"เจ้ากล้าดียังไง... มารบกวนเวลาของฉัน, เอเลน่า"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดระคนรMรCรANรKรLรEรSยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเร็น แม้ว่าร่างสูงสง่าในชุดกำมะหยี่สีรัตติกาลของวิกตอเรียจะหายลับไปจากกรอบประตูบานใหญ่แล้วก็ตาม ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายจางๆ ของกุหลาบดำและสนิมเหล็กที่ลอยวนอยู่ในบรรยากาศอันเงียบเชียบของห้องบรรทมส่วนตัว—สถานที่ซึ่งนางไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้มีโอกาสก้าวเข้ามาเหยียบในฐานะ 'เชลยผู้สมัครใจ'
เร็นยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้ากระจกเงาบานใหญ่ขอบทองเหลืองรมดำ สภาพของเธอยามนี้แทบไม่เหลือเค้าโครงของหญิงสาวผู้หลงเข้ามาในปาร์ตี้ลับเมื่อหลายคืนก่อน เส้นผมสีดำสนิทที่เคยรวบไว้อย่างลวกๆ บัดนี้ถูกปล่อยให้เคลียอยู่บนลาดไหล่เปลือยเปล่าภายใต้ชุดคลุมผ้าไหมเนื้อนุ่มทิ้งตัวที่เอเลน่า—สาวใช้คนสนิทผู้มีดวงตาสีเพลิง—จัดเตรียมไว้ให้ด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก รอยแผลเป็นจางๆ ที่ต้นคอข้างซ้ายยังคงส่งความอุ่นร้อนแปลบปลาวทุกครั้งที่ชีพจรเต้นเร้า มันคือร่องรอยประทับจากคมเขี้ยวของราชินีแห่งรัตติกาล ผู้ซึ่งเลือกจะกักขังเธอไว้ด้วยโซ่ตรองแห่งเสน่หา แทนที่จะปลิดปลิววิญญาณออกจากร่างเช่นแขกผู้ไร้ค่าคนอื่นๆ
"ท่านวิกตอเรียไม่ชอบให้ผู้ใดขัดจังหวะเวลาส่วน องค์หญิงแห่งรัตติกาลทรงเกลียดความวุ่นวายยิ่งกว่าสิ่งใด... แต่กับเจ้า ดูเหมือนนางจะมีข้อยกเว้นที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยนะคะ, คุณเร็น"
เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับแมวป่าดังขึ้นพร้อมกับร่างของเอเลน่าที่ก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมด้วยถาดเงินที่บรรจุของเหลวสีแดงเข้มข้นในแก้วเจียรไนยระยิบระยับ สาวใช้ตนนั้นหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเงาสะท้อนในกระจก ดวงตาสสีเพลิงคู่นั้นกวาดมองเร็นตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างการเหยียดหยามและความอิจฉาริษยาอย่างไม่ปิดบัง
เร็นเบนสายตาจากเงาสะท้อนในกระจก หันมาเผชิญหน้ากับแวมไพร์สาวรุ่นพี่ด้วยความนิ่งสงบที่อีกฝ่ายมักจะคาดไม่ถึง เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
"ข้าไม่ได้ร้องขอข้อยกเว้นนั้น เอเลน่า... และเจ้าเองก็รู้ดีว่าการที่ฉันยังยืนอยู่ตรงนี้ หาใช่เพราะความเมตตาของนายหญิงของเจ้าไม่"
เอเลน่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูคล้ายเสียงกรีดกرضของกิ่งไม้แห้งในยามวิกาล นางวางถาดลงบนโต๊ะไม้โอ๊กสลักลวดลายโบราณ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนเร็นได้กลิ่นอายความเย็นเยียบของความตายที่แผ่ออกมาจากผิวเนื้อของอีกฝ่าย
"ระวังคำพูดหน่อยนะคะ เชลยตัวน้อย... โลกของคนตายไม่ได้ใจดีกับผู้ที่มีลมหายใจอุ่นๆ นักหรอก ความอดทนของท่านวิกตอเรียมีขีดจำกัด และในฐานะที่เจ้าเป็น 'อาหาร' ที่เดินได้... เจ้าควรเรียนรู้ที่จะเจียมเนื้อเจียมตัวเสียบ้าง ก่อนที่ข้าจะได้กลิ่นคาวเลือดของเจ้าเร็วกว่าที่ควรจะเป็น"
คำขู่คุกคามนั้นไม่ได้ทำให้เร็นถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว หญิงสาวเลือกที่จะก้าวเข้าไปประชิด จนกระทั่งปลายจมูกแทบจะชนกับลาดไหล่ของอีกฝ่าย ดวงตาสสีนิลของมนุษย์ผู้ต้อยต่ำทว่าเต็มไปด้วยความท้าทายจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเพลิงอย่างไร้ความหวาดกลัว
"ถ้าท่านวิกตอเรียต้องการแค่ 'อาหาร' นางคงไม่ปล่อยให้ฉันมีชีวิตรอดกลับมาจ้องหน้าเจ้าในห้องนี้หรอก... ไปบอกนายหญิงของเจ้าซะ ว่าถ้าอยากได้ตัวฉันนัก ก็ควรจะมาจัดการด้วยตัวเอง ไม่ใช่ส่งบริวารปากมากเช่นเจ้ามาคอยเห่าหอนแทน"
เอเลน่าชะงักไปชั่วขณะ รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างจนอากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้นอย่างฉับพลัน กรงเล็บแหลมคมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ถุงมือลูกไม้สีดำขยับเข้าหาลำคอของเร็นเพียงไม่ถึงนิ้ว ทว่าก่อนที่คมเล็บจะได้สัมผัสผิวเนื้อ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
ประตูห้องเปิดออกช้าๆ โดยปราศจากการเคาะ วิกตอเรียยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น แสงจันทร์สีนวลที่ลอดผ่านหน้าต่างกระจกสีสาดส่องลงบนเรือนผมสีเงินยววงและใบหน้าที่เรียบนิ่งราวน้ำแข็งสลัก ดวงตาสีแดงฉานดั่งทับทิมต้องแสงเพลิงคู่นั้นกวาดมองบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องด้วยความเย็นชาไร้ความปรานี
"มีเรื่องอะไรกัน... เอเลน่า?"
