“ถ้าเธอเล่นพลาดอีกเพียงโน้ตเดียว ธันวา... ฉันรับรองว่าคืนนี้เธอจะไม่ได้แตะแม้แต่คีย์เปียโนอีกตลอดกาล”
เสียงของคุณหญิงภารดีที่กดต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบนั้นเย็นเยียบกว่าน้ำแข็งขั้วโลก มันกรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องซ้อมดนตรีที่โอ่อ่าแต่กลับดูอึดอัดราวกับกรงขัง มือเล็กๆ ของเด็กชายธันวาที่วางอยู่บนแป้นเปียโนสั่นระริกจนเห็นได้ชัด นิ้วเรียวยาวที่ควรจะพริ้วไหวอย่างสง่างาม กลับแข็งค้างด้วยความหวาดกลัว
รินรดาที่ยืนหลบมุมอยู่ในเงามืดของประตูห้องโถง แทบหยุดหายใจ เธอเฝ้าดูฉากละครที่ชวนให้หัวใจบีบคั้นนี้มานานเกินพอแล้ว เธอเห็นดวงตาของเด็กน้อยที่ไร้ซึ่งประกายแห่งความสุข มีเพียงความว่างเปล่าและความหวาดระแวงที่สะท้อนออกมาเหมือนสัตว์ที่ถูกต้อนจนมุม
“ขอโทษครับ... คุณแม่ ผมจะลองอีกครั้ง” ธันวาเอ่ยเสียงเบาหวิว ราวกับเกรงว่าเพียงแค่ลมหายใจก็อาจทำให้มารดาไม่พอใจ
เมื่อคุณหญิงภารดีหมุนตัวเดินออกไปพร้อมกับเสียงส้นสูงที่ตอกลงบนพื้นหินอ่อนราวกับเสียงฝีเท้าของเพชฌฆาต รินรดาจึงตัดสินใจก้าวออกมา เธอไม่ได้เดินเข้าไปหาเด็กชายในทันที แต่เลือกที่จะนั่งลงข้างๆ บนม้านั่งตัวยาวที่เปื้อนคราบน้ำตาแห่งความกดดัน
“วันนี้... เพลงที่เธอเล่น จบได้เศร้ากว่าครั้งก่อนนะ” รินรดาเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้
ธันวาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เขาเพียงแค่กำนิ้วมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อหนัง “เพราะผมมันโง่ครับหมอริน... ผมทำให้แม่ภูมิใจไม่ได้สักที”
“ไม่มีใครโง่เพียงเพราะเล่นเปียโนผิดหรอกนะธันวา” เธอเอื้อมมือไปแตะไหล่เด็กน้อยเบาๆ แต่ทว่า แรงเพียงเล็กน้อยนั้นกลับทำให้ธันวาสะดุ้งโหยงจนตัวงอ เขารีบดึงแขนเสื้อเชิ้ตราคาแพงลงมาปิดทับช่วงต้นแขนทันที กิริยานั้นรวดเร็วและเต็มไปด้วยความระแวงเกินกว่าเด็กสิบขวบจะทำได้
หัวใจของจิตแพทย์สาวหล่นวูบ รินรดารู้ดีว่านั่นไม่ใช่ปฏิกิริยาของเด็กที่แค่ตกใจ แต่เป็นสัญชาตญาณของการปกป้องบาดแผล
“ให้หมอดูหน่อยได้ไหมคะ?” รินรดาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุด แม้ในอกจะรู้สึกเหมือนมีไฟสุม “หมอไม่ได้จะทำอะไรเธอ หมอแค่อยากดูแล”
ธันวานิ่งงันไปครู่ใหญ่ ดวงตาคู่โตที่เปียกชื้นเงยขึ้นมองเธอด้วยความลังเล ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ผ่อนคลายมือที่กำแน่นลง รินรดาประคองแขนของเขาอย่างเบามือที่สุด เธอค่อยๆ ม้วนแขนเสื้อเชิ้ตเนื้อดีขึ้นช้าๆ และสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องล่างนั้น ทำให้ลมหายใจของเธอแทบจะขาดห้วงไปจริงๆ
