กลิ่นคาวสนิมเหล็กคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายดินชื้นยามค่ำคืนในห้องโถงใต้ดินของคฤหาสน์ตระกูลสเตนฟอร์ด แสงจากคบเพลิงสีแดงฉานสาดส่องกระทบกับคมดาบเงินบริสุทธิ์ที่เงาวาววับ บาดตาจนน่าสะพรึงกลัว วิกตอเรียขยับกายหลบคมดาบที่เฉียดผ่านลำคอขาวผ่องไปเพียงเส้นยาแดง เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วโถงหินทึบ สะท้อนถึงความเป็นความตายที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
ร่างระหงในชุดราตรีสีดำสนิทของแวมไพร์สาวผู้ทรงอำนาจไม่ได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ดวงตาคู่งามทอประกายสีแดงก่ำดั่งโลหิตสดๆ จ้องมองผู้บุกรุกเบื้องหน้าด้วยแววตาดุดันและเยียบเย็น ในขณะที่เร็นยืนพิงแผ่นหลังติดกับเสาหินอับชื้น ลมหายใจหอบถี่ของหญิงสาวมนุษย์ส่งกลิ่นอายความหวานหอมรัญจวนใจที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายวิกตอเรียให้พลุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิม
"เจ้าช่างกล้าหาญเสียจริง... หรือว่าโง่เขลากันแน่ เร็น" วิกตอเรียเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา แต่ทรงพลังพอที่จะแทรกผ่านเสียงคำรามของศัตรู
เร็นเม้มริมฝีปากแน่น มือบางกำกฤษณาเงินที่ซ่อนไว้ในเสื้อแน่นจนสั่นเทา ดวงตาคู่คมจ้องมองแวมไพร์สาวผู้เป็นทั้งผู้กักขังและที่พึ่งพิงเพียงหนึ่งเดียวในค่ำคืนอันโหดร้ายนี้
"ถ้าฉันโง่ ฉันคงไม่ยอมเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงในดงปีศาจแบบนี้หรอกค่ะ..." เร็นสวนกลับ น้ำเสียงเจือความท้าทายแม้เหงื่อกาฬจะไหลซึมตามกรอบหน้า "แต่ถ้าคุณอยากให้ฉันรอด... ก็เลิกทำตัวเป็นภาระแล้วจัดการพวกมันเสียทีสิคะ วิกตอเรีย"
รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของแวมไพร์สาว วิกตอเรียหัวנסเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยเสน่หาอันตรายและแรงดึงดูดประหลาด "ปากกล้าเสียจริงนะ แม่กวางน้อย... ระวังตัวไว้ให้ดี ถ้ารอดไปได้ ข้าจะลงโทษเจ้าให้สาส姆กับความอวดดีนี้"
สิ้นคำพูด ร่างของวิกตอเรียก็พุ่งทะยานออกไปดั่งสายลมมืด ความเร็วของเธอบดบังสายตามนุษย์จนแทบมองไม่ทัน คมเขี้ยวที่ซ่อนอยู่ถูกปลดปล่อยออกพร้อมกับกรงเล็บแหลมคมที่เงาวับสะท้อนแสงไฟ เป้าหมายคือผู้นำกลุ่มนักล่าแวมไพร์ที่ยืนถือดาบอาบน้ำยาเงินอยู่เบื้องหน้า
*เคร้ง! ฉับ! เสียงเนื้อและโลหะปะทะกันอย่างดุเดือด*
เลือดสีดำข้นของเหล่านักล่าสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นหินเย็นเยียบ วิกตอเรียเคลื่อนไหวราวกับนักรบแห่งรัตติกาล ความดุดันและความงดงามหลอมรวมกันเป็นศิลปะแห่งความตาย ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยความเด็ดขาด แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ต้องคอยเหลือบสายตากลับมามองเร็นที่กำลังเผชิญหน้ากับนักล่าอีกสองคนที่เลี่ยงการปะทะตรงๆ และพยายามอ้อมไปจับตัวหญิงสาว
"วิกตอเรีย!" เร็นกรีดร้องเมื่อคมดาบเล่มหนึ่งเฉียดแขนเสื้อของเธอจนขาดวิ่น เผยให้เห็นผิวเนียนนุ่มที่ส่งกลิ่นหอมหววนจนนักล่าคนนั้นถึงกับตาลุกวาวด้วยความกระหาย
