ปลายมีดสั้นเงินบริสุทธิ์สะท้อนแสงจันทร์สีเลือดที่สาดส่องผ่านกระจกสีสไตล์โกธิคของคฤหาสน์ร้าง กลิ่นอายของโลหะหนักหน่วงผสมผสานกับกลิ่นกายหอมหวานรัญจวนใจของมนุษย์ ทำให้สัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกกัก
ขังไว้ใต้หน้ากากความเยือกเย็นของวิกตอเรียสั่นคลอนอย่างรุนแรง ลมหายใจของแวมไพร์สาวสะดุดลงชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อคมมีดที่แนบชิดลำคอระหง หากแต่เป็นเพราะกลิ่นชีพจรที่เต้นเร้าอยู่ใต้ผิวหนังของคนตรงหน้าต่างหาก—มันหอมหวานจนแทบจะทำให้สติสัมปชัญญะของเธอดับวูบ
"ระวังหน่อยสคะ... ของมีคมมันไม่เคยปรานีใคร แม้แต่ผู้ครองค่ำคืนอย่างคุณ"
เสียงกระซิบนั้นช่างเย้ายวนและท้าทาย เร็นไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของวิกตอเรีย ราวกับกำลังท้าทายพญามารให้กระโจนเข้าใส่ความมืดมิด ความกล้าหาญที่โง่เขลาแต่เปี่ยมด้วยเสน่ห์นี้ ทำให้วิกตอเรียแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงขับ
ทางเพศอันตราย
วิกตอเรียไม่ขยับหนี เธอปล่อยให้ปลายมีดเงินกดลึกลงไปอีกนิดจนเกิดรอยแดงจางๆ บนผิวเนื้อขาวผ่อง ความเจ็บปวดเล็กน้อยนั้นไม่ได้ทำให้เธอย่อท้อ ตรงกันข้าม มันกลับกระตุ้นต่อมรับรสในจินตนาการให้ทำงานอย่างบ้าคลั่ง เลือด... เลือดของเร็นช่างบริสุทธิ์และร้อนรุ่ม
"เธอคิดว่ามีดกระจอกเล่มนี้ จะหยุดยั้งความกระหายของฉันได้จริงๆ หรือคะ เร็น..." วิกตอเรียกระซิบตอบ เสียงของเธอเปลี่ยนเป็นโทนต่ำพร่า ลึกล้ำ และเต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางวิญญาณ มือเรียวยาวที่เคยไขว่คว้าความว่างเปล่าค่อยๆ เอื้อมออกไปอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วเย็นเฉียบราวน้ำแข็งสัมผัสลงบนข้อมือของเร็นที่ถือมีดอยู่ แรงบีบเพียงเล็กน้อยทำให้มีดสั่นระริก
เร็นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อความเย็นยะเยือกจากปลายนิ้วของอีกฝ่ายซึมซาบผ่านผิวเนื้อเข้ามาถึงกระดูก ความใกล้ชิดในระยะประชิดนี้ทำให้พวกเธอได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวเราะของกันและกัน หัวใจของเร็นเต้นรัวระเร่าราวกับกลองศึก ขณะที่หัวใจของวิกตอเรีย... มันหยุดเต้นไปนานแล้ว แต่มันกลับมา "พองโต" ขึ้นอีกครั้งด้วยความอยากครอบครอง
"ถ้าคิดว่าทำได้... ก็ลองดูสคะ" เร็นกระซิบตอบ เสียงสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างไม่สามารถควบคุมได้ ความดื้อรั้นในแววตานั้นช่างเย้ายวนใจเสียเหลือเกิน
วินาทีนั้นเอง วิกตอเรียก็สูญเสียการควบคุม
ร่างเพรียวบางของแวมไพร์สาวพุ่งเข้าประชิดตัวเร็นอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด มีดเงินหลุดจากมือร่วงลงกระทบพื้นพรมหนานุ่มเกิดเสียงทึบเบาๆ วิกตอเรียรวบเอวบางของเร็นเข้าหาตัวด้วยแรงมหาศาลที่มนุษย์ไม่มีวันเทียบเคียง แรงปะทะทำให้เร็นต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังแนบชิดกับผนังห้องหินเย็นเฉียบ
"วิกตอเรีย..." เร็นอุทานออกมาได้เพียงเท่านั้น เมื่อริมฝีปากเย็นเฉียบของแวมไพร์สาวเคลื่อนเข้ามาคลอเคลียอยู่ใกล้ซอกคอขาวของเธอ
ความหิวกระหายที่สะสมมานานนับศตวรรษปะทุขึ้นราวกับลาวาใต้
ภูเขาไฟ วิกตอเรียสูดดมกลิ่นกายของเร็นเข้าปอดลึกจนสุดใจ กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าผสมกับเหงื่อจางๆ และกลิ่นอายของความตื่นเต้น มันคือยาปลุกอารมณ์ชั้นยอดที่ทำลายเกราะป้องกันทุกอย่างของเธอบด
