เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 39

จริยธรรมที่เหนือราคา

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
เช็คที่วางอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กสีเข้มดูเบาหวิวราวกับขนนกในสายตาของรินรดา แต่มันกลับหนักอึ้งด้วยอำนาจมืดที่พยายามจะตีราคาค่าความเป็นคนของเด็กชายวัยสิบขวบให้กลายเป็นเพียงสินค้าที่ซื้อขายได้ด้วยตัวเลข "คุณรินรดาคะ ดิฉันคิดว่าตัวเลขนี้สมเหตุสมผลสำหรับความเหนื่อยยากตลอดสามเดือนที่ผ่านมา รวมถึง... ค่าปิดปากสำหรับเรื่องที่หมอจะลืมไปว่าธันวาเคยเปราะบางแค่ไหนในบ้านหลังนั้น" คุณหญิงภารดีเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำที่ไม่มีแม้แต่รอยกระเพื่อม ทว่าดวงตาภายใต้กรอบแว่นราคาแพงกลับจับจ้องรินรดาราวกับจะค้นหาความร้าวฉานในดวงตาของจิตแพทย์สาว รินรดาละสายตาจากเช็คใบนั้น เธอประสานมือเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด ความเงียบภายในห้องทำงานของเธอไม่ได้เต็มไปด้วยความสงบ แต่มันคือสนามรบที่มองไม่เห็น เธอสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากคุณหญิงตรงหน้า มันไม่ใช่ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ แต่มันคือความเย็นของหัวใจที่แห้งแล้งจากการขาดความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ "ดิฉันไม่ได้เป็นจิตแพทย์เพื่อให้คุณหญิงมาตีราคาค่าวิชาชีพด้วยเศษเงินพวกนี้ค่ะ" รินรดาตอบกลับ น้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อยแต่หนักแน่น เธอขยับเช็คแผ่นนั้นคืนกลับไปทางฝั่งเจ้าของด้วยปลายนิ้วเพียงแผ่วเบา "สิ่งที่ธันวาต้องการไม่ใช่การเปลี่ยนหมอคนใหม่หรือการย้ายไปโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่กว่า สิ่งที่เขาต้องการคือพื้นที่ที่เขาจะสามารถเล่นเปียโนได้โดยไม่รู้สึกว่านั่นคือโซ่ตรวนค่ะ" คุณหญิงภารดีแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าของสตรีผู้สูงศักดิ์ปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน "พื้นที่? คุณเรียกสิ่งที่เด็กคนนั้นกำลังทำว่าพื้นที่หรือคะ? นั่นมันคืออนาคตของตระกูล! ถ้าเขาไม่สามารถขึ้นเวทีคอนเสิร์ตใหญ่ในเดือนหน้าได้ ทุกอย่างที่ดิฉันสร้างมาเพื่อเขาก็จะพังทลาย คุณอย่าเอาความสงสารแบบโลกสวยมาตัดสินความสำเร็จเลยค่ะหมอ" "ความสำเร็จที่แลกมาด้วยเสียงสะอื้นของลูกตัวเอง... มันมีค่ามากขนาดนั้นเลยหรือคะ?" คำถามนั้นเปรียบเสมือนก้อนหินที่ถูกขว้างลงไปในบ่อน้ำที่นิ่งสนิท คุณหญิงภารดีชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเธอสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปยังสวนด้านล่างที่ธันวากำลังนั่งกอดเข่าอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เด็กชายไม่ได้เล่นเปียโน เขาเพียงแต่นั่งดูใบไม้ร่วงหล่นลงสู่พื้นดินอย่างเงียบเชียบ นั่นคือภาพของเด็กชายที่ถูกลบตัวตนจนเกือบหมดสิ้น "ดิฉันจะทำเรื่องส่งตัวธันวาไปรับการบำบัดแบบเฉพาะทาง ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณหญิงจะไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายตารางเวลาของเขาอีก" รินรดากล่าวต่อโดยไม่หันกลับมามอง "และถ้าคุณหญิงยังยืนกรานที่จะใช้เงินปิดปากความเจ็บปวดของลูก ดิฉันก็พร้อมที่จะใช้จริยธรรมของความเป็นหมอเป็นเกราะป้องกันให้เขา แม้จะต้องแลกด้วยใบประกอบวิชาชีพของดิฉันเองก็ตามค่ะ" "คุณกล้าท้าทายดิฉันหรือรินรดา? คุณรู้ไหมว่าคนอย่างคุณมีจุดจบแบบไหนในสังคมที่ต้องพึ่งพาชื่อเสียงของตระกูลดิฉัน?" เสียงฝีเท้าของคุณหญิงเดินเข้ามาใกล้ ความกดดันถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ รินรดาหันกลับมา แววตาของเธอไม่ปรากฏความหวาดกลัว มีเพียงความเศร้าที่ลึกซึ้ง "ดิฉันเคยเห็นเด็กหลายคนที่โตมาด้วยบาดแผลจากการถูกกดทับ และดิฉันสัญญาว่าจะไม่ยอมให้ธันวาต้องกลายเป็นหนึ่งในนั้น ไม่ว่าคุณหญิงจะมีอำนาจล้นฟ้าแค่ไหน แต่ในห้องตรวจนี้... ความถูกต้องสำคัญกว่าผลกำไรเสมอค่ะ" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน เสียงเคาะประตูดังรัวและเร่งร้อนก่อนที่จะถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต "คุณหมอครับ! ธันวา... ธันวาหายไปแล้วครับ!" เสียงของพยาบาลประจำห้องบำบัดดังแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "เขาไม่ได้อยู่ในสวน และผมพบจดหมายฉบับนี้วางทิ้งไว้ที่เปียโน... เขาเขียนถึงคุณหมอคนเดียวเท่านั้นครับ!" รินรดาใจหล่นวูบ เธอรับกระดาษแผ่นนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ลายมือของธันวายังคงดูไร้เดียงสาแต่แฝงด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้ง ในขณะที่คุณหญิงภารดีหน้าถอดสี จ้องมองกระดาษในมือรินรดาด้วยความลนลานที่ซ่อนไม่อยู่ เมื่อรินรดาคลี่กระดาษออกอ่าน ประโยคแรกของมันกลับทำให้โลกของเธอหยุดหมุน... *'ถ้าผมไม่มีตัวตนในบ้านหลังนี้ งั้นที่ที่ผมควรอยู่ คือที่ที่ไม่มีใครมองเห็นผมอีกต่อไปใช่ไหมครับหมอ?'* กระจกเงาสะท้อนใจขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกไปกับตัวละครของกระจกเงาสะท้อนใจนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%