ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น•ตอนที่ 31

พันธมิตรในเงามืด

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
"ถ้าพวกเธอขยับอีกนิดเดียว หัวใจดวงน้อยๆ ที่เต้นระรัวอยู่ใต้ซี่โครงนั้นคงได้กระเด็นออกมาต้อนรับคมดาบของฉันแน่ค่ะ เร็น" เสียงกระซิบแหบพร่าทว่ากังวานราวกับเสียงกระดิ่งเงินท่ามกลางความเงียบงันของห้องใต้ดินอับชื้น ดังขึ้นแนบชิดใบหูของหญิงสาวมนุษย์ วิกตอเรียขยับกายบังร่างของเร็นไว้มิดชิด นัยน์ตาสีทับทิมเข้มข้นดั่งโลหิตสดๆ จ้องเขม็งไปยังความมืดเบื้องหน้า กลิ่นอายความตายและกลิ่นคาวสนิมเหล็กคละคลุ้งจนแสบจมูก ซากศพของทหารองครักษ์แห่งสภาสูงนอนเกลื่อนกลาดอยู่แทบเท้า บ่งบอกถึงความรุนแรงของคมเขี้ยวและอาวุธที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่ลมหายใจก่อน เร็นหอบหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายบนหน้าผากมน "ฉัน... ฉันไม่ได้กลัวพวกมันหรอกนะคะ วิกตอเรีย" น้ำเสียงของหญิงสาวสั่นเครือเล็กน้อย มิใช่เพราะความหวาดกลัวต่อศัตรูที่เพิ่งจากไป แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดอันตรายจากเรือนร่างเย็นเฉียบที่แนบชิดอยู่ด้านหลัง อุณหภูมิร่างกายของแวมไพร์สาวต่ำเสียจนเหมือนโอบกอดความตายไว้ ทว่าหัวใจที่เต้นรัวของเร็นกลับส่งเสียงประท้วงเรียกร้องสัมผัสที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า "ความกล้าหาญอย่างไร้สมองไม่เคยทำให้ใครรอดชีวิตจากรัตติกาลนี้ได้หรอกนะคะ คนสวย" วิกตอเรียเค้นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น นิ้วเรียวยาวดุจกิ่งไม้ปีศาจเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากแก้มเนียนของมนุษย์สาวอย่างถือวิสาสะ สัมผัสเย็นเยียบนั้นทำให้เร็นสะท้านเฮือก แต่นางก็ไม่ได้ถอยหนี กลับเอียงแก้มเข้าหาปลายนิ้วคู่นั้นโดยไม่รู้ตัว ทว่า ความเงียบอันเปราะบางก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาจากมุมมืดของอุโมงค์หิน "ช่างเป็นภาพที่น่าอภิรมย์เสียจริง... ความรักระหว่างผู้ล่ากับเหยื่อในคุกมืดเช่นนี้" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏกายของร่างสูงโปร่งในชุดคลุมกำมะหยี่สีรัตติกาล ใบหน้าคมคายซีดเซียวไร้เลือดฝาดตามแบบฉบับสายเลือดชั้นสูง ทว่านัยน์ตาสีอำพันกลับเปล่งประกายท้าทายกฎเกณฑ์ทุกข้อของสภาสูงแวมไพร์ ด้านหลังของเขาคือเงาสีดำทะมึนอีกหลายร่างที่แผ่ไอสังหารรุนแรง วิกตอเรียดีดตัวถอยหลังครึ่งก้าวในเสี้ยววินาที พร้อมกับแผ่เขี้ยวและกางกรงเล็บเตรียมพร้อมจู่โจม ป้องกันเร็นไว้เบื้องหลังอย่างเด็ดเดี่ยว "เจ้าเป็นใคร... ต้องการอะไรจากพวกเรา?" บุรุษปริศนารอยยิ้มมุมปาก เผยให้เห็นเขี้ยวคมกริบที่ยาวกว่าแวมไพร์ทั่วไป เขาชูมือทั้งสองข้างขึ้นระดับอกเพื่อแสดงว่าไร้ซึ่งอาวุธ "อย่าเพิ่งแสดงความเกรี้ยวกราดใส่กันเลยค่ะ ท่านหญิงวิกตอเรีย ผู้ทรงเกียรติแห่งแดนเหนือ ข้ามีนามว่า 'คาลيل' (คาลิล) และพวกเราไม่ใช่ศัตรู... อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ในยามนี้" วิกตอเรียหรี่ตามองพิจารณาชายตรงหน้าอย่างไม่ไว้วางใจ "แวมไพร์นอกรีต... กลุ่มกบฏที่ถูกสภาสูงตราหน้าว่าเป็นพวกเดรัจฉานกระหายเลือดอย่างไร้เหตุผล ทำไมพวกเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?" "เพราะเรามีศัตรูคนเดียวกันอย่างไรล่ะคะ" คาลิลสาวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดอย่างไม่เกรงกลัวรัศมีอันตรายของแวมไพร์สาว "สภาสูงกำลังล่าพวกเธอ... และพวกเราก็เบื่อหน่ายกับการต้องหลบซ่อนใต้เงาของพวกมันเต็มทนแล้ว อิสรภาพไม่ได้ได้มาด้วยการก้มหัววิงวอน แต่มันต้องแลกมาด้วยการนองเลือด และในเมื่อพวกเธอก็ต้องการหลบหนีออกจากกรงทองแห่งนี้... ทำไมเราไม่มาร่วมมือกันล่ะคะ?" เร็นชะโงกหน้าออกมาจากไหล่ของวิกตอเรีย ดวงตากลมโตสำรวจกลุ่มแวมไพร์นอกรีตที่ยืนรายล้อม พวกเขามีแววตาที่แตกต่างจากทหารรับจ้างทั่วไป มันคือแววตาของผู้ที่ไม่มีอะไรจะเสีย และพร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งเพื่อให้ได้มาซึ่งอิสรภาพ "เราจะเชื่อใจพวกคุณได้อย่างไร?" เร็นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้มั่นคง แม้หัวใจจะเต้นระทึกจนแทบหลุดออกมานอกอก "ความไว้วางใจเป็นสินค้าหายากยิ่งในดินแดนแห่งนี้ค่ะ แม่สาวน้อยมนุษย์" คาลิลหันมาสบตาเร็น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนริมฝีปาก "แต่ตอนนี้ พวกเธอไม่มีทางเลือกอื่นมากนักหรอกนะ ทางออกเดียวของอุโมงค์นี้ถูกกองกำลังของสภาสูงปิดตายไว้แล้ว มีเพียงพวกเราเท่านั้นที่จะพาพวกเธอทะลวงออกไปสู่แสงสว่าง... หรือความมืดที่แท้จริงได้" วิกตอเรียเงียบงัน นางกวาดสายตามองไปรอบๆ อุโมงค์ สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากเบื้องบน กองกำลังเสริมของศัตรูก กำลังใกล้เข้ามาทุกที เวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้ว การตัดสินใจในเสี้ยววินาทีนี้อาจหมายถึงความเป็นความตายของนางและ... หญิงสาวมนุษย์ผู้มีกลิ่นเลือดหอมหวานเย้ายวนใจผู้นี้ มือเรียวเย็นเฉียบของวิกตอเรียเอื้อมไปคว้าข้อมือของเร็นไว้แน่น บีบกระชับเพื่อถ่าย "ถ้าพวกเจ้าตลบหลังเรา..." วิกตอเรียเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน นัยน์ตาสีทับทิมวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว "หัวใจของพวกแกทุกตัว จะถูกฉันควักออกมาสังเวยก่อนที่พวกแกจะได้ทรยศเสียอีกค่ะ" คาลิลหัวเราะในลำคออย่างชอบใจกับความดุดันนั้น เขายื่นมือออกไปเบื้องหน้า "ตกลงตามนี้นะคะ พันธมิตรแห่งรัตติกาล" วิกตอเรียมองมือคู่นั้นสลับกับใบหน้าของคาลิล ก่อนที่นางจะตัดสินใจก้าวออกไปข้างหน้า... ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของพวกเขากำลังจะสัมผัสกันเพื่อสร้างพันธสัญญา เร็นกลับส่งเสียงอุทานเบาๆ ออกมาด้วยความตกใจ พร้อมกับทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น คราบเลือดสีดำสนิทไหลซึมออกมาจากรอยเขี้ยวเล็กๆ ที่ต้นคอของเร็น—รอยแผลที่นางถูกกัดโดยทหารองครักษ์เมื่อครู่... รอยแผลที่ถูกอาบด้วยพิษโบราณอันร้ายกาจของสภาสูง! บลัดดี้แมรี่ ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่รัตติกาลอันลึกล้ำในตอนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีคอยรัก: คมเขี้ยวเสน่หาซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%