เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 24

พันธมิตรที่ไม่คาดคิด

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
"ฉันไม่ได้ต้องการความเห็นใจจากคุณครูค่ะ แต่สิ่งที่ฉันต้องการคือ 'หลักฐาน' ว่าธันวากำลังแตกสลายอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่สวยงามเหล่านั้น" เสียงของรินรดาเรียบสนิท ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยในตอนท้าย เธอนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานในห้องตรวจที่เงียบเชียบ จ้องมองหน้าจอสมาร์ตโฟนที่เพิ่งกดวางสายจากครูประจำชั้นของธันวา แสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์เหนือศีรษะดูเหมือนจะสว่างเกินไปจนทำให้นัยน์ตาของเธอพร่ามัว เธอเพิ่งตัดสินใจทำสิ่งที่ข้ามเส้นจรรยาบรรณวิชาชีพไปครึ่งก้าว เพียงเพื่อแลกกับโอกาสในการช่วยเด็กชายวัยสิบขวบที่กำลังถูกพันธนาการด้วยความคาดหวังของคุณหญิงภารดี เสียงเคาะประตูเบาๆ ที่ดังก้องราวกับเสียงระฆังแห่งความกังวลทำให้เธอสะดุ้ง รินรดาสูดหายใจเข้าลึก พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะเอ่ยอนุญาต "เชิญค่ะ" ครูสิริมา ครูประจำชั้นผู้มีแววตาอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความหวาดหวั่นก้าวเข้ามา เธอไม่ได้สวมชุดยูนิฟอร์มครูอย่างที่เคย แต่มาในชุดไปรเวทมิดชิดราวกับต้องการหลบเลี่ยงการถูกจับตามอง ครูสิริมาทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะวางสมุดบันทึกเล่มหนึ่งลงบนโต๊ะ "หมอรินคะ... สิ่งที่หมอขอให้ฉันทำ มันอาจจะหมายถึงการตกงานของฉัน หรือแย่กว่านั้น คือการเผชิญหน้ากับครอบครัวที่มีอิทธิพลขนาดนั้น" ครูสิริมากล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่า เธอเลื่อนสมุดบันทึกไปตรงหน้าคุณหมอ "ธันวาไม่ได้แค่เล่นเปียโนไม่ได้ดั่งใจแม่ แต่เขากำลัง 'ทำร้ายตัวเอง' ในห้องดนตรีที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปขัดจังหวะ" รินรดาหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาเปิด หน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยรอยขีดเขียนอย่างรุนแรง ภาพวาดของกรงขังที่ทำจากคีย์เปียโนสีดำและขาว ลายเส้นที่สะท้อนถึงความอัดอั้นของเด็กชายวัยสิบขวบทำให้หัวใจของจิตแพทย์หญิงกระตุกวูบ เธอไม่ได้สู้เพียงลำพังแล้ว ความโดดเดี่ยวที่เธอเคยเผชิญในวัยเด็กเหมือนถูกสะท้อนกลับมาผ่านตัวอักษรเหล่านั้น "ขอบคุณที่กล้าหาญนะคะครูสิริมา" รินรดาเงยหน้าขึ้น สบตาอีกฝ่ายด้วยความมุ่งมั่น "เราไม่ได้กำลังทำลายครอบครัวใคร แต่เรากำลังปกป้องชีวิตหนึ่งชีวิตก่อนที่เขาจะแตกสลายไปมากกว่านี้ ครูต้องบอกฉันทุกอย่างที่เห็น ทั้งรอยช้ำบนข้อมือ และคำพูดที่คุณหญิงใช้ในวันประชุมผู้ปกครอง" ครูสิริมาเม้มปากแน่น ความลังเลฉายชัดบนใบหน้าก่อนจะยอมเผยความจริงที่น่าตกใจ "มีเรื่องหนึ่งที่ฉันเพิ่งนึกได้... เมื่อวานนี้ ขณะที่ฉันแอบดูธันวาซ้อมเปียโนผ่านช่องประตู คุณหญิงภารดีไม่ได้แค่สั่งให้เขาซ้อมซ้ำๆ แต่เธอ... เธอใช้เครื่องบันทึกเสียงบันทึกทุกตัวโน้ตที่ธันวาเล่นผิด แล้วเปิดซ้ำให้เขาฟังเป็นร้อยรอบจนเด็กคนนั้นกรีดร้องออกมา..." รินรดาขยับตัวเข้าใกล้ แววตาของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความแข็งกร้าว "นั่นไม่ใช่การสอน แต่มันคือการทารุณกรรมทางจิตใจ" บทสนทนาที่กำลังเข้มข้นถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาทางระเบียงเดินด้านนอก รินรดารีบเก็บสมุดบันทึกใส่ลิ้นชักอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนนิ่งเงียบราวกับรูปปั้น หัวใจของรินรดาเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงฝีเท้าหยุดลงหน้าห้องตรวจพอดี "หมอรินคะ พอจะมีเวลาสักครู่ไหมคะ พอดีฉันแวะมาดูอาการลูกชายที่เพิ่งจะกลับจากเรียนพิเศษ..." เสียงที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยอำนาจลอยทะลุผ่านบานประตูไม้เข้ามา คุณหญิงภารดีมายืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ ในช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุด รินรดาสบตากับครูสิริมาด้วยความตระหนก มือของเธอสั่นระริกขณะที่เอื้อมไปแตะกลอนประตู บานประตูค่อยๆ ถูกผลักเปิดออก เผยให้เห็นหญิงวัยกลางคนในชุดหรูหรา ใบหน้าของเธอเรียบเฉย ทว่าแววตาที่จ้องมองมานั้นกลับคมกริบราวกับมีดที่พร้อมจะกรีดลึกทุกความลับที่ถูกซ่อนไว้ รินรดาเห็นมือข้างหนึ่งของคุณหญิงกำชายกระโปรงแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "คุณหญิง... มาเร็วกว่าที่ดิฉันคาดไว้เลยนะคะ" รินรดาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความเยือกเย็นไว้ให้ถึงที่สุด คุณหญิงภารดีเดินเข้ามาในห้องช้าๆ สายตาของเธอปรายมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่เก้าอี้ที่ครูสิริมาเพิ่งนั่ง "ดูเหมือนหมอจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญอยู่นะคะ... แต่ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมีเรื่องที่น่าสนใจกว่าจะมาแจ้งให้หมอทราบ" คุณหญิงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วหมุนหน้าจอให้รินรดาดู ภาพถ่ายของรินรดาที่กำลังยืนสนทนากับครูสิริมาในมุมมืดของลานจอดรถเมื่อสองวันก่อนปรากฏขึ้นบนหน้าจอ พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากของคุณหญิงที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบ "หมอคิดจริงๆ เหรอคะว่า หมอจะสามารถกางปีกปกป้อง 'นกในกรง' ของฉันได้โดยที่ฉันไม่รู้ตัว... หมอควรจะรู้ว่ากรงแก้วที่ฉันสร้าง มันไม่ได้มีไว้แค่ขังนก แต่มีไว้เพื่อรอดูว่าใครบ้างที่พยายามจะทุบมันให้แตก แล้วฉันจะได้กำจัดคนพวกนั้นทิ้งเสียที" รินรดายืนตัวแข็งทื่อ รอยร้าวในใจที่เธอพยายามรักษามาตลอดหลายปีดูเหมือนกำลังจะปริแตกอีกครั้ง เมื่อเธอมองเห็นเงามืดที่ขยับเขยื้อนอยู่ด้านหลังคุณหญิงภารดี นั่นไม่ใช่เงาธรรมดา แต่มันคือร่างของธันวาที่เดินโซเซตามหลังแม่มา ใบหน้าของเด็กชายซีกหนึ่งมีรอยปื้นสีม่วงช้ำ และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ธันวาไม่ได้มองเธอด้วยสายตาขอความช่วยเหลืออีกต่อไป... เขากลับจ้องมองเธอด้วยความว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว และในมือเล็กๆ นั้น เขากำลังถือเครื่องบันทึกเสียงตัวเดียวกับที่คุณหญิงใช้ทารุณเขาราวกับเป็นอาวุธชิ้นสุดท้าย ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวในใจไปกับรินรดาและโชคชะตาที่บิดเบี้ยวในตอนต่อไปนะคะ - กระจกเงาสะท้อนใจ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%