“คุณหญิงคะ ความสมบูรณ์แบบที่กำลังสร้างอยู่นี้ กำลังจะทำลายชีวิตเด็กคนหนึ่งไปตลอดกาล คุณมองไม่เห็นจริงๆ หรือคะว่าแววตาของธันวาไม่ได้กำลังสื่อสารผ่านเสียงเปียโน แต่มันคือเสียงร้องขอความช่วยเหลือ”
รินรดาวางแฟ้มประวัติการรักษาลงบนโต๊ะไม้ตัวหนา เสียงกระแทกเบาๆ นั้นดังสะท้อนก้องในโถงทางเดินที่เงียบเชียบ คุณหญิงภารดีเพียงแค่ปรายตามองด้วยสายตาเรียบเฉย ราวกับสิ่งที่จิตรแพทย์สาวพูดเป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านข้างหู
“หมอริน... หน้าที่ของคุณคือรักษา ไม่ใช่มาวิพากษ์วิจารณ์วิธีเลี้ยงลูกของฉัน” คุณหญิงภารดีเหยียดยิ้มที่มุมปาก “ถ้าธันวาพัง นั่นก็เพราะเขาอ่อนแอเกินกว่าจะแบกรับเกียรติยศของตระกูลได้ เหมือนกับพี่สาวของเขาไม่มีผิด”
ประโยคนั้นสั่นคลอนหัวใจของรินรดา ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกขุ่นมัวที่พุ่งพล่านอยู่ในอก พี่สาวของธันวา... ผู้ที่ถูกลบเลือนหายไปจากบทสนทนาในบ้านหลังนี้ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง
เมื่อคุณหญิงเดินลับหายไปพร้อมกับเสียงส้นสูงที่ก้องสะท้อน รินรดาก็ตัดสินใจเดินแยกไปอีกทาง ทางที่เธอแอบสังเกตมาตลอดหลายสัปดาห์ ทางไปสู่ปีกด้านตะวันตกของคฤหาสน์ที่ถูกปิดตาย
กลอนประตูห้องเก่าดูเหมือนจะถูกสนิมกัดกินจนฝืดเคือง รินรดาออกแรงผลักจนบานประตูไม้โอ๊คส่งเสียงครางประท้วง อากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นฝุ่นจางๆ และกลิ่นกระดาษเก่าที่ถูกขังไว้ในกรงแก้วแห่งความลืมเลือน เธอหยิบไฟฉายจากกระเป๋าสะพายขึ้นมาส่อง แสงสีขาวนวลเผยให้เห็นเปียโนหลังเก่าที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีขาวมอมแมม และโต๊ะเขียนหนังสือที่ถูกทิ้งไว้ในสภาพเดิมทุกประการ
บนโต๊ะนั้น... มีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งวางอยู่
รินรดาค่อยๆ เยื้องย่างเข้าไป มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปสัมผัสปกสมุดที่ทำจากหนังสีน้ำตาลเข้ม เธอเปิดหน้าแรกออก ลายมือบรรจงที่ดูอ่อนหวานแต่แฝงด้วยความเจ็บปวดปรากฏแก่สายตา
*‘วันที่ความฝันถูกตีค่าเป็นจำนวนเหรียญรางวัล... ฉันไม่เหลือตัวตนอีกต่อไปแล้ว’*
รินรดาพลิกหน้าถัดไป หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองรบ ข้อมูลที่ปรากฏในสมุดเล่มนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความทุกข์ระทมของเด็กสาว แต่มันคือหลักฐานของ 'รอยร้าว' ในโครงสร้างครอบครัวที่น่ากลัวกว่าที่เธอคาดคิด มันไม่ใช่แค่เรื่องของความเข้มงวด แต่มันคือการบงการชีวิตที่ถูกวางแผนไว้เป็นขั้นตอน เพื่อให้ได้มาซึ่ง ‘ตุ๊กตาที่สมบูรณ์แบบ’
“ธันวา... เธอต้องเห็นสิ่งนี้” รินรดาพึมพำกับตัวเอง
ในหน้าถัดมา มีรูปถ่ายใบหนึ่งสอดอยู่ มันเป็นภาพของพี่สาวธันวากับใครบางคนที่รินรดาคาดไม่ถึง เป็นภาพที่ถูกถ่ายในมุมมืดของสวนหลังบ้าน ใบหน้าของคนที่ยืนเคียงข้างพี่สาวธันวาคือบุคคลที่เธอเพิ่งสนทนาด้วยเมื่อครู่... แต่ไม่ใช่คุณหญิงภารดี!
รินรดารีบพลิกไปหน้าสุดท้ายของสมุด บันทึกหน้าล่าสุดลงวันที่ไว้เพียงไม่กี่วันก่อนที่พี่สาวธันวาจะหายตัวไปอย่างปริศนา ข้อความเพียงประโยคเดียวที่เขียนด้วยปากกาหมึกสีแดงเข้มทำให้รินรดาต้องหยุดหายใจ
*‘ถ้าฉันตายไป ความทรงจำเหล่านี้จะถูกขังไว้ในกรงแก้ว แต่ถ้าฉันรอด... ฉันจะเผาทุกอย่างให้เป็นเถ้าถ่าน รวมถึงคนที่ทำลายชีวิตฉันด้วย’*
เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้อง!
รินรดารีบปิดสมุดและสอดมันเข้าในกระเป๋า เสี้ยววินาทีนั้นประตูห้องที่เคยปิดสนิทก็ถูกเปิดผางออกพร้อมกับร่างของธันวาที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าประตู เด็กชายจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้รินรดาต้องแข็งทื่อไปทั้งตัว
“พี่รินครับ... พี่เจอ ‘บันทึกแห่งการจองจำ’ ของพี่สาวผมแล้วใช่ไหมครับ?” ธันวาค่อยๆ ก้าวเข้ามาในห้อง ก่อนจะหันไปปิดประตูด้วยตัวเองแล้วกดล็อกกลอนจนแน่น “ถ้าพี่อ่านมันแล้ว พี่จะรู้ว่าในบ้านหลังนี้... ไม่มีใครได้ออกไปจากกรงแก้วนี้อย่างปลอดภัยหรอกครับ แม้แต่คนที่พยายามจะเข้ามาช่วยก็ตาม”
รินรดาถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับเปียโนหลังเก่า เสียงคีย์เปียโนดังลั่นขึ้นหนึ่งเสียงราวกับเสียงระฆังเตือนภัย เมื่อธันวาเงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยหม่นแสงกลับมีความกระหายบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวสะท้อนออกมา
หวังว่าเนื้อหาในตอนนี้จะทำให้คุณรี้ดรู้สึกถึงความอึดอัดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในกรงแก้วแห่งนี้ไปพร้อมๆ กับดิฉันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - กระจกเงาสะท้อนใจ
เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 28
ห้องแห่งความทรงจำ
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!