น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนสาวใช้ต้องรีบถอยก้มตัวลงต่ำทันที คุกเข่าลงแนบพื้นด้วยความหวาดกลัวที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้า
"ข... ขออภัยค่ะ ท่านวิกตอเรีย ข้าเพียงแต่มารับใช้และตักเตือนความเหมาะสมให้กับเชลยผู้นี้... นางบังอาจ..."
"ออกไป" คำสั่งสั้นๆ ห้วนๆ ทว่าเฉียบขาดราวดาบคมกริบตัดผ่านอากาศ เอเลน่าไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง นางรีบถอยร่นออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วดั่งเงาลม ทิ้งให้เร็นยืนอยู่ตามลำพังกับเจ้าแห่งค่ำคืนอีกครั้ง
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ของห้องบรรทม วิกตอเรียค่อยๆ ก้าวเข้ามาด้านใน ปิดประตูลงด้วยปลายนิ้วเรียวยาว กลิ่นอายความเย้ายวนอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของแวมไพร์สาวจนเร็นต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ
"เจ้าดูเหมือนจะปรับตัวได้ดีเกินคาดนะ, เร็น" วิกตอเรียเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ ร่างสูงเดินเข้าไปหยุดยืนห่างจากเร็นเพียงแค่ก้าวเดียว สายตาสีแดงคู่นั้นกวาดสำรวจร่องรอยบนเรือนร่างของหญิงสาวราวกับกำลังประเมินสินค้าชิ้นโปรด
"ท่านคาดหวังให้ฉันกรีดร้องและร้องขอชีวิตเหมือนคนอื่นๆ งั้นหรือคะ?" เร็นเชิดหน้าขึ้นท้าทาย แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวระคนหวาดหวั่น แต่นัยน์ตากลับสะท้อนภาพของแวมไพร์สาวอย่างไม่หลบเลี่ยง "น่าเสียดายนะคะ... ที่ความตายไม่ได้น่ากลัวเท่ากับการมีชีวิตอยู่โดยไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะตื่นมาพบกับอะไร"
วิกตอเรียหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่หาได้ยากยิ่ง ราวกับความพยศของเหยื่อสาวรายนี้กำลังสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ราชินีผู้โดดเดี่ยวมาเนิ่นนาน
"เจ้ากล้าหาญ... หรือโง่เขลากันแน่, เร็น" วิกตอเรียเอื้อมมือเรียวเย็นเฉียบออกมา ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ ที่รอยแผลเป็นบนลำคอของเร็น แรงกดนั้นเพียงเล็กน้อยแต่มันก็ทำให้เร็นสะท้านเฮือก ขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง "เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการอยู่ที่นี่... เป็นเพียงแค่การเป็นเชลย?"
เร็นขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ "ท่านหมายความว่ายังไง..."
ก่อนที่วิกตอเรียจะได้เอื้อnคำตอบใดๆ ออกมา เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—จังหวะที่ถูกกำหนดไว้สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่สุด—และตามมาด้วยเสียงของเอเลน่าที่ตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนกจนเสียงสั่นเครือ
"ท่านวิกตอเรีย! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! ผนึกศิลาแห่งรัตติกาลที่ชั้นใต้ดินถูกทำลาย... และ 'มัน' กำลังตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล!"
วิกตอเรียชะงัก ดวงตาสีทับทิมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจเป็นครั้งแรก ร่างสูงละสายตาจากเร็นทันที หันขวับไปมองยังประตูห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียดดุดัน
ทว่า... ก่อนที่วิกตอเรียจะทันได้ก้าวเท้าออกจากห้อง ประตูบานหนาก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยพละกำลังมหาศาล แรงลมกระโชกแรงพัดพาเอาฝุ่นผงและกลิ่นอายสาบสางอันน่าสะพรึงกลัวทะลักเข้ามาภายในห้อง
เงาร่างมหึมาของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงคำรามต่ำในลำคอที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ และดวงตาสีอำพันคู่นั้น... ก็พุ่งตรงมาที่เร็นเพียงผู้เดียว
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในความมืดด้วยกันนะคะ, บลัดดี้แมรี่
ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 11
รุ่งอรุณสีเทา
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!