เสียงดนตรีจังหวะต่ำทุ้มจากห้องโถงใหญ่ชั้นล่างยังคงลอยละล่องขึ้นมาตามโครงสร้างไม้สักโบราณ ผสมผสานกับเสียงหัวเราะคิกคักอันน่ารำคาญของเหล่าแขกผู้เร้นกายภายใต้หน้ากากแฟนซี แต่ภายในห้องรับรองส่วนตัวชั้นสามแห่งนี้ อากาศกลับเย็นเฉียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง วิกตอเรียทรุดกายลงพิงพนักโซฟากำมะหยี่สีเลือดหมู ปลายนิ้วเรียวยาวข้างหนึ่งยกขึ้นนวดคลึงขมับเพื่อขับไล่ความกระหายที่กำลังแผดเผาอยู่ภายใน
สัญชาตญาณของนักล่าระดับสูงกำลังกรีดร้องเตือนภัย แต่มันไม่ใช่เสียงเตือนให้หนี—หากแต่เป็นการกระตุ้นเร้าให้พุ่งเข้าใส่
กลิ่นนั้น... มันยังคงติดตรึงอยู่ปลายประสาทสัมผัส
ความผิดพลาดจากห้องโถงเมื่อครู่ยังคงสร้างความหงุดหงิดให้แก่แวมไพร์สาวผู้ครองค่ำคืนพันปี วิกตอเรียจำสัมผัสแห่งความนุ่มนวลของลาดไหล่นั้นได้แม่นยำ จำความอุ่นร้อนที่แผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อของหญิงสาวแปลกหน้าผู้หลงเข้ามาในดินแดนต้องห้ามได้ดี และเหนือสิ่งอื่นใด... กลิ่นเลือดของเร็น
มันไม่ใช่กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งและน่าสะอิดสะเอียนอย่างที่เธอคุ้นชินจากการล่าเหยื่อทั่วไป หากแต่เป็นกลิ่นหอมหวานละมุนคล้ายดอกไม้ป่าแรกแย้งที่เคล้าคลอด้วยความบริสุทธิ์อันเย้ายวน กลิ่นที่เปรียบเสมือนสุราหมักชั้นเลิศที่บ่มเพาะมานับร้อยปี กลิ่นที่ทำให้ต่อมน้ำลายของแวมไพร์สาวร้อนผ่าว และทำให้คมเขี้ยวที่ซ่อนอยู่หลังริมฝีปากอิ่มขยายตัวด้วยความกระหายใคร่รู้
"ช่างน่ารังเกียจ..." วิกตอเรียพึมพำกับความอ่อนแอของตนเอง น้ำเสียงเย็นชาแต่สั่นพร่าเล็กน้อย ดวงตาคู่คมสีอำพันทอประกายวาววับในความมืดสลัว เธอเกลียดความรู้สึกนี้ เกลียดการที่มนุษย์ตัวเล็กๆ คนหนึ่งสามารถสั่นคลอนการควบคุมจิตใจที่เธอสั่งสมมานานนับศตวรรษได้เพียงแค่กลิ่นกาย
แอ๊ด...
เสียงบานประตูไม้แกะสลักถูกผลักเข้ามาอย่างแผ่วเบา ดึงสติของวิกตอเรียให้หลุดจากวังวนแห่งความกระหาย แววตาของนักล่าตื่นตัวขึ้นทันที ร่างสูงระหงดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความเงียบงันภายในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่สะดุดกึกของใครบางคน
เงาร่างระหงของหญิงสาวคนหนึ่งก้าวเข้ามาหยุดอยู่กลางห้อง แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกสีสไตล์โกธิคอาบไล้เรือนร่างนั้นให้โดดเด่นขึ้น เร็น... หญิงสาวเจ้าของกลิ่นหอมอันเป็นปริศนาปรากฏกายอยู่ตรงหน้าเธออีกครั้ง โดยไม่มีหน้ากากแฟนซีปิดบังใบหน้าอีกต่อไปแล้ว
ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวอย่างที่เหยื่อผู้หลงเข้ามาควรจะเป็น ตรงกันข้าม... เร็นกลับจ้องมองตรงมาที่เธอด้วยความท้าทาย และประกายระยิบระยับบางอย่างที่วิกตอเรียอ่านไม่ออก
"คุณหลบหน้าฉัน... หรือว่ากำลังหนีอะไรบางอย่างกันแน่คะ, คุณท่านเจ้าของคฤหาสน์" เร็นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานก้องในความเงียบ จังหวะก้าวเท้าของเธอมั่นคง แม้จะรู้ดีว่ากำลังยืนอยู่ต่อหน้าสัตว์ประหลาดที่สามารถปลิดชีพเธอได้ด้วยการกระพริบตา
วิกตอเรียหรี่ตาลง ร่างบางก้าวเข้าไปหาช้าๆ ราวกับเสือดาวที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ ทว่าระยะห่างระหว่างพวกเธอค่อยๆ ลดลงจนเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นหอมหวานนั้นยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อพวกเธออยู่ใกล้กันจนได้กลิ่นไออุ่นจากกายสาว เร็นไม่ได้ถอยหนี เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตา ปล่อยให้ความสูงที่ต่างกันเล็กน้อยตกเป็นรอง ยอมให้อีกฝ่ายกักขังเธอไว้ระหว่างพนักโซฟากับเรียวแขนแกร่งที่ยันกั้นไว้
