"นิ้วของเธอ... สั่นค่ะ"
รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบที่กดทับในห้องซ้อมเปียโนขนาดใหญ่ กลิ่นน้ำยาเคลือบไม้ราคาแพงอบอวลจนรู้สึกถึงความอึดอัด ธันวาในวัยสิบขวบนิ่งค้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวยาว มือเล็กๆ ของเขาวางนิ่งบนลิ่มคีย์สีขาวสะอาดตา แต่แผ่นหลังที่ห่อไหล่ลงนั้นบอกเล่าเรื่องราวที่แย้งกับความสงบนิ่งภายนอก
เด็กชายไม่หันมามอง เขาเพียงแต่มองเงาสะท้อนของตัวเองในฝากระโปรงเปียโนที่เงาวับจนแทบจะเห็นรูขุมขน "ถ้าผมพลาดแม่จะเข้ามา และถ้าแม่เข้ามา... ห้องนี้จะไม่มีที่ว่างสำหรับผมอีกต่อไปครับ"
เสียงของธันวาแหบพร่า มันไม่ใช่เสียงของเด็กสิบขวบที่ควรจะมีความฝัน แต่เป็นเสียงของภาชนะที่ถูกอัดแน่นด้วยความคาดหวังจนแตกร้าว รินรดาขยับตัวช้าๆ เธอไม่ได้เดินเข้าไปใกล้เกินระยะปลอดภัย เธอเลือกที่จะทรุดตัวลงนั่งบนพรมหนานุ่มข้างเปียโน เว้นระยะห่างให้เด็กชายรู้สึกว่าเขายังมีพื้นที่ของตัวเอง
"แล้วถ้าพี่บอกว่า... พี่จะล็อกประตูห้องนี้ไว้ล่ะคะ?"
ธันวาหันขวับมามอง ดวงตาคู่โตที่ควรจะสดใสกลับหม่นแสงเหมือนถ่านที่มอดดับไปนานแล้ว เขาสำรวจใบหน้าของรินรดาอย่างหวาดระแวง ราวกับกำลังมองหาพิรุธว่านี่คือกับดักอีกรูปแบบหนึ่งของ 'ผู้ใหญ่' ที่เขาเคยรู้จัก
"คุณทำไม่ได้หรอกครับ ท่านหญิงไม่มีวันยอม"
"ท่านหญิงไม่ได้อยู่ที่นี่ในตอนนี้" รินรดากล่าวเสียงเรียบ สายตาของเธอทอดมองไปยังกระดาษโน้ตเพลงบนแสตนด์ที่เต็มไปด้วยรอยขีดฆ่าด้วยปากกาแดง "ธันวาคะ... ในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงปรบมือและการตัดสิน คุณเคยลองเล่นเพลงที่คุณ 'อยาก' เล่นจริงๆ หรือเปล่าคะ ไม่ใช่เพลงที่เขาอยากฟัง แต่เป็นเพลงที่หัวใจของคุณอยากจะร้องออกมา"
เด็กชายชะงัก นิ้วมือที่สั่นเทาค่อยๆ ขยับ กดลงไปบนคีย์เปียโนเบาๆ เกิดเป็นเสียงตัวโน้ตที่ต่ำและโหยหวน มันไม่ใช่บทเพลงของโมซาร์ทหรือโชแปงที่เขาถูกบังคับให้เล่นทุกวัน แต่มันเป็นทำนองที่สะเปะสะปะแต่แฝงไปด้วยความอัดอั้น
รินรดาหลับตาลง เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ซึมออกมาจากตัวโน้ตเหล่านั้น มันเหมือนกับรอยแผลในวัยเด็กของเธอที่ยังคงมีเลือดซึมออกมาไม่เคยหยุด เธอค่อยๆ เอื้อมมือไปวางทับบนหลังมือของธันวาอย่างแผ่วเบา เป็นการสัมผัสที่ให้เกียรติและไร้ซึ่งการกดดัน
"เจ็บใช่ไหมคะ... การที่ต้องแบกความคาดหวังของคนอื่นไว้ในใจ"
ธันวาปล่อยโฮออกมาโดยไร้เสียง ไหล่เล็กสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เขาซบหน้าลงกับลิ่มเปียโน ความเยือกเย็นของวัสดุอาจจะช่วยปลอบประโลมความร้อนรุ่มในใจเขาได้บ้าง รินรดาทำเพียงแค่ลูบหลังเขาเบาๆ เธอรู้ดีว่าในฐานะจิตแพทย์ การรักษาไม่ได้เริ่มต้นที่การเยียวยาด้วยคำพูด แต่เริ่มจากการปล่อยให้คนตรงหน้า 'พังทลาย' ลงมาต่อหน้าเราอย่างปลอดภัยที่สุด
