กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยปะปนกับกลิ่นไวน์วินเทจราคาแพง คือเครื่องหอมชนิดเดียวที่ต้อนรับผู้มาเยือน ณ "พาร์ทีรูม" ใต้ดินแห่งนี้ ความมืดมิดไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ปกปิดความลับ หากแต่มันคืออาภรณ์ผืนหนาที่โอบอุ้มความบาปหนาและตัณหาอันเร่าร้อนของพวกมนุษย์ผู้โง่เขลา ที่คิดว่าตนเองเป็นผู้ล่า ทั้งที่แท้จริงแล้วพวกเขากำลังเดินเข้าสู่กรงขังของฝูงอสูรราตรีโดยไม่รู้ตัว
เสียงเพลงแจ๊สทุ้มต่ำขับกล่อมบรรยากาศให้ชวนเคลิบเคลิ้ม แสงไฟสีแดงก่ำสาดส่องกระทบกับร่างระหงหลายสิบร่างที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะดนตรี คล้ายผีเสื้อกลางคืนที่บินเข้าหาเปลวเพลิงแห่งความตาย ทว่าท่ามกลางความมัวเมาและเสียงหัวเราะคิกคักเหล่านั้น มีสายคู่หนึ่งกำลังจ้องมองลงมาจากระเบียงชั้นลอยด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายระคนกระหาย
วิกตอเรียยืนไขว่ห้างพิงเสาหินอ่อนสีดำสนิท ดวงเนตรคู่คมกริบสีอำพันทอประกายเรืองรองในความมืด ร่างสูงโปร่งในชุดราตรีสีเลือดหมูเข้ารูปขับเน้นผิวขาวซีดราวกระเบื้องเคลือบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น นิ้วเรียวยาวคེบแก้วคริสตัลบรรจุของเหลวสีแดงฉานแกว่งไปมาอย่างเชื่องช้า
สำหรับแวมไพร์ผู้ครองค่ำคืนมานานนับพันปีอย่างเธอ มนุษย์ก็เป็นเพียงอาหารว่างรสชาติซ้ำซากที่หาความตื่นเต้นไม่ได้ ความเย็นชาและดุดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของเธอ จนไม่มีแขกคนกล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วยซ้ำ พวกเขารู้ดีว่าเขตอาณาตรงนั้นคือนรกขุมโลกันต์ดีๆ นี่เอง
"ดูเหมือนคืนนี้เจ้าจะยังไม่ถูกใจเหยื่อรายไหนเลยสินะ วิกตอเรีย"
เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนของดอกซ่อนกลิ่นยามค่ำคืน มารีนา เพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง รอยยิ้มพึงพอใจประดับอยู่บนเรียวปากสีสด ขณะมองลงไปยังลานจัดงานเบื้องล่างที่มีมนุษย์เดินขวักไขว่
"พวกมันก็แค่ฝูงแกะที่รอวันถูกเชือด กลิ่นอายช่างน่าเบื่อหน่าย เต็มไปด้วยความโลภและกลิ่นอายความหวาดกลัวที่ปรุงแต่งด้วยน้ำหอมราคาถูก" วิกตอเรียตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาสะท้อนความรังเกียจระคนหิวกระหายเล็กน้อย "ข้าไม่อยากลดตัวลงไปแตะต้องขยะพวกนั้นหรอกนะ มารีนา"
"ถ้าเช่นนั้น... เจ้าลองมองไปที่มุมบาร์ตรงนั้นสิ ข้าว่าเหยื่อรายนี้อาจจะทำให้ลิ้นอันสูงส่งของเจ้ารู้สึกตื่นตัวขึ้นมาได้บ้าง"
มารีนาพยักเพยิดใบหน้าไปยังมุมอับแสงสว่างสลัวติดกับผนังหิน วิกตอเรียปรายตามองตามอย่างไม่ใส่ใจนัก ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีที่สายตาของเธอปะทะเข้ากับร่างของหญิงสาวปริศนาคนนั้น หัวใจที่หยุดเต้นไปนานนับศตวรรษของแวมไพร์สาวกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง
เร็น... หญิงสาวผู้ก้าวเข้ามาในปาร์ตี้ลับแห่งนี้โดยบังเอิญ—หรืออาจจะด้วยโชคชะตาที่เล่นตลก
เธอไม่ได้สวมชุดราตรีหรูหราฟู่ฟ่าเช่นเดียวกับแขกคนอื่นๆ เร็นอยู่ในชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีดำสนิทที่ตัดกับเรือนร่างเพรียวบาง เส้นผมสีดำสนิทปล่อยยาวสลวยเคลียไหล่มน ดวงหน้าหวานคมเฉี่ยวนั้นไม่ได้แสดงความหวาดกลัวต่อบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวรอบตัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นกลับฉายแววท้าทาย สยบยอมความมืดมนรอบตัวด้วยความกล้าหาญที่น่าประหลาด
แต่สิ่งที่ทำ่าว'ิกตอเรียถึงกับลมหายใจสะดุด ไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอกอันน่าหลงใหลนั้น...
มันคือกลิ่นอายเลือด!
กลิ่นเลือดของเร็นช่างหอมหวาน รัญจวนใจ และแตกต่างจากมนุษย์คนอื่นโดยสิ้นเชิง มันไม่ใช่กลิ่นคาวเลือดที่น่าสะอิดสะเอียน แต่มันคือ "น้ำหวานแห่งสรวงสวรรค์" ที่อบอวลไปด้วยความบริสุทธิ์ พลังชีวิตอันโชติช่วง และความเย้ายวนที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวของแวมไพร์สาวให้ตื่นจากการหลับใหล คมเขี้ยวใต้ริมฝีปากเริ่มปวดแปลบขึ้นมาทันทีอย่างห้ามไม่อยู่
"น่าสนใจใช่ไหมล่ะ?" มารีตากระซิบกระเส่าข้างใบหู "เด็กสาวคนนั้นหลงเข้ามาในเขาวงกตของเราอย่างไร้ทางออก... และดูเหมือนเธอจะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าเธอกำลังเดินมาตกอยู่ในกรงเล็บของราชินีแห่งรัตติกาลเช่นเจ้า"
วิกตอเรียไม่ได้ตอบคำถามนั้น ดวงเนตรสีอำพันจดจ้องร่างของเร็นไม่วางตา ราวกับเสือดาวที่กำลังเล็งเหยื่ออันโอชะในพงหญ้า เธอบันทึกทุกการเคลื่อนไหว ทุกจังหวะการหายใจ และรอยยิ้มมุมปากอันแสนท้าทายของหญิงสาวแปลกหน้าคนนั้นไว้ในความทรงจำ
ขณะนั้นเอง เร็นที่กำลังถือแก้วแชมเปญอยู่ในมือราวกับรู้ตัวว่ากำลังถูกจ้องมอง หญิงสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาจากมุมบาร์ ประสานสายตากลับมายังระเบียงชั้นลอยที่มืดมิดทันที
ระยะห่างระหว่างพวกเธอช่างยาวไกล แต่ในความมืดมิดนั้น สายตาทั้งสองคู่กลับประสานกันอย่างพพอดีราวกับมีแรงดึงดูดแม่เหล็ก เร็นไม่ได้หลบสายตาคมกริบอันทรงอำนาจของวิกตอเรีย รอยยิ้มปริศนาปรากฏขึ้นบนเรียวปากบางของมนุษย์สาว ราวกับเธอกำลังเชื้อเชิญให้ปีศาจตนนี้ก้าวลงมาลิ้มลองรสชาติที่เธอมี
วิกตอเรียรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วไปทั่วร่าง ทั้งๆ ที่เธอควรจะเย็นชาดั่งน้ำแข็ง ความรู้สึกโหยหาบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพังของกาลเวลา ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งโดยมนุษย์ตัวเล็กๆ คนนี้
แวมไพร์สาววางแก้วไวน์ในมือลงบนโต๊ะข้างกายอย่างนุ่มนวล ก่อนจะก้าวเดินออกจากความมืดมิดของระเบียงชั้นลอยทีละก้าว... ทีละก้าว มุ่งตรงไปยังเบื้องล่าง ที่ซึ่งเร็นกำลังยืนรอเธออยู่