"เธอช่างกล้าหาญเสียจริง หรือว่า... โง่เขลากันแน่ ที่เดินเข้ามาในถ้ำของเสือร้ายด้วยขาของตัวเองแบบนี้" วิกตอเรียกระซิบชิดริมหูของอีกฝ่าย ลมหายใจเย็นเยียบเป่ารดต้นคอระหงจนเร็นสะفดเฮือกเล็กน้อย แต่หญิงสาวก็ยังคงกัดริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทา
"ฉันไม่ได้โง่หรอกค่ะ... และฉันก็ไม่ได้กลัวคุณด้วย" เร็นเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่มั่นคงอย่างน่าประหลาด "ฉันแค่อยากรู้... ว่าคนที่ซ่อนความโดดเดี่ยวเอาไว้ภายใต้หน้ากากเย็นชาอย่างคุณ มีหัวใจที่ยังเต้นอยู่บ้างไหม"
คำพูดนั้นราวกับมีคมมีดกรีดลงกลางใจของแวมไพร์สาว วิกตอเรียชะงักกึก ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ความโกรธกรุ่นจะเข้ามาแทนที่ มือเรียวยาวยื่นไปบีบคางอิ่มของเร็นไว้แน่น บังคับให้เงยหน้าขึ้นมารับสัมผัสจากเธอ ปลายเล็บคมกริบจิ้มลงบนผิวเนื้อเนียนละเอียดจนเกือบจะปริแตก แต่วิกตอเรียก็ยั้งมือไว้ได้ทัน
ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสโดนหยดเหงื่อที่ซึมอยู่ข้างขมับของเร็น กลิ่นเลือดที่เข้มข้นขึ้นจากอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วรัว ก็พุ่งทะยานเข้าสู่โสตประสาทอย่างรุนแรงจนสติสัมปชัญญะของแวมไพร์สาวขาดผึ่ง
วิกตอเรียสูดลมหายใจลึกเข้าปอด ดวงตาสีอำพันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต สัญชาตญาณดิบเถื่อนเข้าครอบงำร่างทั้งร่างจนแทบควบคุมไม่ได้ ใบหน้าสวยคมโน้มต่ำลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องของเร็นทันทีโดยไม่ทันให้ตั้งตัวริมฝีปากร้อนผ่าวปัดผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่ม เรียกเสียงครางแผ่วเบาด้วยความตกใจจากลำคอของหญิงสาว
เร็นสะفดเฮือก ร่างกายเกร็งกระตุกด้วยความสั่นเทา ทว่าแทนที่จะผลักไส เธอกลับหลับตาลงและเอียงคอรับสัมผัสอันอันตรายนั้นด้วยความเต็มใจอย่างไม่น่าเชื่อ มือเรียวบางยกขึ้นโอบรอบลำคอระหงของวิกตอเรียไว้ ราวกับต้องการเหนี่ยวรั้งให้การกระทำนี้ดำเนินต่อไป
วิกตอเรียสูดดมกลิ่นหอมนั้นราวกับคนขาดสติ ปลายลิ้นร้อนลากผ่านผิวเนื้อเนียนเพื่อชิมรสชาติความหวานที่เอ่อล้น คมเขี้ยวที่ซ่อนอยู่เริ่มดันตัวออกมาพร้อมที่จะฝังลงบนเส้นเลือดใหญ่ที่เต้นตุบๆ อยู่ใต้ผิวหนังของเหยื่อสาวผู้ยินยอมพร้อมใจคนนี้ ความกระหายแผดเผาจนแทบไม่เหลือความเป็นเหตุผล
ทว่า... ก่อนที่คมเขี้ยวจะได้สัมผัสกับผิวเนื้อนุ่มเพื่อดื่มด่ำน้ำหวานหยดแรก เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ระเบิดขึ้นจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงทุบและเสียงตะโกนเรียกชื่อของเร็นด้วยความร้อนรน
"เร็น! เธออยู่ในนั้นไหม! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
เสียงนั้น... เสียงของใครบางคนที่พวกเธอไม่มีวันคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ ในยามวิกาลและในสถานที่อญู่นอกเหนือเขตปลอดภัยเช่นนี้ วิกตอเรียชะงักกึก คมเขี้ยวที่กำลังจะฝังลงไปถอยร่นกลับเข้าที่เดิมทันที ดวงตาสีแดงฉานค่อยๆ กลับคืนสู่ประกายอำพันปกติ เธอดึงสติตนเองกลับมาแล้วผละออกจากร่างของเร็นอย่างไม่เต็มใจนัก
เร็นลืมตาขึ้น หอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์เสน่หาที่ถูกขัดจังหวะ เธอมองหน้าวิกตอเรียที่มีแววตาสับสนระคนหงุดหงิด ก่อนที่เสียงทุบประตูด้านนอกจะดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการบิดลูกบิดประตูด้วยกุญแจสำรองที่ดังแกรกกราก
ประตูห้องรับรองกำลังจะถูกเปิดออก... และผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหลังบานไม้นั้น คือบุคคลที่จะพลิกผันเกมอันตรายนี้ไปตลอดกาล
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ราตรีอันมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ
บลัดดี้แมรี่
ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 2
กลิ่นหอมต้องห้าม
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!