เสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าสีครามฉีกกระชากผืนนภาสีนิลให้สว่างวาบขึ้นในเสี้ยววินาที เผยให้เห็นเงาร่างระหงของวิกตอเรียที่กำลังยืนนิ่งสงอยู่ริมหน้าต่างบานกว้างของห้องโถงใหญ่ สายฝนกระหน่ำซัดสาดใส่กระจกใสราวกับเสียงกรรโชกของกองทัพปีศาจที่พยายามจะพังทลายปราการแห่งนี้เข้ามา กลีบกุหลาบสีดำสนิทในแจกันโบราณสั่นไหวตามแรงสะเทือนของแผ่นดินที่ถูกห่อหุ้มด้วยความเปียกชื้น
"พวกเขามาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้นะคะ..."
เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจของภูตพรายดังขึ้นจากมุมมืด เร็นก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างสูงชะลอของแวมไพร์สาวอย่างเงียบเชียบ กลิ่นอายเฉพาะตัวของหญิงสาวมนุษย์ผู้มีสายเลือดหอมหวานลอยละล่องปะปนกับกลิ่นอายอับชื้นของพายุฝนด้านนอก เร็นไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ในแววตาคู่สวยคู่นั้นอีกแล้ว มีเพียงประกายความท้าทายและความเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัดราวกับคมมีดที่ถูกลับจนคมกริบ
วิกตอเรียไม่ได้หันกลับมามองทันที ดวงตาคมกริบสีทับทิมยังคงจ้องมองผ่านกระจกออกไปยังความมืดมิดเบื้องล่าง ที่ซึ่งแนวป่าสนสั่นไหวโค้งคำนับให้แก่พายุ ทว่าสัญชาตญาณนักล่าของเธอกำลังกรีดร้องเตือนภัย เส้นประสาททุกเส้นตื่นตัวรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของแรงดันอากาศและพลังงานแปลกปลอมที่กำลังคืบคลานเข้ามาประชิดเขตอาคมของคฤหาสน์
"สุนัขล่าเนื้อของสภาสูงคงคิดว่าความมืดและสายฝนจะช่วยซ่อนกลิ่นอายเน่าเฟะของพวกมันได้สินะคะ" วิกตอเรียเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสอารมณ์ดุดันที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกชีวิตเป็นชิ้นๆ เธอยื่นมือเรียวยาวออกไปสัมผัสกระจกที่เย็นเฉียบ นิ้วเรียวกรีดกรายเป็นรอยลากผ่านหยดน้ำฝนที่เกาะพราว "แต่พวกมันคงลืมไป... ว่าที่นี่คืออาณาจักรของดิฉัน"
เร็นขยับเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังบอบบางเกือบสัมผัสกับอ้อมอกที่เย็นเยือกของแวมไพร์สาว มือเรียวเอื้อมไปแตะข้อศอกของวิกตอเรียแผ่วเบาเพื่อเรียกสติ และนั่นทำให้วิกตอเรียต้องยอมหันกลับมาสบตา ประกายไฟแห่งความเสน่หาอันต้องห้ามพุ่งเข้าหากันในความสลัว ท่ามกลางเสียงฟ้าคำรามลั่น
"อย่าประมาทพวกมันนะคะ วิกตอเรีย" เร็นกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงเจือความกังวลเล็กน้อยแต่หนักแน่น "สายฝนไม่ได้ช่วยซ่อนแค่พวกมัน แต่มันกำลังกลบเสียงฝีเท้าของเราด้วยเช่นกัน ดิฉันรู้ว่าคุณแข็งแกร่ง... แต่จำนวนของพวกมันมีมากกว่าที่เราเห็นในแผนที่ลับฉบับนั้น"
วิกตอเรียแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบและทรงเสน่ห์จนทำให้หัวใจของเร็นกระตุกวูบ มือเรียวข้างหนึ่งของแวมไพร์สาวเอื้อมไปเชยคางมนของหญิงสาวขึ้นบังคับให้เงยหน้าสบตา นิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากอิ่มแผ่วเบา ราวกับจะย้ำเตือนถึงพันธะสัญญาอันลึกลับที่เชื่อมโยงพวกเธอไว้ด้วยกัน ท่ามกลางมหันตภัยที่กำลังรายล้อม
"คุณเป็นห่วงดิฉันหรือคะ เร็น..." วิกตอเรียกระซิบชิดริมฝีปาก ลลมหายใจเย็นเยือกปะปนกับกลิ่นหอมหวานของเลือดสาว "หรือคุณแค่กลัวว่าถ้าดิฉันตาย คุณจะไม่มีใครปกป้องจากคมเขี้ยวของพวกมัน?"
