คราบน้ำตาจากค่ำคืนก่อนยังไม่ทันแห้งสนิทบนพรมขนสัตว์เนื้อหนา บลัดดี้แมรี่ก็ทิ้งร่องปริศนาไว้ให้เร็นต้องขบคิดจนแทบคลั่ง—รอยหยดเลือดสีชาดที่เรียงร้อยเป็นสัญลักษณ์ประหลาดบนหน้าต่างบานใหญ่ ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ารอยเลือดนั้น คือความจริงที่ว่าวิกตอเรีย หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์รัตติกาลแห่งนี้ ไม่เคยสะท้อนเงาลงบนกระจกเงาโบราณบานใดเลยสักบานเดียว
เร็นยืนนิ่งอยู่หน้าบานกระจกทองเหลืองแกะสลักในห้องโถงปีกตะวันตก ลมหายใจของเธอกลั่นตัวเป็นไอสีขาวจางๆ ในความหนบหนาวที่ไร้เหตุผล ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเอื้อมไปสัมผัสผิวกระจกเย็นเยียบ เงาของเธอเองสะท้อนกลับมาอย่างชัดเจน—ดวงตากลมโตที่ฉายแววหวาดระแวง เส้นผมสีดำสนิทที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอ พื้นที่ว่างเปล่าด้านหลังเงาของเธอต่างหากที่กำลังบอกเล่าเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัว
"คุณกำลังมองหาอะไรอยู่หรือคะ เร็น?"
เสียงกระซิบแผ่วเบาดั่งเสียงถอนหายใจของภูตพรายดังขึ้นข้างใบหู เร็นสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับมาปะทะกับร่างสูงโปรดของวิกตอเรียที่ยืนประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กลิ่นกายหอมหวานราวกับดอกกุหลาบสีเลือดโชويยเข้าจมูก พร้อมกับความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวของแวมไพร์สาวจนเร็นต้องผอยถอยหลังไปหนึ่งก้าว
"ฉัน..." เร็นกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก สายตาคมกริบของวิกตอเรียในยามนี้ไม่ได้อบอุ่นหรืออ่อนโยนเหมือนตอนที่เธอยอมให้ดื่มด่ำกับค่ำคืนอันเร่าร้อนเมื่อวาน แต่มันกลับคมปลาบราวกับใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่หลังแพขนตานั้น "ฉันแค่สงสัยว่า... ทำไมคฤหาสน์หลังนี้ถึงไม่มีกระจกบานไหนที่สะท้อนภาพของคุณเลยสักบานเดียว วิกตอเรีย"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงกว้างทันที ราวกับกาลเวลาถูกหยุดไว้ด้วยมนต์ดำ วิกตอเรียไม่ได้แสดงท่าทีตกใจแม้แต่น้อย มุมปากสวยเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมกริบนั้นเลยแม้แต่น้อย เธอย่างสามขุมเข้ามาใกล้เร็นช้าๆ ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุมอับ
"กระจกน่ะหรือคะ?" วิกตอเรียทวนคำ เสียงของเธอนุ่มนวลจนน่าขนลุก "สิ่งนั้นมีไว้เพื่อสะท้อนความจริงอันจอมปลอมของมนุษย์ต่างหากล่ะคะ เร็น... พวกคุณมักจะหลงใหลในภาพลวงตาที่สะท้อนอยู่บนผิวกระจก จนหลงลืมไปว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุด... มักจะยืนอยู่ *ด้านหลัง* ของกระจกเสมอ"
พูดจบ วิกตอเรียก็เอื้อมมือเรียวยาวไปแตะที่กระจกบานใหญ่เบื้องหน้าเร็น ปลายนิ้วเรียวกรีดผ่านผิวกระจกช้าๆ และสิ่งที่ทำให้หัวใจของเร็นแทบหยุดเต้นก็คือ—ตรงบริเวณที่นิ้วของวิกตอเรียสัมผัส ผิวกระจกกลับบิดเบี้ยวและกลายเป็นสีดำสนิทราวกับห้วงเหวลึก ไม่มีเงาสะท้อนใดๆ ของวิกตอเรียปรากฏขึ้นเลยแม้แต่เงาเดียว มีเพียงเงาของเร็นที่ยืนอยู่ลำพังท่ามกลางความว่างเปล่า
เร็นหายใจติดขัด หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความหวาดกลัวผสมผสานกับความตื่นตะลึงพุ่งพล่านไปทั่วร่าง สายเลือดในกายของเธอสูบฉีดแรงขึ้นจนส่งกลิ่นหอมหวานยั่วยวน และเธอก็สังเกตเห็นว่า ดวงตาของวิกตอเรียเริ่มเปลี่ยนจากสีนิลรัตติกาลเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิตยามที่ก้มมองลำคอระหงของเธอ
"คุณไม่ใช่... มนุษย์สินะคะ" เร็นเอ่ยเสียงสั่น พยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีไม่ให้เข่าทรุดลงไปกองกับพื้น
วิกตอเรียหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบและทรงเสน่ห์จนเร็นแทบจะละลาย เธอก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของเร็น ลมหายใจที่เป่ารดต้นคอนั้นเยือกเย็นจนผิวหนังลุกชันไปหมด
"เพิ่งรู้ตัวเอาตอนนี้... ไม่สายไปหน่อยหรือคะ เจ้าสาวตัวน้อยของฉัน?" วิกตอเรียกระซิบเสียงพร่า ก่อนจะจงใจฝังคมเขี้ยวคู่คมลงบนลาดไหล่เนียนผ่านเนื้อผ้าบางเบาอย่างแผ่วเบา โดยไม่ทันตั้งตัว เร็นสะعุกเฮือกด้วยความเจ็บปวดปนเสียวซ่าน ร่างกายอ่อนยวบลงสู่อ้อมแขนอันทรงพลังของแวมไพร์สาว
ในวินาทีที่สติของเร็นเริ่มพร่าเลือนเพราะพิษคมเขี้ยวและกลิ่นหอมหวานของเลือดที่ถูกสูบฉีด สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาสะท้อนในกระจกบานข้างๆ... เงาของหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในห้องนี้กำลังยืนยิ้มเยาะเย้ยพวกเธออยู่ด้านหลังกระจก!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้นะคะ บลัดดี้แมรี่
ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 3
เงาในกระจก
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!