ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 38

ชัยชนะชั่วคราว

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
กลิ่นคาวสนิมเหล็กคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นไหม้เกรียมของเวทมนตร์โบราณที่สลายตัว ความมืดมิดภายในห้องโถงใต้ดินของสภาอาวุโสไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบ หากแต่มันพะเนียงพะเน้าไปด้วยไอเย็นยะเยือกที่พร้อมจะแช่แข็งวิญญาณของผู้บุกรุก "อดทนไว้นะคะ... เร็น" เสียงกระซิบที่สั่นพร่าเล็กน้อยลอดผ่านริมฝีปากที่ซีดเซียวของวิิกตอเรีย แวมไพร์สาวผู้เคยสง่างามและไร้เทียมทาน บัดนี้อาภรณ์สีดำสนิทของเธอกลับฉีกขาด วิญญาณรัตติกาลที่เคยขับเน้นออร่าอันน่าสะพรึงกลัวบัดนี้อ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด หยดโลหิตสีแดงเข้มดั่งทับทิมหยดลงกระทบพื้นหินทีละหยด ผสมปนเปไปกับเศษซากหน้ากากเงินของผู้อาวุโสสูงสุดที่แตกละเอียดไม่เป็นชิ้นดี ชัยชนะ... ใช่ค่ะ นี่คือชัยชนะที่พวกเธอแลกมาด้วยลมหายใจที่เกือบจะขาดห้วง ในอ้อมแขนของวิกตอเรีย เร็นหอบหายใจรวยริน ร่างกายของหญิงสาวมนุษย์ผู้มีสายเลือดหอมหวานดั่งน้ำผึ้งผสมพิษร้ายอาบไล้ไปด้วยเหงื่อและความเจ็บปวด รอยแผลจากคมดาบอาคมของผู้อาวุโสพาดผ่านหัวไหล่เนียน ชะโลมผิวเนื้อให้เปรอะเปื้อนด้วยสีแดงฉาน แต่ทว่าดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่ยังคงดื้อรั้นและฉายแววท้าทายแม้ในยามเฉียดตาย ยังคงเงยขึ้นมองเธอ "ฉัน... ไม่เป็นไรค่ะ วิกตอเรีย..." เร็นฝืนยิ้ม ทั้งที่ริมฝีปากสั่นระริกจากความเจ็บปวด มือเรียวบางเอื้อมขึ้นสัมผัสแก้มเย็นเฉียบของแวมไพร์สาวอย่างแผ่วเบา "เรา... ชนะแล้วไม่ใช่เหรอคะ?" วิกตอเรียรู้สึกได้ถึงก้อนเนื้อในอกที่หยุดเต้นไปชั่วขณะ—หากหัวใจของแวมไพร์ยังคงเต้นอยู่ ความอบอุ่นจากปลายนิ้วของมนุษย์ผู้นี้คือสิ่งเดียวที่ฉุดรั้งเธอไม่ให้จมดิ่งลงสู่ความกระหายเลือดที่ดิบเถื่อนที่สุด ความใกล้ชิดในปาร์ตี้ลับคืนนั้นได้ถักทอเส้นใยแห่งพันธะที่มองไม่เห็นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จนกลายเป็นความผูกพันที่แม้แต่กาลเวลาก็ไม่อาจลบเลือน ทว่า ความเงียบงันหลังความตายไม่ได้ให้เวล1พะวงนานนัก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตกำลังดังก้องมาจากอุโมงค์เบื้องบน กองกำลังเสริมของสภาอาวุโสกำลังคืบคลานเข้ามา! "พวกมันตามมาแล้วค่ะ" วิกตอเรียขบกรามแน่น นัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอกวาดสายตามองรอบกาย ห้องใต้ดินนี้ไม่มีทางออกอื่นนอกจากประตูเหล็กกล้าที่ถูกผนึกด้วยอาคมขั้นสูง ซึ่งเธอก็เพิ่งใช้พลังเฮือกสุดท้ายทำลายมันลงไปครึ่งหนึ่ง "หนีเถอะค่ะ... วิกตอเรีย อย่ามัวห่วงฉันเลย" เร็นพยายามยันกายลุกขึ้น แต่เรียวขาที่ไร้เรี่ยวแรงทำให้เธเซถลาเกือบจะล้มลงไปอีกครั้ง หากไม่มีวงแขนแข็งแกร่งของวิกตอเรียคว้าเอวบางเอาไว้เสียก่อน "พูดอะไรโง่ๆ ค่ะ!" วิกตอเรียตวาดเบาๆ แต่เต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดัน "ฉันไม่มีวันยอมปล่อยให้คุณตกไปอยู่ในมือของพวกมันเด็ดขาด! เกาะฉันให้แน่นนะคะ... เราจะไปกันเดี๋ยวนี้" ว่าแล้ว แวมไพร์สาวก็รวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย ปล่อยหมอกควันสีดำทึบพวยพุ่งพรางตาจากเงื้อมมือของความตาย ร่างของพวกเธอทั้งสองพุ่งทะยานผ่านช่องแคบของเพดานที่พังทลายขึ้นสู่เบื้องบน ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายความตายและซากปรักหักพังของสภาผู้เฒ่าที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีคราม สายลมยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้าขณะที่พวกเธอลัดเลาะผ่านหลังคาบ้านเรือนโบราณในเขตต้องห้าม วิกตอเรียกัดฟันรับความเจ็บปวดจากพิษอาคมที่กัดกินแผลที่หลังของเธอ เลือดสีเข้มไหลซึมผ่านเนื้อผ้าจนเปียกชื้น แต่เธอก็ไม่กล้าแม้แต่จะชะลอความเร็ว เร็นซบใบหน้าลงกับลาดไหล่ของเธอ คอยใช้มือข้างที่ยังใช้งานได้ช่วยปัดป้องกิ่งไม้และเศษซากที่อาจเป็นอันตราย กระทั่งพวกเธอทิ้งระยะห่างออกมาไกลพอสมควร จนเสียงฝีเท้าและเสียงคำรามของพวกสภาอาวุโสเงียบหายไปในความเวิ้งว้างของราตรีกาล วิกตอเรียจึงทิ้งตัวลงหลบซ่อนภายในซากวิหารร้างแห่งหนึ่งที่ถูกทิ้งร้างมานับร้อยปี บรรยากาศภายในวิหารเงียบสงบ มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ วิกตอเรียทรุดตัวลงพิงกับเสาหินขนาดใหญ่ ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด พิษจากดาบอาคมกำลังแผ่ซ่านไปทั่วร่างแวมไพร์ของเธอ ทำให้พลังในการฟื้น เร็นรีบคลานเข้ามาใกล้ ลืมความเจ็บปวดของตนเองจนหมดสิ้น มือบางสั่นเทาขณะฉีกชายเสื้อของตนเองออกเพื่อนำมาซับเลือดให้กับวิกตอเรีย "บาดแผลของคุณ... มันลึกมากเลยนะคะ วิกตอเรีย ทำยังไงดี..." "ฉันไม่เป็นไรค่ะ... แค่ได้อยู่กับคุณ..." วิกตอเรียฝืนยิ้มมุมปาก มือเรียวเย็นเฉียบยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชุ่มเหงื่อออกจากใบหน้าของเร็น สายตาสบประสานกันท่ามกลางแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องผ่านช่องหลังคาที่พังทลาย ความเสน่หาต้องห้ามลอยวนอยู่ในอากาศ หวานล้ำและอันตรายในคราเดียวกัน เร็นโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกเกือบจะชิดกัน ความโหยหาบางอย่างสะท้อนอยู่ในดวงตาส่อประกายระยับ วิกตอเรียหลับตาลง ยอมจำนนต่อแรงดึงดูดอันหอมหวานนี้ ริมฝีปากของพวกเธอกำลังจะแนบชิดกันเพื่อมอบความอุ่นให้แก่กันและกันในค่ำคืนอันหนาวเหน็บ— แต่ทว่า... เสียงปรบมือเบาๆ เย็นเยียบ และก้องกังวานอย่างน่าประหลาด ก็ดังขึ้นจากความมืดมิดที่มุมลึกที่สุดของวิหารร้าง "ช่างเป็นภาพที่งดงามและน่าประทับใจเสียจริงค่ะ... ราชินีแห่งรัตติกาลผู้ยิ่งใหญ่" วิกตอเรียลืมตาโพลงด้วยความตกใจ ผลักเร็นไปไว้ด้านหลังตามสัญชาตญาณพร้อมกับกางกรงเล็บแหลมคมขู่คำราม นัยน์ตาสีรัตติกาลเบิกกว้างเมื่อร่างระหงในชุดคลุมสีเงินยวงก้าวออกมาจากเงาจันทร์ ใบหน้านั้นงดงามราวกับตุ๊กตาพอร์ซเลน ทว่ารอยยิ้มที่ประดับบนริมฝีปากกลับเยือกเย็นจนน่าขนพองสยองเกล้า และที่สำคัญที่สุด... บนหน้าอกของสตรีปริศนาผู้นั้น มีสัญลักษณ์ตราประทับของ "ผู้ทรยศสูงสุด" ที่วิกตอเรียตามล่ามาตลอดสามร้อยปีปรากฏเด่นชัด "แกเป็นใคร..." วิกตอเรียเค้นเสียงลอดไรฟัน ขณะที่บาดแผลเริ่มประท้วงความเจ็บปวดอย่างรุนแรง สตรีปริศนายกยิ้มมุมปาก ดวงตาสีเพลิงทอประกายระยับก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ทำให้เลือดในกายของแวมไพร์สาวแทบเป็นน้ำแข็ง "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะ... ลูกสาวตัวน้อยของแม่" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่รัตติกาลอันลึกล้ำในตอนนี้ด้วยกันนะคะ... บลัดดี้แมรี่
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%