เสียงฝีเท้าของวิกตอเรียไร้ซึ่งสรรพเสียง ราวกับเงาที่เคลื่อนไหวตามแรงโน้มถ่วงของค่ำคืน ทว่าทุกย่างก้าวกลับเต็มไปด้วยพลังกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างเงียบสงบลงอย่างประหลาด แขกเหรื่อคนอื่นๆ เริ่มถอยร่นเปิดทางให้ราชินีแห่งรัตติกาลเดินผ่านด้วยความหวาดกลัว
จนกระทั่งวิกตอเรียหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของเร็น ระยะห่างระหว่างพวกเธอเหลือเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น
กลิ่นหอมหวานจากกายสาวพัดปะทะนาสิกของแวมไพร์สาวอย่างรุนแรง จนวิกตอเรียต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อซึมซับความหอมนั้นให้เต็มปอด ดวงเนตรสีอำพันจ้องมองลึกลงไปในดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้ม ค้นหาความหวาดกลัวที่ควรจะมี แต่กลับพบเพียงประกายระยิบระยับของความท้าทายที่รอวันแผดเผา
"กล้าหาญมากนะ... ที่กล้าส่งสายตาท้าทายข้าเช่นนี้" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรกดังลอดผ่านริมฝีปากบางที่เคลือบด้วยลิปสติกสีเลือด วิกตอเรียโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกับใบหูของอีกฝ่าย ลมหายใจที่เย็นเฉียบราวน้ำแข็งเป่ารดต้นคอระหงจนเร็นสะดุ้งน้อยๆ "รู้ตัวไหม... ว่ากลิ่นเลือดของเธอมันกำลังร้องเรียกให้ข้าฉีกกระชากเธอเป็นชิ้นๆ"
เร็นนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ลมหายใจของหญิงสาวสะดุดลงเมื่อความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านเข้ามาใกล้ชิด ทว่าแทนที่จะวิ่งหนีด้วยความตื่นตระหนก เร็นกลับเอียงคอมองแวมไพร์สาวด้วยรอยยิ้มเย้ายวนที่ซ่อนความลับบางอย่างไว้
"ถ้าคิดว่าทำได้... ก็ลองดูสิคะ ท่านแวมไพร์" เร็นกระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล ทว่าสั่นประสาทไม่แพ้กัน "แต่ระวังไว้ให้ดีนะ... บางทีเหยื่อที่คุณคิดจะกิน อาจจะเป็นคนกลืนกินคุณเสียเอง"
คำพูดนั้นทำเอาวิกตอเรียถึงกับนิ่งงัน รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของแวมไพร์สาว นี่ไม่ใช่เหยื่อธรรมดา... แต่นี่คือกับดักอันตรายที่เธอเต็มใจจะเดินตกลงไป
ทว่า ในวินาทีที่วิกตอเรียเตรียมจะฝังคมเขี้ยวลงบนต้นคอขาวเนียนเพื่อลิ้มลองรสชาติที่โหยหา เสียงกระซิบปริศนาจากความมืดเบื้องหลังก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ—
*"ระวังตัวด้วย วิกตอเรีย... เธอมันไม่ใช่แค่มนุษย์ และเลือดหยดนั้นกำลังจะนำความหายนะมาสู่บัลลังก์ของเจ้า"*
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ราตรีอันมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ
ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 1
เสียงกระซิบในห้องมืด
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!