กลิ่นคาวสนิมเหล็กตีรวนขึ้นมาจนถึงปลายลิ้น พร้อมๆ กับความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ่านไปทั่วโถงทางเข้าคฤหาสน์ตระกูลวาลคูเรีย
เร็นแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เงาร่างที่ก้าวพ้นหมอกควันสีเทาและประกายดาบเงินยวงนั้น ไม่ได้สวมชุดเกราะนักล่าปีศาจ ไม่ได้มีร่องรอยของความหวาดกลัวต่อกองทัพแวมไพร์ ทว่า... ใบหน้าเรียบเฉยไร้ชีวิตชีวานั้น กลับเป็นคนเดียวกันกับที่พวกเธอนำร่างไร้ลมหายใจไปเก็บไว้ในห้องใต้ดินลึกที่สุดเมื่อสามวันก่อน
"เป็นไปไม่ได้..."
เสียงกระซิบเล็ดลอดผ่านริมฝีปากที่สั่นเทาของเร็น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างสะท้อนเงาของร่างเบื้องหน้า หัวใจในอกเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึกที่ถูกตีด้วยความตื่นตระหนก มือเรียวเผลอเอื้อมไปควายชายเสื้อคลุมของวิกตอเรียโดยไม่รู้ตัว เพื่อหาที่พึ่ง
ทว่า วิกตอเรียไม่ได้แสดงอาการหวาดผวาเช่นเดียวกับเธอ แวมไพร์สาวผู้ครองค่ำพันปีเพียงแต่หรี่ตาลง คมเขี้ยวใต้ริมฝีปากบางขยับเข้าหากันเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงสง่าจนอากาศรอบตัวลดฮวบลงจนกลายเป็นไอเย็น
"ความตาย... คงเป็นเรื่องน่าเบื่อเกินไปสำหรับเธียสินะคะ" วิกตอเรียเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก แต่แฝงไว้ด้วยประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดขึ้นอย่างเงียบเช่า
ร่างที่ยืนอยู่เบื้องหน้าคือ 'เธีย' สมาชิกในกลุ่มปาร์ตี้ลับที่ควรจะนอนแน่นิ่งเป็นศพเย็นเยียบจากพิษลิ่มเงิน ทว่าบัดนี้ ดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งแววตาของมนุษย์ มันเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิตเช่นเดียวกับพวกเธอ รอยยิ้มบิดเบี้ยวที่ปรากฏขึ้นบนมุมปากสร้างความเย็นวาบไปถึงสันหลัง
"ความตายไม่ใช่จุดจบหรอกค่ะท่านวิกตอเรีย..." เสียงของเธียเปลี่ยนไป มันแหบพร่าและซ้อนทับกันหลายชั้นราวกับไม่ใช่เสียงของคนเพียงคนเดียว "มันคือ... จุดเริ่มต้นของการรับใช้ที่แท้จริงต่างหาก"
สิ้นคำพูดนั้น ประตูบานใหญ่แกะสลักลวดลายโบราณของคฤหาสน์ก็ถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจากภายนอก เศษไม้กระจายว่อน ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายและอสุนิบาตที่ฟาดผ่าลงมา กลุ่มเงาร่างนับสิบในชุดคลุมสีดำสนิทพรูพรั่งกรูเข้ามาประดุจฝูงกาฝกระหายเลือด สงครามรัตติกาลที่ถูกซ่อนเร้นมาเนิ่นนานได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ ธรณีประตูแห่งนี้
"ถอยไปข้างหลัง เร็น" วิกตอเรียสั่งเสียงเฉียบขาด พร้อมกับสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว กรงเล็บสีดำสนิทก็ยาวเฟื้อยขึ้นพร้อมประกายแสงสีชาด "คืนนี้... ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องบ้านของฉัน แม้แต่เศษเสี้ยวเส้นผมของเธอก็ตาม"
เร็นถูกผลักไปอยู่ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ แต่นัยน์ตาคู่คมกลับไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย ความอบอุ่นจากฝ่ามือของแวมไพร์สาวที่เพิ่งละออกไปเมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่ที่ผิวแก้ม แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย แต่หัวใจของเธอกลับพองโตด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและอันตรายเกินกว่าจะหาคำนิยาม
การปะทะครั้งแรกระเบิดขึ้นในเสี้ยววินาทีนั้น วิกตอเรียพุ่งตัวหายไปจากจุดเดิมราวกับภูตผี ความเร็วระดับที่สายตามนุษย์แทบมองไม่ทันพุ่งเข้าประจันหน้ากับกองทัพผู้บุกรุก เสียงโลหะกระทบกับกรงเล็บดังสนั่นหวั่นไหวประกายไฟแลบแปลบปลาบ ท่ามกลางความชุลมุน เธียกลับแฝงตัวหลบเลี่ยงการปะทะของวิกตอเรีย และก้าวเข้ามาประชิดตัวเร็นที่ยืนอยู่ลำพังโดยไม่มีใครคาดคิด!
คมดาบสีเงินยวงถูกยกขึ้นจ่อที่ลำคอระหงของเร็นในระยะประชิด เธียโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นอายความตายที่โชยมาจากร่างนั้น พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่จงใจให้ได้ยินเพียงแค่สองคน
"เธอคิดจริงๆ หรือคะ... ว่าสิ่งที่เธอเลือกจะปกป้อง จะปกป้องเธอได้จนถึงรุ่งสาง?"
เร็นสะท้านเฮือก ดวงตาประสานเข้ากับนัยน์ตาสสีแดงก่ำของเธียที่จ้องมองมาอย่างเย้ยหยัน ทว่าในเสี้ยววินาทีที่คมดาบกำลังจะกดลึกลงไปสัมผัสผิวเนื้อ ประตูห้องโถงลับด้านหลังที่ควรจะถูกปิดตาย กลับส่งเสียง "คลิก" เบาๆ พร้อมกับร่างของใครอีกคน... ที่ก้าวออกมาจากความมืดมิดยิ่งกว่า พร้อมรอยยิ้มที่ทำให้วิกตอเรียต้องเบิกตากว้างด้วยความช็อกระลอกสอง!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ บลัดดี้แมรี่ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรัตติกาลนี้มาด้วยกันค่ะ
ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 16
ปฐมบทแห่งสงครามรัตติกาล
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!