กลิ่นอายของไวน์แดงวินเทจผสมผสานกับกลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและกลิ่นกายอันเย้ายวนของมนุษย์ ลอยอบอวลอยู่ภายในห้องรับแขกส่วนตัวที่ถูกปิดตายจากโลกภายนอก
เกมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเองนะคะ... ที่รัก
คำพูดนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของวิกตอเรีย ราวกับเสียงกระซิบจากซาตานที่จงใจหยอกเย้าจิตวิญญาณอันเก่าแก่ของเธอให้ปั่นป่วน นัยน์ตาสีทับทิมเข้มข้นของแวมไพร์สาวจ้องมองร่างเพรียวบางของเร็นที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้า แสงเทียนสีส้มสลัวสาดกระทบผิวเนียนละเอียดจนดูคล้ายเรืองแสงได้ในความมืด ความตึงเครียดจากโลกภายนอก—เสียงฝีเท้าของเหล่าผู้ล่าในคราบมนุษย์ที่กำลังเดินวนเวียนอยู่รอบคฤหาสน์—ไม่ได้ทำให้วิกตอเรียใส่ใจแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่ดึงดูดสัญชาตญาณดิบเถื่อนของเธอในเวลานี้ คือความท้าทายในแววตาของหญิงสาวมนุษย์ผู้บังอาจเข้ามาในเขตหวงห้ามนี้
"คุณกำลังทำให้ฉันไขว้เขวนะ เร็น" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดัน วิกตอเรียขยับตัวช้าๆ ท่วงท่าสง่างามราวกับราชสีห์สาวที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม "ข้างนอกนั่น... พวกมันกำลังตามกลิ่นคุณมา แต่ดูเหมือนคุณจะไม่สะดุ้งสะเทือนเลยสักนิด"
เร็นไม่ได้ถอยหนี เธอกลับก้าวเข้าไปหาแวมไพร์ผู้ทรงอำนาจทีละน้อย เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนเบาๆ หัวใจของเร็นเต้นโคมครามจนวิกตอเรียได้ยินมันชัดเจน—จังหวะชีพจรที่เต้นเร้าด้วยความตื่นเต้นระคนความหวาดกลัว คือเสียงดนตรีที่หอมหวานที่สุดสำหรับแวมไพร์
"ถ้าฉันต้องตายในคืนนี้..." เร็นเงยหน้าขึ้นสบตา ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยความดื้อรั้นที่วิกตอเรียทั้งเกลียดชังและหลงใหลในเวลาเดียวกัน "...ฉันก็ไม่อยากตายด้วยน้ำมือของพวกมันค่ะ วิกตอเรีย"
ชื่อของเธอ... หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มสวยนั้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อยแต่มั่นคงอย่างประหลาด
วิกตอเรียชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจที่ว่างเปล่าของแวมไพร์สะดุด กลิ่นหอมหวานของเลือดที่สูบฉีดด้วยความเร่าร้อนแผ่ซ่านยิ่งขึ้นไปอีก ร่างสูงโปร่งพุ่งเข้ามาประชิดตัวเร็นอย่างรวดเร็วราวกับภาพลวงตา มือเรียวยาวคว้าเข้าที่เอวคอดกิ่วของหญิงสาว ดึงเข้ามาแนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน แรงปะทะนั้นทำให้เร็นหลุดเสียงอุทานเบาๆ ออกมา
"คุณกล้าดียังไง..." วิกตอเรียกระซิบชิดริมฝีปาก ความเย็นเฉียบจากผิวเนื้อของแวมไพร์ตัดกับความร้อนรุ่มของร่างกายมนุษย์จนเกิดเป็นกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาเล่นเกมกับความตาย... กับฉัน?"
