ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 9

แขกไม่速เชิญ

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและผงเงินบริสุทธิ์ลอยอบอวลอยู่เหนือสนามหญ้าเวลามืดมิด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่พยายามย่างกรายอย่างเงียบเชียบที่สุด ไม่พ้นประสาทสัมผัสอันแหลมคมของรัตติกาลที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านกำมะหยี่สีเลือด วิกตอเรียยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่างบานสูง คมเขี้ยวเรียวเล็กจรดอยู่บริเวณริมฝีปากล่างอย่างใช้ความคิด ดวงตาคู่คมสีโกเมนมองลอดผ่านกระจกใสเคลือบมนต์สะกดออกไปเบื้องล่าง ความมืดมิดไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็นของเธอ ตรงกันข้าม มันกลับขับเน้นให้เห็นเงาร่างของมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เขตอาคมของคฤหาสน์ตระกูลสโตนคอฟทีละน้อย "พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดไว้นะคะ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจของสายลมหนาวหลุดรอดจากเรียวปากอิ่ม วิกตอเรียไม่ได้มีความหวาดกลัวเจือปนอยู่ในน้ำเสียงนั้นเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเยียบเย็นและความรำคาญใจราวกับกำลังเอ่ยถึงฝูงแมลงน่ารำคาญที่บินวนเวียนอยู่ใกล้โคมไฟในยามค่ำคืน เบื้องหลังเธอไม่ไกลนัก เร็นยืนพิงเสาหินอ่อนด้วยลมหายใจที่เริ่มติดขัด แม้หญิงสาวจะพยายามควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจไม่ให้ตื่นตระหนก แต่กลิ่นอายของความกลัวและความตื่นเต้นที่ปะปนกันอยู่ในกระแสเลือดของอีกฝ่าย ก็ยังคงลอยฟุ้งเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของแวมไพร์สาวอยู่ดี วิกตอเรียหันกลับมามองช้าๆ สายตาคมกริบกวาดสำรวจเรือนร่างบอบบางที่ยังคงสั่นเทาเล็กน้อยภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง "กลัวหรือคะ, เร็น?" วิกตอเรียเอ่ยถาม พลางก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับเสือดาวที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่ออันโอชะ "กลิ่นเลือดในกายของเธอเตือนให้ฉันรู้ว่า... ความตายกำลังยืนอยู่หน้าประตูบ้านของเราแล้วนะ" "ฉันไม่ได้กลัวความตาย..." เร็นเงยหน้าขึ้นสบตา ประกายในดวงตาคู่สวยฉายแววดื้อรั้นอย่างที่แวมไพร์สาวมักจะนึกฉุนเฉียวอยู่เสมอ "ฉันแค่วิตก... ว่ามนุษย์พวกนั้นกำลังจะเข้ามาทำลายความลับที่เรายังตกลงกันไม่รู้เรื่องต่างหากล่ะค่ะ, วิกตอเรีย" มุมปากของแวมไพร์สาวกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ทว่าไร้ซึ่งความอบอุ่น มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะที่ปลายคางมนของมนุษย์สาวแผ่วเบา สัมผัสเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งทำเอาเร็นสะดุ้งเฮือกเล็กน้อยแต่ไม่ยอมถอยหนี "เด็กดื้อ..." วิกตอเรียพึมพำชิดริมฝีปาก "เจ้าพวกนั้นไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดาหรอกค่ะ พวกมันคือ 'ภาคีมือสังหารโลหิตศักดิ์สิทธิ์' กองกำลังพิเศษที่ถูกฝึกฝนมาเพื่อล่าพวกเราโดยเฉพาะ และเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน... ก็คงหนีไม่พ้นการมาทวงคืน 'กุหลาบสีชาด' ที่พี่สาวของฉันอุตส่าห์ส่งเทียบเชิญมาให้หรอกนะ" คำว่า 'พี่สาว' ถูกเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน วิกตอเรียละสายตาจากเร็น หันกลับไปมองเบื้องล่างอีกครั้ง เมื่อเงาร่างของกลุ่มนักล่าเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นภายใต้แสงจันทร์สลัว พวกมันสวมชุดคลุมสีดำสนิท มือข้างหนึ่งถือคทาเงินสลักอักขระคาถาปราบมาร ส่วนอีกข้างถือดาบเคลือบน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ส่งกลิ่นฉุนรุนแรงจนแวมไพร์สาวต้องขมวดคิ้วมุ่น