"แม่ไม่ได้ถามความเห็นธันวา แต่นี่คือประกาศิตค่ะลูกรัก... ตั๋วเครื่องบินใบนี้จะเป็นตั๋วที่พาหนูไปสู่จุดสูงสุดที่ไม่มีใครในประเทศนี้เทียบชั้นได้"
เสียงทุ้มต่ำที่กรีดลึกราวกับใบมีดของ ‘คุณหญิงภารดี’ ดังสะท้อนอยู่ในห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หลุยส์ราคาแพง แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขังที่อากาศเจือจางลงทุกที ธันวานั่งตัวลีบอยู่บนโซฟาหนังแท้ นิ้วมือเล็กๆ ที่ผ่านการฝึกซ้อมเปียโนมาอย่างหนักหน่วงจนมีรอยด้าน กำลังบิดไปมาอยู่ใต้ตัก ร่องรอยความหวาดกลัวฉายชัดในดวงตาคู่ใสที่บัดนี้หมองหม่นราวกับแก้วที่กำลังจะแตกร้าว
รินรดานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอไม่ได้ขยับตัว แต่จังหวะการหายใจของเธอแปรปรวน เธอเห็นภาพซ้อนทับ... ภาพของเด็กชายที่กำลังจะถูกส่งไป 'ดัดนิสัย' ในแดนไกลภายใต้ชื่อสวยหรูว่า 'การศึกษาภาคบังคับเพื่อความเป็นเลิศ' มันไม่ใช่การส่งไปเรียน แต่มันคือการเนรเทศลูกชายออกจากชีวิตที่เขาโหยหา
"คุณหญิงคะ..." รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่หนักแน่นดุจหินผา "การส่งธันวาไปต่างประเทศในขณะที่เขามีภาวะซึมเศร้าจากการถูกกดดันแบบนี้ ไม่ต่างอะไรกับการผลักเขาลงจากหน้าผาแล้วบอกให้เขาหัดบินนะคะ"
คุณหญิงภารดีหันมามอง จิกสายตาผ่านกรอบแว่นสายตาทองคำ "คุณหมอรินรดาคะ ดิฉันจ้างคุณมาเพื่อดูแลจิตใจลูกชายดิฉัน ไม่ใช่มาเป็นผู้ปกครองคนที่สองของเขา ที่นี่คือบ้าน ไม่ใช่สถานบำบัด และธันวาไม่ใช่คนป่วย แต่เขาคือสมบัติล้ำค่าที่รอการเจียระไน"
ธันวาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้นสั่นระริก "แม่ครับ... ผมไม่อยากไป ผมอยากเล่นเพลงที่ผมชอบบ้าง... ไม่ใช่แค่เพลงที่คุณแม่สั่ง"
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบแก้มใสของเด็กชายดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้อง รินรดาใจหายวูบ เธอเผลอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ แต่คุณหญิงภารดีกลับทำเพียงจัดระเบียบชุดสูทของตนให้เรียบร้อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"นั่นคือค่าของความไม่รู้จักกาลเทศะค่ะธันวา" คุณหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "คุณหมอคะ ดิฉันต้องการให้คุณจัดการเรื่องใบรับรองสุขภาพจิตให้พร้อมภายในสัปดาห์หน้า ถ้าธันวายังอิดออดแบบนี้ ดิฉันคงต้องพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างเราใหม่"
รินรดาไม่ตอบ เธอหันไปสบตากับธันวาที่บัดนี้ก้มหน้านิ่ง รอยนิ้วแดงฉานบนแก้มของเขามันเจ็บปวดเสียจนเธอแทบกลั้นหายใจไม่ได้ เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การทะเลาะกัน แต่มันคือการตัดสินใจที่ชี้ชะตาชีวิตของเด็กคนหนึ่ง
เมื่อคุณหญิงภารดีเดินออกไปพร้อมกับเสียงส้นสูงที่เคาะพื้นอย่างเป็นจังหวะจนลับตา รินรดาจึงขยับเข้าไปใกล้ธันวา เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาซับรอยน้ำตาที่หยดลงบนแก้มของเด็กชายอย่างแผ่วเบา
"ธันวาฟังหมอนะ..." รินรดาขยับเข้าไปใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัดของเขา "หนูไม่ต้องไปที่นั่น หมอจะช่วยหนูเอง แต่เราต้องเริ่มแผนการนี้อย่างเงียบที่สุด หนูเข้าใจที่หมอพูดใช่ไหมคะ?"
"แผนการหนีเหรอครับ?" เสียงธันวาสั่นเครือ
"ไม่ใช่การหนีจากชีวิตนะคะ... แต่เป็นการหนีเพื่อไปหาชีวิตที่หนูเป็นคนเลือกเอง"
รินรดากระซิบแผนการที่เธอเตรียมไว้ในหัวมาตลอดหลายสัปดาห์ เธอรู้ดีว่าเธอเอาชีวิตการงานมาแขวนบนเส้นด้าย แต่สำหรับจิตแพทย์ที่เคยสูญเสียเด็กในความดูแลไปเพราะระบบครอบครัวที่บิดเบี้ยว เธอจะไม่ยอมให้ธันวาต้องกลายเป็นเพียง 'เงา' ในกรงแก้วใบนี้อีกต่อไป
พวกเขาคุยกันอยู่นานท่ามกลางความเงียบงันที่แฝงไปด้วยอันตราย ธันวาเริ่มมีความหวังเล็กๆ ปรากฏในแววตา แต่ในขณะที่รินรดากำลังจะเอื้อมมือไปกุมมือเด็กชายไว้ เสียงประตูห้องนั่งเล่นที่เปิดออกอย่างช้าๆ ก็หยุดทุกการเคลื่อนไหวของคนทั้งสอง
ร่างหนึ่งก้าวเข้ามา—ไม่ใช่คุณหญิงภารดี—แต่เป็นพ่อของธันวาที่หายตัวไปต่างประเทศนานนับเดือน ชายคนนั้นยืนจ้องมองรินรดาด้วยสายตาที่เย็นชา ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดอัดเสียงบางอย่างที่ทำให้รินรดาตัวเย็นวาบ
"ดูเหมือนว่า 'จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ' จะทำงานเกินหน้าที่ไปหน่อยนะครับ" ชายผู้เป็นพ่อเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัว "คุณคิดจริงๆ เหรอครับว่าคนอย่างผมกับภรรยาจะปล่อยให้ 'หนู' ตัวเล็กๆ อย่างคุณ มาทำลายกรงทองของเราได้ง่ายๆ?"
รินรดารู้สึกเหมือนลมหายใจจะขาดห้วง เมื่อเห็นชายชุดดำสองคนเดินตามหลังเขาเข้ามาในห้อง พร้อมกับแฟ้มเอกสารบางอย่างที่ดูคุ้นตา... มันคือแฟ้มประวัติส่วนตัวของเธอที่เธอคิดว่าทำลายไปตั้งแต่วันที่เริ่มอาชีพนี้
รอยร้าวในใจที่เธอพยายามเยียวยาคนอื่น บัดนี้มันกลับกำลังจะถูกฉีกกระชากออกมาให้ทุกคนได้รับรู้... เธอจะปกป้องธันวา หรือจะรักษาชีวิตตัวเองให้รอดพ้นจากกรงขังนี้ไปพร้อมกัน?
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้คุณรี้ดรู้สึกถึงรอยร้าวในใจของตัวละครไปพร้อมๆ กับดิฉันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - กระจกเงาสะท้อนใจ
เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 27
แผนการหนี
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!