รอยช้ำสีม่วงคล้ำขนาดใหญ่ปรากฏเป็นวงชัดเจนอยู่เหนือข้อศอก มันดูคล้ายรอยนิ้วมือที่บีบเค้นด้วยแรงมหาศาล และหากสังเกตให้ดี ยังมีรอยแผลเป็นเก่าจางๆ ที่เรียงตัวกันเป็นรอยขีดข่วนคล้ายการถูกเล็บจิก นี่ไม่ใช่ผลจากอุบัติเหตุ นี่คือหลักฐานของการทารุณกรรมที่ถูกซ่อนไว้ใต้ผืนผ้าเนื้อดีอย่างมิดชิด
“คุณแม่บอกว่า... ถ้าผมสมาธิสั้น หรือใจลอยตอนซ้อม มันคือการเตือนสติ” เด็กชายพึมพำด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติสามัญของโลกใบนี้ “หมอรินอย่าบอกใครนะครับ... ถ้าคุณแม่รู้ว่าผมบอกหมอ ท่านจะทำให้ผมไม่ได้ไปโรงเรียนอีกเลย”
รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งจุกอยู่ที่ลำคอ ความโกรธแค้นต่อความโหดร้ายภายใต้หน้ากากของผู้ดีไหลวนอยู่ในสายเลือดของเธอ แต่ในฐานะจิตแพทย์ เธอรู้ดีว่าการแสดงอารมณ์ออกมาตอนนี้จะทำลายความไว้วางใจที่เขามีให้เธอจนหมดสิ้น
“เธอไม่ต้องกลัวนะ ธันวา” เธอสัญญาพร้อมกับโอบกอดร่างเล็กที่สั่นเทาเข้าไว้ในอ้อมอก “หมอจะไม่ให้ใครมาทำร้ายเธอได้อีก... หมอสัญญา”
ท่ามกลางความเงียบงันที่แสนเจ็บปวดนั้นเอง จู่ๆ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้งจากโถงทางเดินข้างนอก ไม่ใช่เสียงส้นสูงของคุณหญิงภารดี แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้ากว่านั้น
รินรดาชะงัก เธอค่อยๆ ผละออกจากธันวาและหันไปมองยังบานประตูที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย เงาร่างหนึ่งทอดยาวผ่านประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่ทำให้รินรดาต้องเย็นวาบไปถึงสันหลัง
“คุณหมอครับ... ผมว่าคุณกำลังก้าวก่ายงานศิลปะที่สวยงามที่สุดของครอบครัวเรามากเกินไปแล้วนะครับ”
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยในหน้านิตยสารธุรกิจก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา เขาคือ ‘คุณดนัย’ พ่อของธันวาที่ทุกคนต่างพากันชื่นชมในฐานะนักธุรกิจผู้ใจบุญ แต่ในมือของเขากลับถือไม้เรียวที่ทำจากหวายชั้นดีเอาไว้แน่น ราวกับว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะมาสนทนา แต่ตั้งใจจะมา 'สอนบทเรียน' เพิ่มเติมในวันนี้
ความมืดของห้องเริ่มกลืนกินบรรยากาศ รินรดาตระหนักได้ทันทีว่าเธอพลาดไปแล้ว เธอเดินเข้ามาในถ้ำของเสือโดยที่ไม่มีอาวุธใดๆ นอกจากจรรยาบรรณที่อาจไร้ความหมายสำหรับคนตรงหน้า
รินรดาหวังให้เรื่องนี้เป็นเพียงฝันร้าย แต่เมื่อดนัยขยับตัวเข้ามาใกล้ พร้อมกับขังธันวาไว้ในเงาของเขาอีกครั้ง เธอรู้ดีว่าคืนนี้... เรื่องราวในกรงแก้วใบนี้กำลังจะพังทลายลงด้วยหยดเลือดหยดแรก
ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวในใจไปกับรินรดาในตอนต่อไปนะคะ - กระจกเงาสะท้อนใจ
เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 22
ร่องรอยการทำร้าย
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!