"ดิฉันไม่ได้กลัวความตายค่ะ..." เร็นตอบทันควัน สายตาไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย "แต่ดิฉันไม่อาจทนเห็นคุณต้องแบกรับความเจ็บปวดทั้งหมดไว้คนเดียว... ในเมื่อเราเลือกที่จะก้าวเข้ามาในความมืดนี้ด้วยกันแล้ว ดิฉันก็พร้อมที่จะแปดเปื้อนเลือดไปพร้อมกับคุณ"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของแวมไพร์สาวผู้โดดเดี่ยวมานานนับพันปี วิกตอเรียชะงักไปชั่วขณะ ความโหยหาความอบอุ่นที่เธอพยายามกดขี่ข่มเหงไว้ใต้ความเย็นชามาตลอด ถูกปลุกเร้าให้ตื่นขึ้นด้วยดวงตาที่กล้าหาญของมนุษย์ตัวเล็กๆ คนนี้ ก่อนที่เธอจะทันได้เอื้อnคำใดโต้ตอบ เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากทางประตูปีกตะวันตกของคฤหาสน์!
เปรี้ยง!
แรงสั่นสะเทือนทำให้โคมระย้าคริสตัลขนาดใหญ่กลางห้องโถงแกว่งไกวอย่างรุนแรง เศษกระจกและฝุ่นละอองโปรยปรายลงมาดั่งหิมะสีเทา กลิ่นอายของดินปืนและเวทมนตร์ต้องห้ามลอยตลบอบอวลเข้ามาในอากาศ วิกตอเรียดึงร่างของเร็นเข้าหาตัวในเสี้ยววินาทีเพื่อปกป้องจากแรงระเบิด ดวงตาสีทับทิมหันขวับไปมองยังทางเดินมืดสนิทเบื้องล่างทันที
"พวกมันเริ่มลงมือแล้วค่ะ..." วิกตอเรียพึมพำเสียงต่ำ ร่างกายแผ่รังสีสังหารที่รุนแรงจนอากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดฮวบลงจนกลายเป็นไอหมอกสีขาว
เร็นกระชับมีดสั้นเคลือบเงินในมือที่ซ่อนไว้ใต้ชายเสื้อคลุมแน่น แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้ แต่ความเร่าร้อนจากอ้อมแขนของวิกตอเรียกลับมอบพละกำลังบางอย่างให้เธอกล้าที่จะเผชิญหน้า
"ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของดิฉันในการคุมเชิงด้านหลังเถอะค่ะ" เร็นเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแววตากลับเด็ดเดี่ยวไม่แพ้แวมไพร์สาว
วิกตอเรียแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายและกระหายการนองเลือด เธอก้มลงกระซิบข้างใบหูของเร็นเบาๆ ก่อนจะสะบัดกายหายวับไปจากจุดนั้นราวกับสายลมรัตติกาล
"ระวังตัวด้วยนะคะที่รัก... ถ้าใครแตะต้องเส้นผมของคุณแม้แต่เส้นเดียว ดิฉันจะส่งมันลงไปชดใช้ในขุมนรกที่ลึกที่สุด"
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบกำลังวิ่งกรูเข้ามาตามทางเดินไม้โบราณ เสียงคำรามต่ำทุ้มของแวมไพร์รับจ้างที่ถูกส่งมาปลิดชีพพวกเธอดังก้องใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เร็นสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ พร้อมกับก้าวถอยหลังไปพิงเสาหินอ่อนเพื่อเตรียมรับมือกับการปะทะระลอกแรก
ทว่า ในวินาทีที่เงาร่างแรกพุ่งทะลุความมืดเข้ามาพร้อมกับคมดาบประกายเงิน เร็นกลับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อบุคคลที่ก้าวพ้นเงาความมืดออกมาเพื่อต้อนรับผู้บุกรุกกลับไม่ใช่แวมไพร์รับจ้างปลายแถว... แต่เป็นใบหน้าคุ้นเคยที่ควรจะนอนแน่นิ่งอยู่ในห้องใต้ดินของคฤหาสน์แห่งนี้ตั้งแต่เมื่อสามวันก่อน
---
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในราตรีอันยาวนานนี้ด้วยกันนะคะ — บลัดดี้แมรี่
ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 15
แผนลวงกลางสายฝน
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!