลงชั่วขณะ ก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วส่งยิ้มบางๆ ที่ทำเอาหัวใจแวมไพร์พันปีของฉันกระตุกวูบ “คุณไม่ใช่ผู้ล่าที่น่ากลัวอีกต่อไปแล้วค่ะ วิกตอเรีย... แต่คุณคือคนที่กำลังจะทำให้ฉันตายใจ—อ๊ะ!” เสียงทุ้มหวานขาดหายไปในลำคอทันที เมื่อจู่ๆ ประตูไม้บานใหญ่หนักอึ้งของห้องโถงก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่พร้อมกับแสงไฟจากคบเพลิงสาดส่องเข้ามาทำลายบรรยากาศอันเร้นลับในทันที เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทของ 'มาร์คัส' ผู้นำตระกูลแวมไพร์ฝ่ายตรงข้ามก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก ในมือของเขามีกริชอาบพิษเงินวาววับ และสายตาคมกริบคู่นั้นก็กำลังจ้องมองตรงมาที่เราสองคนที่ยืนแนบชิดกันอยู่ “ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ท่านวิกตอเรีย...” เสียงหัวเราะเยาะหยันดังขึ้นก้องห้องโถง “ไม่นึกเลยว่าผู้ปกครองรัตติกาลผู้สูงส่ง จะลดตัวลงมาคลอเคลียกับอาหารชั้นต่ำ... ถึงเวลาที่ความลับทั้งหมดต้องจบลงเสียที” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่รัตติกาลอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในบทถัดไปค่ะ บลัดดี้แมรี่
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%