ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 4

พันธะแห่งราตรี

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
ไอความเย็นเยียบจากผิวกระจกบานใหญ่แผ่ซ่านเสียดแทงแผ่นหลังของเร็น ทว่าความหนาวเหน็บนั้นเทียบไม่ได้เลยกับภาพสะท้อนเบื้องหน้า... เงาร่างของหญิงสาวปริศนาที่แย้มยิ้มเยาะเย้ยผ่านเงาหม่น ริมฝีปากสีชาดคู่นั้นขยับคำพูดไร้เสียง ทว่าเร็นกลับอ่านความหมายได้อย่างชัดเจนในห้วงความคิด—*‘พวกเธอไม่รอดแน่’* “ตั้งสติไว้ เร็น” เสียงกระซิบแหบพร่าแต่นุ่มนวลดังชิดริมใบหู วิกตอเรียผละริมฝีปากออกจากต้นคอขาวเนียนอย่างอ้อยอิ่ง หยดโลหิตสีแดงฉานรสชาติหอมหวานยังคงเปื้อนอยู่ที่มุมปากบางเฉียบของแวมไพร์สาว ดวงตาคู่คมกริบสีอำพันไหวระริกด้วยแรงอารมณ์ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกายดุดันเยือกเย็นเมื่อหันกลับไปเผชิญหน้ากับความผิดปกติเบื้องหลังบานกระจกเงา เพล้ง! เสียงกระจกแตกละเอียดดังสนั่นหวั่นไหว เศษแก้วคมกริบนับร้อยชิ้นพุ่งทะยานเข้าใส่พวกเธอราวกับห่าฝน ท่ามกลางความโกลาหล วิกตอเรียคว้าเอวบางของเร็นเข้าหาตัวด้วยสัญชาตญาณ ร่างเพรียวบางทั้งสองร่างหมุนตัวหลบหลีกคมแก้วที่กรีดผ่านอากาศ เสียงเสื้อผ้าฉีกขาดพร้อมกับรอยแผลบางเบาที่ประทับลงบนลาดไหล่ของแวมไพร์สาว เรียกเสียงครางต่ำในลำคอด้วยความขัดเคือง “เกาะฉันไว้แน่นๆ ค่ะ เด็กน้อย...” วิกตอเรียเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด นัยน์ตาคู่สวยกวาดตามองรอบห้องโถงวีไอพีที่บัดนี้ถูกความมืดเข้าครอบงำ ระบบไฟภายในงานปาร์ตี้ลับถูกตัดขาดโดยฝีมือของผู้ไม่ประสงค์ดี กลิ่นอายของมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่พกพาอาวุธและจิตสังหารอันเข้มข้นกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที เร็นหัวใจเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัวความตาย แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นร้อนจากอ้อมแขนของแวมไพร์สาวที่โอบกอดเธอไว้ ปลายนิ้วเรียวยาวจิกเข้าที่เนื้อผ้ากำมะหยี่สีดำสนิทของวิกตอเรียแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว “ฉัน... ฉันเดินเองได้ค่ะ วิกตอเรีย” “อย่าดื้อในเวลาแบบนี้ค่ะ” วิกตอเรียสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความดุเล็กน้อยแต่มือแกร่งกลับกระชับวงแขนโอบเอวเธอให้แน่นขึ้นไปอีก กลิ่นกายหอมหวานยวนใจของเร็นที่เจือกลิ่นเลือดจางๆ ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวแวมไพร์สาวให้ตื่นตัว ทว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพะวงเรื่องความกระหาย... มีใครบางคนกำลังจงใจไล่ล่าพวกเธอ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบกำลังวิ่งกรูเข้ามาใกล้ประตูบานใหญ่ แสงไฟฉายสาดส่องผ่านรอยแยกของบานประตูเข้ามาเป็นลำยาว เงาร่างกำยำของผู้ชายในชุดสูทสากลปรากฏขึ้นพร้อมกับกระบอกปืนเก็บเสียงในมือ “พวกมันอยู่ข้างใน! แยกย้ายกันค้นหา อย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว นายท่านต้องการตัวผู้หญิงสองคนนั้นแบบเป็นๆ!” เสียงทุ้มห้าวตะโกนสั่งการด้วยความเหี้ยมเกรียม วิกตอเรียสบถเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองทางหนีทีไล่ หน้าต่างระเบียงถูกปิดตายด้วยเหล็กดัดโบราณ ประตูหลักถูกปิดล้อม เหลือเพียงช่องระบายอากาศแคบๆ เหนือกรอบหน้าต่างที่พอจะให้ลอดผ่านไปได้สำหรับร่างเพรียวบางของพวกเธอ “ทางนั้นค่ะ” เร็นเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว สมองที่เคยพร่าเลือนกลับมาทำงานอย่างเฉียบคมท่ามกลางสถานการณ์คับขัน เธอชี้ไปยังช่องระบายอากาศที่ถูกบังด้วยม่านกำมะหยี่หนา “ฉันเคยเห็นแผนผังตึกนี้ตอนเดินสำรวจทางหนีไฟก่อนเข้ามางาน... ช่องนั้นเชื่อมต่อกับบันไดหนีไฟด้านหลังตึกค่ะ” วิกตอเรียเหลือบมองหน้าเร็นด้วยแววตาประหลาดใจระคนชื่นชม สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่ท้าทายความตาย—ช่างเป็นมนุษย์ที่น่าสนใจเสียจริง “เก่งมากค่ะคนดี งั้นเราต้องรีบไปก่อนที่พวกมันจะพังประตูเข้ามา” สิ้นคำพูด วิกตอเรียก็อุ้มร่างของเร็นขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดายราวกับเธอไร้น้ำหนัก เร็นสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ แขนเรียวอัตโนมัติยกขึ้นโอบรอบลำคอระหงของแวมไพร์สาวไว้เพื่อความปลอดภัย ใบหน้าสวยหวานซบลงกับลาดไหล่กว้างเพื่อซ่อนตัวจากแสงไฟที่กำลังกวาดผ่าน ครืน! ประตูบานใหญ่ถูกถีบจนพังกระเด็น กลุ่มชายชุดดำพร้อมอาวุธครบมือกรูกันเข้ามาในห้อง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น วิกตอเรียใช้ความเร็วเหนือมนุษย์พุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบน ปลายเท้าเรียวแตะผนังห้องเพียงชั่วพริบตาเพื่อส่งแรงส่ง ร่างของทั้งสองพุ่งทะลุม่านกำมะหยี่และหายลับเข้าไปในช่องระบายอากาศแคบๆ ได้อย่างเฉียดฉิว ปัง! ปัง! ปัง! กระสุนปืนนัดแรกพุ่งเจาะผนังปูนด้านหลังตามหลังพวกเธอมาติดๆ เศษปูนและฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศ วิกตอเรียพาร่างของเร็นคลานฝ่าความมืดและความแคบของช่องระบายอากาศอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดจากบาดแผลที่ไหล่เริ่มแผ่ซ่าน แต่แววตาของแวมไพร์สาวกลับฉายแววดุดันยิ่งกว่าเดิม เสน่หาอันเย้ายวนถูกแทนที่ด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะฉีกกระชากใครก็ตามที่กล้ามาแตะต้อง ‘เหยื่อ’ ของเธอ “เจ็บไหมคะ?” เร็นกระซิบถามเบาๆ ท่ามกลางเสียงหอบหายใจของทั้งคู่ ปลายนิ้วมือข้างหนึ่งแตะลงบนรอยแผลที่ไหล่ของวิกตอเรียอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นซ่านจากปลายนิ้วของมนุษย์ทำให้แวมไพร์สาวชะงักไปชั่วขณะ “แค่รอยข่วนแมวค่ะ... สนใจตัวเองก่อนดีกว่า เลือดของคุณยังส่งกลิ่นหอมยั่วยวนฉันอยู่เรื่อยเลยนะคะ เร็น” วิกตอเรียกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงพร่ามัว เจือความเย้าแหย่ท่ามกลางสถานการณ์อันตราย ริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มบางเบาในความมืด ทั้งสองคลานลัดเลาะผ่านความมืดจนกระทั่งมาถึงปลายทาง ช่องระบายอากาศเหล็กถูกผลักออกด้วยเรี่ยวแรงของวิกตอเรีย แสงไฟสลัวจากถนนยามค่ำคืนสาดส่องเข้ามา พวกเธอกระโดดลงมาสู่บันไดหนีไฟด้านหลังตึกได้อย่างปลอดภัย ทว่าเสียงฝีเท้าจากด้านในตึกยังคงตามติดมาไม่ห่าง “ทางนี้ค่ะ! ลงไปทางบันไดหนีไฟชั้นล่างสุดจะมีตรอกมืดซ่อนอยู่ เราจะหนีเข้าเขตชุมชนตรงนั้นได้” เร็นทำหน้าที่นำทางด้วยความคล่องแคล่ว วิ่งนำหน้าแวมไพร์สาวลงไปทีละขั้นอย่างไม่คิดชีวิต วิกตอเรียวิ่งตามหลังมาติดๆ สายตาคมกริบคอยกวาดมองระแวดระวังภัยรอบด้านให้คู่หูจำเป็น ความรู้สึกบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในอกข้างซ้าย—ความรู้สึกปกป้อง หวงแหน และ... ผูกพันอย่างน่าประหลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่แวมไพร์ผู้โดดเดี่ยวอย่างเธอไม่เคยสัมผัสมานานนับพันปี ในที่สุดพวกเขาก็วิ่งลงมาถึงชั้นล่างสุด เร็นผลักประตูเหล็กออกสู่ตรอกซึมมืดที่เงียบสงบ กลิ่นอายความชื้นของฝนยามค่ำคืนปะทะเข้ากับใบหน้า ทว่าก่อนที่พวกเธอจะได้ก้าวเท้าพ้นจากเงาตึก ร่างเงาสูงโปร่งร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาขวางทางออกของตรอกเอาไว้เสียก่อน แสงไฟนีออนกะพริบวับแวมจากปากซอยสาดส่องกระทบใบหน้าของผู้มาใหม่—รอยยิ้มเย็นเยียบที่คุ้นเคย ดวงตาคู่คมที่ทอประกายความสนุกสนาน และกลิ่นอายอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของเขา... ชายผู้เป็นเจ้าของปาร์ตี้ลับแห่งนี้ และเป็นผู้ที่ออกคำสั่งล่าพวกเธอ “ยินดีต้อนรับสู่พันธะแห่งราตรีครับ คุณวิกตอเรีย... และกวางน้อยผู้หลงทาง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักทาย พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นก้องตรอกแคบ “คิดเหรอครับว่าจะหนีรอดจากเงื้อมมือของผมไปได้ง่ายๆ?”
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%