"ฉันไม่ได้เล่นเกมค่ะ" เร็นเอื้อมมืออันสั่นเทาขึ้นแตะพวงแก้มเย็นเยียบของวิกตอเรีย ปลายนิ้วสัมผัสกับผิวที่เนียนละเอียดไร้ที่ติ แววตาของเร็นไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเว้าวอนและประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกจุดขึ้นอย่างตั้งใจ "ฉันแค่อยากรู้ว่า... ภายใต้คมเขี้ยวและกำแพงน้ำแข็งที่คุณสร้างขึ้น มันมีความรู้สึกจริงๆ หรือเปล่า หรือคุณก็เป็นแค่ปีศาจที่ไร้หัวใจตัวหนึ่ง"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลึกลงไปในอกของวิกตอเรีย ความทรงจำนับพันปีที่เคยเหือดแห้งกลับถูกปลุกเร้าขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดอันงดงาม แวมไพร์สาวขบกรามแน่น นัยน์ตาสีทับทิมวาวโรจน์ด้วยความหึงหวงและความโกรธเกรี้ยวที่ตีรวนอยู่ในอก—ไม่ใช่โกรธเร็น แต่โกรธโลกภายนอก โกรธพวกมันที่กล้าส่งกลิ่นสาบเข้ามาใกล้ผู้หญิงของเธอ... ผู้หญิงที่เธอหมายตาไว้แต่เพียงผู้เดียว
"ระวังคำพูดของคุณไว้ให้ดี เร็น..." วิกตอเรียคำรามเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะกดริมฝีปากลงบนซอกคอขาวเนียนของหญิงสาวอย่างแรง ความเจ็บปวดจากการถูกขบเม้มผสานกับความเย็นยะเยือกแล่นริ้วไปทั่วกระดูกสันหลังของเร็น หญิงสาวสะท้านเฮือก หลุดเสียงครางหวานหูออกมาโดยไม่ตั้งใจ
มือของวิกตอเรียสอดเข้าไปใต้กลุ่มผมสีดำขลับ บังคับให้เร็นต้องแหงนเงยรับสัมผัสที่ทั้งดุดันและเร่าร้อน ความตึงเครียดจากภายนอก—เสียงทุบประตูคฤหาสน์ด้านล่างและการตะโกนโกลาหล—ราวกับถูกตัดขาดออกจากห้องนี้โดยสิ้นเชิง ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นและอันตราย ความสัมพันธ์ของพวกเธอกลับดำดิ่งลึกซึ้งยิ่งขึ้นอย่างไร้ทางหวนกลับ
เร็นหลับตาลง ยอมจำนนต่อสัมผัสที่แสนอันตรายนี้ มือทั้งสองข้างกำเสื้อผ้าของวิกตอเรียแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไป ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความหิวกระหายทางอารมณ์ที่รุนแรงไม่แพ้กัน ทุกสัมผัส ทุกรอยจูบที่วิกตอเรียมอบให้ เปรียบเสมือนการตีตราจองว่าเงามืดแห่งราตรีนี้ได้กลืนกินวิญญาณของเธอไปเรียบร้อยแล้ว
"คุณเป็นของฉัน..." วิกตอเรียกระซิบชิดริมฝีปากหลังจากผละออกมาชั่วครู่ เพื่อมองสำรวจใบหน้าของเร็นที่แดงก่ำและหอบหายใจถี่กระชั้น นัยน์ตาสีทับทิมฉายแววความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างชัดเจน "ต่อให้พวกมันพังประตูก้าวเข้ามาในห้องนี้ ร่างกายและลมหายใจของคุณก็ยังเป็นของฉัน... เข้าใจไหม?"
เร็นพยักหน้ารับช้าๆ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทายแม้ในยามที่ริมฝีปากยังบวมเจ่อจากการจูบ "ถ้าอย่างนั้น... ก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสคะว่า คุณปกป้องสิ่งที่เป็นของคุณได้ดีแค่ไหน"
ทว่า ก่อนที่วิกตอเรียจะได้ตอบรับคำท้าทายนั้น เสียงกระจกหน้าต่างบานใหญ่ด้านหลังห้องก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่พุ่งทะยานเข้ามาอย่างไร้เสียง ลมหนาวติดกลิ่นคาวเลือดพัดกวาดเข้ามาในห้องทันที วิกตอเรียผละออกจากเร็นอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า พุ่งตัวไปยืนขวางหน้าหญิงสาวไว้พร้อมกับกางกรงเล็บคมกริบและแยกเขี้ยวขู่คำรามใส่ผู้มาเยือนยามวิกาล
แต่ทว่า... เมื่อเงาร่างนั้นปัดฮู้ดคลุมศีรษะออกภายใต้แสงจันทร์สลัว วิกตอเรียก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจแทบหยุดชะงัก เมื่อใบหน้าที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า... คือบุคคลที่ควรจะตายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ตระกูลแวมไพร์เมื่อหลายร้อยปีก่อนอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในราตรีอันมืดมิดและหอมหวานนี้ด้วยกันนะคะ
ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 18
ความหึงหวงของราตรี
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!