เบื้องหน้าสุดของกลุ่มนักล่าคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้ฮู้ดสีเข้ม เขายกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ลูกน้องหยุดชะงัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองตรงมายังหน้าต่างห้องนอนชั้นสามที่วิกตอเรียยืนอยู่ ราวกับเขารู้ดีว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองลงมา "ดูเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญของเราจะใจกล้ากว่าที่คิดนะคะ" วิกตอเรียแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีโกเมนเปล่งประกายวาววับในความมืด "พวกเขาคิดจริงๆ หรือว่ากำแพงเวทมนตร์อายุกว่าสามร้อยปีนี้ จะพังทลายลงได้ด้วยมีดสั้นเคลือบน้ำมนต์กิ๊กก๊อกพรรค์นั้น" "แต่วิกตอเรียคะ..." เร็นสาวเท้าเข้ามาใกล้ ขยับเข้าไปยืนเคียงข้างจนไหล่ชนกัน กลิ่นหอมหวานเฉพาะตัวของมนุษย์สาวพุ่งเข้าปะทะนาสิกของแวมไพร์สาวอีกครั้งจนเธอต้องสูดลมหายใจลึกโดยไม่รู้ตัว "พวกมันมีจำนวนมากเกินไป และที่สำคัญ... ถ้าพวกมันพังเข้ามาได้จริงๆ เธอก็จะต้องเผชิญหน้ากับบาเรียเงินบริสุทธิ์พวกนั้นด้วยไม่ใช่หรือไงคะ?" วิกตอเรียหันมามองหน้าเร็น แววตาเย็นชาในคราแรกอ่อนแสงลงชั่วขณะ มือเรียวเลื่อนขึ้นมาสัมผัสพวงแก้มเนียนนุ่ม ปลายนิ้วเย็นเฉียบไล้ผ่านผิวเนื้ออุ่นร้อนอย่างหลงใหล ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดภายนอก ภายในห้องกลับอบอวลไปด้วยความเสน่หาต้องห้ามที่ยากจะหักห้ามใจ "เป็นห่วงฉันหรือคะ, เร็น?" น้ำเสียงของวิกตอเรียเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด "ทั้งๆ ที่ฉันอาจจะเป็นคนแรกที่จะฝังเขี้ยวลงบนต้นคอของเธอ ถ้าสถานการณ์มันบีาบับคับขันจนทนไม่ไหวแท้ๆ" "ฉันแค่อยاتให้เธอยังมีชีวิตอยู่จนกว่าเราจะได้สะสางเรื่องราวทั้งหมด... แค่นั้นเองค่ะ" เร็นตอบเสียงเบา แต่หนักแน่น ดวงตาคู่สวยไม่หลบหนีสายตาคมกริบของแวมไพร์สาวเลยแม้แต่น้อย ทว่า ก่อนที่บทสนทนาอันลึกซึ้งจะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากบริเวณประตูดรากูนด้านทิศตะวันออก แรงสั่นสะเทือนทำให้โคมระย้าคริสตัลกลางห้องสั่นไหวและส่งเสียงกระทบกันกรุ้งกริ้ง เศษฝุ่นและละอองเวทมนตร์กระจายฟุ้งไปทั่วบริเวณ วิกตอเรียดึงเร็นเข้ามาหลบอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังของตนทันที ร่างสูงตระหง่านแผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างเต็มพิกัด นัยน์ตาสีโกเมนเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับหยาดโลหิต คมเขี้ยวคู่สวยงอกยาวขึ้นภายใต้ริมฝีปากที่เผยอออกเล็กน้อย "พวกมันเริ่มเล่นสนุกกันแล้วสินะคะ..." วิกตอเรียเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ความดุดันและเยือกเย็นกลับมาครอบงำตัวเธออีกครั้ง "ในเมื่ออยากตายในบ้านของฉันนัก... ฉันก็จะสงเคราะห์ให้พวกมันได้กลายเป็นปุ๋ยรดสวนกุหลาบซะเดี๋ยวนี้แหละ" วิกตอเรียสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ประตูห้องนอนไม้สักทองก็เปิดผางออกเผยให้เห็นความมืดมิดของระเบียงทางเดิน ทว่า ก่อนที่เธอจะก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับศัตรู เสียงฝีเท้าเบาราวกับขนนกก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง... ในห้องนอนของเธอเอง! "ใจเย็นก่อนสิคะ, น้องรัก... พี่อุส่าห์มาหาถึงที่นี่ทั้งที ไม่คิดจะต้อนรับพี่หน่อยหรือ?" เสียงกระซิบอันคุ้นเคยและเยียบเย็นดังขึ้นแนบชิดใบหูของวิกตอเรีย พร้อมๆ กับปลายมีดสั้นเงินบริสุทธิ์ที่จ่อเข้าที่ลำคอขาวผ่องของเธออย่างแม่นยำ! ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ บลัดดี้แมรี่จะรีบกลับมาพร้อมความระทึกในตอนต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%