เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 50

การเปิดเผยความจริง

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
ปลายปากกาหมึกซึมสีดำในมือของรินรดาสั่นน้อย ๆ แต่รอยจารึกบนกระดาษคำร้องเรียนต่อหน่วยงานคุ้มครองสิทธิเด็กนั้นกลับหนักแน่นและเด็ดขาดเกินกว่าจะดึงกลับคืน "คุณหมอแน่ใจแล้วหรือคะว่ากำลังจะเปิดประตูที่ไม่มีวันปิดกลับได้อีก" เสียงของทนายความสาวรุ่นน้องดังขึ้นเบา ๆ จากมุมห้องตรวจ บ่งบอกถึงความกังวลที่ฉายชัดผ่านดวงตาคู่นั้น ขณะที่แฟ้มประวัติการรักษาของธันวา—เด็กชายวัยสิบขวบผู้มีนิ้วมือเรียวยาวดุจศิลปินแต่กลับไร้ซึ่งรอยยิ้ม—วางอยู่ตรงกลางโต๊ะทำงานไม้สักที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลา รินรดาเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร แววตาของจิตแพทย์สาวนิ่งสงบ ทว่าภายในกลับพายุโหมกระหน่ำ ภาพรอยฟกช้ำจาง ๆ ใต้ร่มผ้าของธันวาในสัปดาห์ก่อน และเสียงสะอื้นไห้ที่ถูกกลืนหายไปในเสียงเปียโนแกรนด์เปียโนราคาแพง ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเธอ "ถ้าเรายังนิ่งเงียบในนามของความเป็นส่วนตัวของครอบครัว นั่นเท่ากับเรากำลังเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการฆาตกรรมจิตวิญญาณของเด็กคนหนึ่งค่ะคุณกานดา" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่น เสียงถอนหายใจยาวนานดังขึ้นก่อนที่แผ่นกระดาษแผ่นสุดท้ายจะถูกเซ็นชื่อลงไป ในมุมมองของสังคมภายนอก คุณหญิงภารดีคือแม่ตัวอย่าง ผู้เสียสละและผลักดันให้บุตรชายก้าวสู่เวทีระดับโลก แต่เบื้องหลังประตูบานหรูของคฤหาสน์หลังโตนั้น มีเพียงห้องซ้อมดนตรีที่หนาแน่นด้วยเสียงกรีดร้องทางอารมณ์ และกฎเหล็กที่ห้ามแม้แต่การมีความสุขอย่างไร้เหตุผล ในขณะเดียวกัน ณ คฤหาสน์ตระกูลอัคร The Great Piano ที่ซึ่งเสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงขับกล่อมความหรูหรา คุณหญิงภารดียืนกอดอกมองบุตรชายที่กำลังนั่งหลังตรงแหน่วอยู่หน้าเปียโน บาดแผลทางใจไม่ได้แสดงออกเป็นรอยเลือดเสมอไป แต่มันปรากฏชัดเจนในอาการสั่นเทาของเรียวนิ้วเด็กน้อยที่บรรเลงบทเพลงของโชופןด้วยความหวาดผวา "เล่นผิดอีกแล้วนะธันวา!" เสียงตวาดแหลมสูงดังขึ้น พร้อมกับฝ่ามือที่ฟาดลงบนฝาเปียโนเสียงดังสนั่นจนเด็กชายสะดุ้งสุดตัว "แม่ครับ... ผม... ผมเหนื่อย..." ธันวาเอ่ยเสียงสั่นเครือ หยดน้ำตาใส ๆ ร่วงหล่นกระทบลงบนคีย์สีขาวสะอาดตา "เหนื่อยอะไร! แกเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เพื่อเชิดหน้าชูตระกูลเรา ไม่ใช่มาทำตัวอ่อนแอไร้ค่าแบบนี้!" คุณหญิงภารดีแววตาแข็งกร้าว มือเรียวยาวที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตเอื้อมไปบีบไหล่เล็ก ๆ นั้นอย่างแรงจนเด็กชายต้องกัดริมฝีปากจนห่อเลือดเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ความกดดันที่สะสมมานานนับปีเดินทางมาถึงจุดแตกหัก เมื่อเสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นอย่างเร่งรีบ แม่บ้านวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับโทรศัพท์ในมือ สีหน้าซีดเผือกจนคุณหญิงภารดีต้องขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ "คุณผู้หญิงคะ... มีเจ้าหน้าที่จาก... จากกรมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจและนักจิตวิทยา มาขอพบธันวาค่ะ!" คุณหญิงภารดีชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มเย่อหยิ่งบนใบหน้าแข็งค้าง ก่อนที่ความโกรธเกรี้ยวจะพุ่งปรี๊ดขึ้นมาแทนที่ "ใครกล้า! ใครมันบังaaniugกล้าแจ้งความเรื่องครอบครัวฉัน!" ที่หน้าประตูคฤหาสน์ รินรดาก้าวลงจากรถยนต์สีดำพร้อมกับเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ แววตาของเธอเด็ดเดี่ยวและไร้ความหวาดกลัวต่ออิทธิพลใด ๆ เธอรู้ดีว่าก้าวนี้จะเปลี่ยนชีวิตของเธอและครอบครัวอัครไปตลอดกาล แต่เธอก็รู้เช่นกันว่า หากเธอถอยหลัง เด็กชายผู้บริสุทธิ์คนนั้นจะต้องจมดิ่งลงไปในความมืดมิดที่ไม่มีวันได้กลับคืนมา ประตูบานใหญ่ค่อย ๆ ถูกผลักเปิดออก ปะทะกับสายตาตื่นตระหนกและเกรี้ยวกราดของคุณหญิงภารดีที่ยืนขวางบันไดอยู่ราวกับราชสีห์หวงถิ่น "คุณหมอรินรดา! คุณกล้าดียังไงถึงพาคนพวกนี้มาที่บ้านฉัน!" เสียงแหลมสูงตวาดก้องโถงทางเดิน รินรดาก้าวเข้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รักษาระยะห่างอย่างสุภาพแต่หนักแน่น เธอสบตากับมารดาผู้กดขี่อย่างไม่หลบเลี่ยง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังพอจะทำให้ทุกคนในบ้านได้ยินชัดเจน "ดิฉันไม่ได้มาในฐานะแขกของคุณหญิงค่ะ แต่ดิฉันมาเพื่อปกป้องสิทธิที่เด็กคนหนึ่งพึงมีตามกฎหมาย... และพยานปากเอกคนสำคัญที่พร้อมจะพูดความจริงทั้งหมด ก็ยืนอยู่ตรงนั้นแล้วค่ะ" รินรดาเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยเผยให้เห็นร่างเล็กของธันวาที่เดินตามหลังเจ้าหน้าที่ออกมาจากมุมห้องซ้อมดนตรี พร้อมกับแผ่นกระดาษบันทึกข้อความเขียนด้วยลายมือเด็กสิบขวบที่เต็มไปด้วยรอยเปื้อนน้ำตา ยื่นให้กับเจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็กด้วยมือที่สั่นเทา แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ธันวากำลังจะก้าวเท้าพ้นธรณีประตูบ้านเพื่อเป็นอิสระ เสียงกริ่งโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของรินรดากลับดังขึ้นทำลายความเงียบงัน หน้าจอแสดงเบอร์แปลกประหลาดที่ไม่มีชื่อบันทึก แต่รหัสพื้นที่นั้นมาจากโรงพยาบาลจิตเวชเก่าแก่ที่เธอเคยทำงานและเก็บงำความลับดำมืดที่สุดไว้ในอดีต รินรดากดรับสายด้วยความลังเล เสียงปลายสายแหบพร่าและเย็นยะเยือกเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของจิตแพทย์สาวเย็นเฉียบลงทันที *"คุณหมอครับ... คนไข้เคส 'ห้องกระจกเงา' เมื่อสิบห้าปีก่อน ที่คุณหมอเคยบอกว่าเสียชีวิตไปแล้ว... ตอนนี้เขากำลังยืนรอพบคุณหมออยู่ที่ห้องทำงานของคุณหมอ... และเขารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับอดีตที่คุณพยายามปกปิดมาตลอดชีวิตค่ะ..."* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกไปกับตัวละครของกระจกเงาสะท้อนใจนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%