วิกตอเรียคำรามลั่นในลำคอ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่ถูกล้ำอาณาเขต พลังงานความมืดแผ่ซ่านออกจากร่างเพรียวระหงจนอุณหภูมิในห้องโถงลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ในพริบตาเดียว ร่างของแวมไพร์สาวก็หายไปจากจุดเดิม และปรากฏตัวขึ้นเบื้องหลังนักล่าที่กำลังจะเข้าถึงตัวเร็น
กรงเล็บเรียวยาวทะลวงผ่านแผ่นอกของศัตรูอย่างง่ายดาย ดวงเบิกโพลงด้วยความตกใจก่อนที่ร่างไร้ลมหายใจจะทรุดฮวบลงแทบเท้าของเร็น
เร็นสะดุ้งเฮือก หยดเลือดอุ่นร้อนกระเด็นมาโดนแก้มเนียน ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วสรรพang ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจ แต่ลึกลงไปในความรู้สึกนั้น กลับมีกระแสความเร่าร้อนและความผูกพันประหลาดก่อตัวขึ้นระหว่างเธอกับแวมไพร์ผู้พิทักษ์
วิกตอเรียหันกลับมามองเร็น ดวงตาสีแดงฉานจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว หายใจหอบกระชั้น เลือดที่เปรอะเปื้อนใบหน้าอันงดงามทำให้เธอดูเย้ายวนใจจนแทบหยุดหายใจ
"เจ้าปลอดภัยแล้ว..." วิกตอเรียกระซิบ เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือน ความเย็นชาที่มีก่อนหน้านี้ละลายหายไป เหลือเพียงความโหยหาที่ยากจะต้านทาน มือเรียวเอื้อมไปแตะแก้มของเร็นอย่างแผ่วเบา เช็ดคราบเลือดออกให้ด้วยความทะนุถนอมที่ขัดกับบรรยากาศนองเลือดรอบกาย
เร็นไม่หลบเลี่ยงสัมผัสนั้น เธอกลับขยับเข้าไปใกล้ขึ้น วางมือลงบนลาดไหล่ที่เต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ของวิกตอเรีย หัวใจของทั้งสองเต้นระรัวในจังหวะที่แตกต่างแต่มุ่งตรงเข้าหากัน ท่ามกลางซากศพและความตาย อิสรภาพที่พวกเธอไขว่คว้าดูเหมือนจะอยู่แค่เอื้อมมือ
ทว่า... ความเงียบสงบอันเปราะบางก็ถูกทำลายลงอย่างไม่ทันตั้งตัว
เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องโถงใต้ดิน... เสียงที่เยือกเย็นและเต็มไปด้วยความคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
"ช่างเป็นภาพที่งดงามและน่าประทับใจเสียจริง..." น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่ก้าวออกมาจากเงาดำ ใบหน้านั้นปราศจากรอยเปื้อนใดๆ แต่รอยยิ้มที่ประดับอยู่กลับทำให้วิกตอเรียและเร็นต้องชะงักงัน
วิกตอเรียเบิกตากว้าง สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่นในหัว สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงบุคคลที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่มากที่สุดในเวลานี้
เร็นหันไปมองผู้มาใหม่ และลมหายใจของเธอก็แทบจะหยุดลงทันทีเมื่อตระหนักว่า... ประตูสู่อิสรภาพที่พวกเธอเพิ่งแย่งชิงมาได้ กำลังจะถูกปิดตายลงด้วยกุญแจที่โหดร้ายที่สุด
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่รัตติกาลอันลึกล้ำในตอนนี้ด้วยกันนะคะ
ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 37
คมดาบและเขี้ยวเล็บ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!