เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 25

ความจริงที่ถูกฝัง

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
“ดิฉันต้องการทราบเรื่องของ ‘รินลดา’ พี่สาวของธันวา... เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อน คุณหญิงพอจะบอกความจริงกับดิฉันได้ไหมคะ” น้ำเสียงของรินรดาเรียบเรื่อย ทว่าแฝงด้วยความกดดันที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นอันหรูหราของคฤหาสน์ภารดีเย็นเยียบลงถนัดตา เธอจ้องมองหญิงสูงวัยที่กำลังจรดปากกาเซ็นเอกสารบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ด้วยแววตาที่ไม่ยอมลดละ คุณหญิงภารดีชะงักปากกา หมึกซึมสีน้ำเงินเข้มแต้มจุดเล็กๆ ลงบนกระดาษแผ่นสำคัญราวกับหยดเลือด เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยฉาบด้วยความใจดีจอมปลอมบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่กรีดลึก “หมอริน... คุณล้ำเส้นเกินไปแล้วนะคะ” คุณหญิงวางปากกาลงช้าๆ เสียงกระทบกันของมันดังก้องไปทั่วห้อง “เรื่องของลูกสาวที่ตายไปแล้ว มันไม่เกี่ยวกับสภาพจิตใจของธันวาในตอนนี้” “มันเกี่ยวค่ะ... เกี่ยวโดยตรงเลย” รินรดาวางแฟ้มประวัติที่ได้มาจากอดีตแม่บ้านคนสนิทของคุณหญิงลงบนโต๊ะ “ความจริงที่ว่าคุณหญิงไม่ใช่แค่ ‘คาดหวัง’ ในตัวลูก แต่คุณหญิง ‘ทำลาย’ คนที่กล้าขัดขวางความสำเร็จที่คุณวาดหวังไว้... รินลดาไม่ได้ป่วยเพราะโรคซึมเศร้าธรรมดาใช่ไหมคะ เธอป่วยเพราะความหวาดกลัวแม่แท้ๆ ของตัวเอง” คุณหญิงภารดีแค่นยิ้ม มุมปากขยับเพียงเล็กน้อยแต่แววตากลับว่างเปล่า “คนเป็นแม่ย่อมรู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่สมควรสำหรับลูก การที่เด็กคนหนึ่งไร้ซึ่งระเบียบวินัยและฝันเฟื่องในสิ่งที่ไม่มีวันสร้างชื่อเสียงให้ตระกูลได้ นั่นไม่ใช่ความผิดของแม่ แต่คือความล้มเหลวของตัวเด็กเอง” “พี่สาวธันวาฝันอยากเรียนศิลปะ เขาไม่ได้อยากเป็นนักเปียโนที่ขึ้นเวทีเพื่อสนองความภูมิใจของคุณหญิง!” รินรดาขึ้นเสียงเล็กน้อย พยายามควบคุมความสั่นไหวในใจ “คุณหญิงทำลายพู่กัน ทำลายงานศิลปะของเธอ จนเธอต้องขังตัวเองอยู่ในกรงที่เรียกว่าบ้านหลังนี้... จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของเธอสิ้นลงในห้องที่ปิดตาย!” บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่หลังแววตาคู่นั้น ความทรงจำของเธอเองเริ่มซ้อนทับกับเรื่องราวของรินลดา ความเงียบที่น่าอึดอัดถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างแผ่วเบา “หมอครับ... ทำไมแม่ต้องตะโกนใส่หมอด้วยล่ะครับ?” ร่างเล็กของธันวายืนอยู่ที่หน้าประตู มือของเด็กน้อยกำชายเสื้อตัวเองแน่น แววตาของเขาดูเลื่อนลอยและหวาดระแวง รินรดาสะท้อนใจจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อเห็นว่าเด็กชายผู้เปราะบางคนนี้กำลังมองเห็น ‘เงามืด’ ของพี่สาวผ่านแววตาของเธอ “ธันวา... กลับไปที่ห้องลูกเดี๋ยวนี้!” คุณหญิงภารดีตวาดลั่น “ไม่ค่ะ!” รินรดาลุกขึ้นขวางหน้าเด็กชาย “ธันวาต้องรับรู้ว่าพี่สาวของเขาไม่ได้ทิ้งเขาไปไหนด้วยความสมัครใจ แต่เป็นเพราะความโหดร้ายที่ถูกปกปิดไว้ภายใต้เปลือกนอกที่สวยหรูนี้ต่างหาก!” คุณหญิงภารดีลุกขึ้นยืน ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธจัด “คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนฉันในบ้านของฉัน! ออกไป! ก่อนที่ฉันจะใช้สิทธิ์ในการฟ้องร้องคุณข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัวและยุยงให้ลูกฉันเสียคน!” รินรดาหันไปมองธันวาที่เริ่มตัวสั่น เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นเบาๆ ดังลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริกของเขา เด็กชายเดินถอยหลังไปหนึ่งก้าว ก่อนจะสะดุดเข้ากับพรมจนล้มลง แต่สิ่งที่ทำให้รินรดาใจหล่นวูบไม่ใช่ท่าทางนั้น ธันวาหยิบเศษกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเขาขึ้นมา มันคือภาพวาดลายเส้นดินสอสีดำที่ดูบิดเบี้ยวแต่ทรงพลัง เป็นภาพของ ‘ผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่มีใบหน้า’ กำลังถูกขังอยู่ในกรงแก้วที่มีมือของใครบางคนเอื้อมมาบดขยี้อยู่ภายนอก “นี่ไม่ใช่ภาพวาดของพี่รินลดา...” เสียงของธันวาสั่นพร่าขณะชี้ไปที่มุมภาพ “...แต่เป็นภาพที่ผมวาดเมื่อคืนตอนที่แม่บอกว่า ถ้าผมเล่นผิดแม้แต่ตัวโน้ตเดียว แม่จะทำลายเปียโนหลังนี้ทิ้งเหมือนที่เคยทำกับของพี่” คุณหญิงภารดีหน้าถอดสีทันที ขณะที่รินรดาแทบหยุดหายใจ เธอหันกลับไปมองภาพวาดนั้นอีกครั้ง ความจริงที่ถูกฝังไว้ไม่ได้เพียงแค่รอการเปิดเผย แต่มันกำลังกัดกินจิตวิญญาณของธันวาให้แตกสลายไปตามรอยร้าวเดิมที่พี่สาวของเขาเคยเผชิญ รินรดาคว้ามือธันวาไว้แน่นหมายจะพาเขาออกไปจากกรงแก้วแห่งนี้ ทว่าเสียงหัวเราะเยือกเย็นของคุณหญิงภารดีกลับดังขัดขึ้นเบื้องหลังพร้อมกับเสียงล็อคประตูห้องที่ดัง ‘กริ๊ก’ อย่างมั่นคง “คิดหรือคะว่าเดินเข้ามาในกรงนี้แล้ว จะออกไปได้ง่ายๆ โดยไม่ทิ้งอะไรไว้?” สายตาของธันวาเปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยินเสียงล็อคนั้น เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองรินรดาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าจนน่าสะพรึงกลัว ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้รินรดารู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง “หมอครับ... รอยร้าวในใจของผม มันไม่ได้มีแค่รอยเดียวหรอกนะครับ” ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง รินรดาก็พบความจริงที่น่าตระหนกยิ่งกว่าว่า... ความลับที่เธอกำลังสืบ ไม่ใช่เรื่องของอดีตที่ผ่านพ้นไปแล้ว แต่มันคือ ‘คำสาป’ ที่ถูกส่งต่อมายังธันวาอย่างสมบูรณ์แบบโดยที่เธอเองก็ไม่ทันตั้งตัว! หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้คุณรี้ดรู้สึกถึงรอยร้าวในใจของตัวละครไปพร้อมๆ กับดิฉันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - กระจกเงาสะท้อนใจ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%