ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 8

กุหลาบสีชาด

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
ความเงียบงันภายในห้องโถงกอธิคประดับม่านกำมะหยี่สีเลือดไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันราวกับเสียงคำรามก้องของสัตว์ป่าที่กำลังสะกดรอยตามเหยื่อในคืนเดือนมืด "ในที่สุด... เราก็พบกันเสียที วิกตอเรีย... เจ้าแห่งความตายผู้หลบหนี" เสียงกระซิบที่ทิ้งปมค้างคาไว้จากห้วงเวลาก่อนหน้ายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเร็น หญิงสาวกะพริบตาช้าๆ เพื่อปรับโฟกัสภาพตรงหน้าให้พ้นจากความมึนงง แผ่นหลังของเธอยังคงแนบชิดอยู่กับบานประตูไม้แกะสลักโบราณ ขณะที่ร่างสูงสง่าของวิกตอเรีย—แวมไพร์สาวผู้ครองค่ำพันปี—ยืนตระหง่านอยู่ห่างออกไปเพียงแค่เอื้อมมือ ทว่าระยะห่างนั้นช่างสั้นนักเมื่อเทียบกับความกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวตนของอีกฝ่าย วิกตอเรียไม่ได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนกาย วัยวุฒิและอำนาจมืดที่สั่งสมมานับศตวรรษถูกหลอมรวมไว้ภายใต้ใบหน้ารูปสลักที่ไร้ซึ่งความรู้สึก ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่เปรียบดั่งอัญมณีสีชาดต้องแสงจันทร์ มืดมน เย็นชา และดุดัน ราวกับไม่เคยมีสิ่งใดในโลกนี้ที่สามารถสั่นคลอนความนิ่งงันนั้นได้ เร็นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความกล้าหาญที่เคยผลักดันให้เธอก้าวเข้ามาสู่ปาร์ตี้ลับแห่งนี้กำลังถูกทดสอบอย่างหนักหน่วงด้วยสัญชาตญาณดิบที่กรีดร้องเตือนภัย แต่สิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดคือ ภายใต้ความหวาดกลัวนั้น กลับมีความอยากรู้อยากเห็นระอุขึ้นมาในอก—ความปรารถนาที่จะทลายกำแพงน้ำแข็งที่ห่อหุ้มตัวตนของราชินีรัตติกาลผู้นี้ *เธอซ่อนอะไรไว้กันแน่นะ? ภายใต้หน้ากากที่ไร้ชีวิตชีวานั่น...* เร็นขยับตัวเล็กน้อย เสียงเสียดสีของเนื้อผ้ากำมะหยี่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ วิกตอเรียปรายตามองการกระทำนั้นช้าๆ มุมปากข้างหนึ่งกระตุกขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มหยันที่บางเบาราวกับภาพลวงตา "เจ้ากล้าดียังไง ถึงได้มองข้าด้วยสายตาแบบนั้น" วิกตอเรียเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนุ่มทุบแต่เย็นเยียบ เสียดแทงเข้ามาถึงขั้วหัวใจ "มนุษย์ตัวจ้อยผู้มีกลิ่นเลือดหอมหวานเย้ายวน... เจ้าคิดว่าความอยากรู้อยากเห็นจะช่วยให้เจ้ามีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ได้งั้นหรือ" "ฉันไม่ได้มองด้วยความกลัว... และก็ไม่ได้มองเพื่อหาทางรอดค่ะ" เร็นสวนกลับทันควัน เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยแต่หนักแน่นพอที่จะสะท้อนก้องในห้องโถง "ฉันกำลังมองคุณ... วิกตอเรีย คนที่เอาแต่ซ่อนตัวอยู่หลังความเย็นชา เพราะกลัวว่าใครจะมองเห็นความเปราะบางข้างในต่างหาก" บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงทันที อุณห็ภูมิลดฮวบจนลมหายใจของเร็นกลายเป็นไอสีขาวบางเบา ชั่วพริบตาเดียว ร่างของวิกตอเรียก็หายไปจากจุดเดิม