บังจนหมดสิ้น คมเขี้ยวสีขาวโพลนค่อยๆ งอกยาวออกมาจากเหงือกอย่างช้าๆ สะท้อนกับแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา
วิกตอเรียฝังใบหน้าลงกับซอกคอของเร็น ลมหายใจอุ่นร้อนที่พ่นรดผิวเนื้อทำให้เร็นสะท้านเยือกไปทั้งร่าง ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปตามเส้นประสาท มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความเสียวซ่านและวาบหวามที่ไม่อธิบายเป็นคำพูด
"คุณ... กำลังทำให้ฉันคลั่งนะคะ เร็น" เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นชิดผิวเนื้อ พร้อมกับสัมผัสเปียกชื้นแผ่วเบาที่ลากไล่จากฐานคอขึ้นมาถึงติ่งหู เร็นหลับตาลงแน่น มือทั้งสองข้างกำเสื้อของวิกตอเรียไว้แน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ร่างกายของเธออ่อนยวบราوَกับเทียนที่ถูกลนด้วยไฟ ความอบอุ่นจากร่างกายของเธอแผ่ซ่านเข้าไปในตัวของแวมไพร์สาว ทำให้วิกตอเรียยิ่งรู้สึกโหยหามากกว่าเดิม
คมเขี้ยวคมกริบจดจ่ออยู่เหนือเส้นเลือดใหญ่ที่เต้นตุบๆ ใต้ผิวหนัง เร็นรู้สึกได้ถึงความเย็นของเขี้ยวที่แตะลงบนผิว ร่างกายของเธอสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นและหวาดหวั่นในคราวเดียวกัน วิกตอเรียหลับตาลง ปล่อยให้สัญชาตญาณดิบเข้าครอบงำ เธออ้าปากออกเล็กน้อยเตรียมที่จะฝังเขี้ยวลงไปเพื่อดื่มด่ำน้ำหวานที่เธอรอคอยมาตลอดทั้งคืน...
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีก่อนที่คมเขี้ยวจะเจาะทะลุผิวเนื้อ กลิ่นอายบางอย่างก็แทรกซึมเข้ามาในบรรยากาศ
มันไม่ใช่กลิ่นหอมหวานของเร็น และไม่ใช่กลิ่นอับชื้นของคฤหาสน์ร้าง แต่มันคือกลิ่นคาวเลือดที่เน่าเฟะและคุ้นเคยอย่างยิ่ง... กลิ่นของ "ผู้ล่า" อีกรายที่แอบซ่อนอยู่ในเงามืด
วิกตอเรียชะงักกึก เขี้ยวที่กำลังจะฝังลงไปหยุดนิ่งอยู่เหนือผิวหนังเพียงมิลลิเมตรเดียว ดวงตาสีเพลิงของเธอเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว เธอหันขวับไปมองยังมุมมืดของห้องโถงทันที
ที่ตรงนั้น... เงาดำทมิฬร่างหนึ่งกำลังก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ เย็นเยียบ ที่ดังก้องกังวานไปทั่วห้อง
"ช่างเป็นภาพที่งดงามและน่าสมเพชเสียจริงค่ะ ท่านวิกตอเรีย... ไม่นึกเลยว่าแวมไพร์ผู้สูงศักดิ์ จะตกต่ำถึงขนาดพยายามจะกินอาหารในงานปาร์ตี้ของตัวเองเสียแล้ว"
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังขึ้น พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีดำสนิทที่ปรากฏตัวขึ้นภายใต้แสงจันทร์ ใบหน้านصفนั้นซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากแฟนซีรูปกาเผือก แต่ดวงตาที่มองตรงมาเต็มไปด้วยความริษยาและจิตสังหารที่ปิดไม่มิด
วิกตอเรียขบกรามแน่นจนเป็นสันนัด เธอดึงตัวออกจากเร็นช้าๆ แต่ยังคงใช้แขนข้างหนึ่งโอบเอวบางของเร็นไว้เพื่อปกป้อง สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังผู้มาใหม่ด้วยความอาฆาต
"เจ้ากล้าดียังไง... มารบกวนเวลาของฉัน, เอเลน่า"
ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุนผลงานของบลัดดี้แมรี่เสมอนะคะ
ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 10
คมเขี้ยวที่พลาดพลั้ง
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!