"ผมไม่อยากเป็นธันวาคนเก่งอีกต่อไปแล้วครับ" เสียงสะอื้นหลุดรอดออกมา "ผมแค่อยากเป็นเด็กที่ไม่มีใครรู้จัก... แค่เด็กธรรมดาที่นั่งกินขนมปังโดยไม่ต้องกังวลว่าจะผิดจังหวะ"
"คุณทำได้นะคะ" รินรดาบอก กระซิบข้างหูเขา "ถ้าเราลองเริ่มจากก้าวเล็กๆ พี่จะอยู่ข้างคุณเอง"
ความไว้วางใจที่ก่อตัวขึ้นในห้องนี้เปราะบางประดุจแก้วเจียระไน ทว่ามันกลับมีความหมายมากกว่าคำสัญญาทั้งหมดที่รินรดาเคยให้ไว้กับคนไข้คนไหนๆ แต่ในขณะที่ธันวากำลังจะเงยหน้าขึ้นเพื่อขอบคุณเธอ ความเงียบงันก็ถูกฉีกขาดลงด้วยเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคย
เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังมาจากทางเดินข้างนอกอย่างเป็นจังหวะ และก่อนที่รินรดาจะได้ทันตั้งตัว ประตูห้องซ้อมเปียโนก็ถูกผลักออกอย่างแรง
คุณหญิงภารดียืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น แววตาคมกริบคู่ดุจมีดโกนกวาดมองทั้งคู่ด้วยความรังเกียจ ก่อนที่เธอจะก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเปียโนแล้วใช้นิ้วเรียวชี้ไปยังกระดาษโน้ตที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาของธันวา
"คุณหมอคะ..." คุณหญิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนรินรดารู้สึกถึงความหนาวเหน็บแล่นผ่านสันหลัง "ดูเหมือนว่าคุณกำลัง 'สอน' อะไรที่ผิดแผกให้กับลูกชายของฉันมากเกินไปนะคะ และที่สำคัญกว่านั้น..."
คุณหญิงเว้นจังหวะ แล้วหันไปหยิบซองจดหมายสีขาวจากกระเป๋าถือขึ้นมา ก่อนจะโยนมันลงบนคีย์เปียโนจนเกิดเสียงดังโครมคราม
"ฉันเพิ่งได้รับข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับอดีตของคุณ... เรื่องที่ว่าทำไมคุณถึงสูญเสียใบประกอบวิชาชีพชั่วคราวเมื่อสามปีก่อน คุณแน่ใจหรือคะว่าคุณมีสิทธิ์มาสั่งสอนใคร ในเมื่อแม้แต่ชีวิตตัวเอง คุณยังปกป้องไว้ไม่ได้?"
ธันวาเบิกตากว้าง หันไปมองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากความวางใจ กลายเป็นความหวาดกลัวอย่างที่สุด รินรดานิ่งค้างราวกับถูกแช่แข็ง ขณะที่เธอมองเห็นความลับที่เธอพยายามซ่อนมาตลอดชีวิต กำลังถูกเปิดเผยออกมากลางวงล้อมของปีศาจที่เธอหวังจะต่อกร
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและโอบกอดบาดแผลไปพร้อมกับตัวละครของกระจกเงาสะท้อนใจนะคะ
เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 12
โลกใบเล็กของธันวา
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!