กลิ่นอายของกุหลาบป่าและสนธยากระจายฟุ้งเข้าประชิดจมูก ก่อนที่ข้อมือบางของเร็นจะถูกตรึงไว้กับบานประตูด้วยเรียวแรงมหาศาลที่ไม่ใช่มนุษย์ ดวงตาสีชาดคู่คมกริบอยู่ห่างจากใบหน้าของเธอเพียงแค่คืบ ลมหายใจเย็นเฉียบเป่ารดพวงแก้ม "เจ้าไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับความตาย... และเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินความเปราะบางของข้า" วิกตอเรียคำรามเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและแรงดึงดูดที่อันตรายถึงชีวิต "เลือดในกายของเจ้ากำลังเต้นเร่าด้วยความตื่นกลัว... แต่ทำไมแววตาของเจ้าถึงได้ท้าทายข้าขนาดนี้ เร็น?" เร็นไม่หลบสายตา เธอเงยหน้าขึ้นสบประสานกับดวงตาสีเลือดคู่นั้น หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่ร้อนรุ่มและสับสน "ถ้าฉันไม่สำคัญ... ทำไมคุณถึงไม่ฆ่าฉันเสียตั้งแต่แรกคะ?" เร็นกระซิบถาม ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับริมฝีปากที่เย็นเยียบของแวมไพร์สาว "ทำไมคุณต้องดึงฉันเข้ามาในโลกของคุณ... วิกตอเรีย?" นิ้วเรียวยาวเย็นเฉียบของวิกตอเรียเคลื่อนขึ้นมาแตะที่ข้างแก้มของเร็น แผ่วเบาราวกับกลีบกุหลาบแต่หนักหน่วงดั่งโซ่ตรวน ผิวเนื้อของเร็นสะท้านเยือกเมื่อสัมผัสนั้นลากผ่านแนวคางลงมายังลำคอระหง ที่ซึ่งชีพจรเต้นตุบๆ ส่งกลิ่นหอมหวานเย้ายวนสัญชาตญาณนักล่า วิกตอเรียหลับตาลงชั่วขณะ ราวกับกำลังอดกลั้นต่อบางสิ่งบางอย่างที่ปั่นป่วนอยู่ภายใน เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความดุดันได้ถูกแทนที่ด้วยความลึกล้ำที่ยากจะหยั่งถึง "เพราะเจ้าทำให้ข้า..." วิกตอเรียหยุดพูดไปเสียดื้อๆ ริมฝีปากได้รูปเม้มเข้าหากันแน่น ราวกับคำพูดนั้นเป็นสิ่งต้องห้ามที่ไม่อเคยเอื้อnเอ่ยให้ใครฟังมาก่อนในรอบหลายร้อยปี เร็นรอคอย ลมหายใจขาดห้วง มือข้างที่ไม่ได้ถูกตรึงค่อยๆ ยกขึ้น สัมผัสเบาๆ ที่ข้อศอกของวิกตอเรีย เป็นการส่งผ่านความอบอุ่นจากมนุษย์ไปยังร่างที่ไร้ซึ่งอุณหภูมิความร้อน ทว่า ก่อนที่บทสนทนาอันลึกซึ้งจะพาพวกเธอข้ามผ่านเส้นแบ่งระหว่างเหยื่อกับผู้ล่า... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่เต็มไปด้วยคุกคามก็ดังขึ้นจากทางเดินเบื้องล่าง ตามมาด้วยเสียงกระจกหน้าต่างแตกกระจายดังเพล้ง! เงาร่างสีดำหลายสายพุ่งทะยานเข้ามาภายในคฤหาสน์ พร้อมกับกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่ไม่ใช่วิกตอเรีย วิกตอเรียผละออกจากร่างของเร็นในเสี้ยววินาที ดวงตาสีชาดตวัดมองไปยังความมืดเบื้องล่างด้วยความเกรี้ยวกราด "พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด..." เร็นเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนก้าวออกมาจากกลุ่มควันสีดำ คนๆ นั้นส่งเสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวาน ก่อนจะเอמהชื่อที่ทำเอาวิกตอเรียถึงกับชะงักงัน "ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะแอบซ่อน 'กุหลาบสีชาด' เอาไว้เบื้องหลังกำแพงนี้... วิกตอเรีย น้องรัก" ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของบลัดดี้แมรี่เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%