เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 2

การมาถึงของรินรดา

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้ค่ะ ธันวา!" รินรดาเคาะประตูห้องด้วยจังหวะที่หนักแน่นและต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงเสียงฟืดฟาดสลับกับเสียงขูดขีดคล้ายเล็บกรีดลงบนเนื้อไม้หนา กลิ่นไหม้ของฉนวนพลาสติกที่ปะทะจมูกยิ่งเร่งเร้าให้สัญชาตญาณในฐานะจิตแพทย์ของเธอทำงานหนัก มือเรียวที่เคยนิ่งสนิทกลับสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปจับลูกบิดโลหะเย็นเฉียบ "คุณรินรดาคะ! ถอยออกมา!" เสียงแหลมสูงของคุณหญิงภารดีแว่วมาจากโถงบันไดเบื้องล่าง ร่างโปร่งระหงในชุดสีครีมก้าวขึ้นมาด้วยท่วงท่าที่ยังคงรักษาความสง่างามไว้ได้อย่างน่าสะอิดสะเอียนแม้ในสถานการณ์วิกฤต "นั่นเป็นห้องส่วนตัวของธันวา ไม่ว่าเขาจะทำอะไร... เรามีกฎที่ต้องเคารพ" รินรดาหมุนลูกบิดโดยไม่หันไปมอง "กฎที่ใช้ขังเด็กสิบขวบไว้กับความมืดและกลิ่นไหม้เหรอคะคุณหญิง? นั่นไม่ใช่กฎ แต่นั่นคือการกักขัง" *คลิก* ประตูเปิดออกอย่างไม่คาดฝัน ความมืดมิดภายในห้องถูกฉาบด้วยแสงไฟจากโถงทางเดิน รินรดาผงะถอยหลังครึ่งก้าวเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า ธันวานั่งขดตัวอยู่มุมห้อง แผ่นหลังเล็กๆ สั่นเทาอย่างรุนแรง ท่ามกลางซากเปียโนไฟฟ้าราคาแพงที่ถูกรื้อสายไฟออกมาจนดูคล้ายงูเหล็กที่ตายซาก กลิ่นควันยังคงอบอวลอยู่รอบตัวเด็กชาย "ธันวา..." รินรดาเรียกชื่อแผ่วเบา เธอค่อยๆ คุกเข่าลงบนพรมหนา รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เด็กชายรู้สึกถูกรุกล้ำ "ฉันชื่อรินรดา วันนี้ฉันมาที่นี่เพื่อเป็นเพื่อน... เป็นคนที่รับฟังสิ่งที่เปียโนและพ่อแม่ของคุณไม่ได้ยิน" ธันวาเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่สวยที่ควรจะส่องประกายด้วยความหวังกลับเต็มไปด้วยรอยร้าวที่แตกสลาย เขาไม่ได้มองหน้าเธอ แต่จ้องมองไปที่รอยไหม้บนฝ่ามือตัวเองอย่างเลื่อนลอย "มันดังเกินไป..." เสียงของเขากระซิบ แหบพร่าและสั่นเครือ "เสียงเพลงที่พวกเขาอยากให้ผมเล่น... มันดังจนสมองผมจะระเบิด ผมแค่พยายามจะทำให้มันเงียบ... แค่พยายามให้มันเงียบ" คุณหญิงภารดีที่ก้าวตามเข้ามาหยุดชะงัก สายตาที่เคยมองลูกชายด้วยความคาดหวังกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่น่าขนลุก "ทำลายของพังพินาศหมด ธันวา นี่คือวิธีที่แม่สอนให้ขอบคุณผู้มีพระคุณเหรอ?" รินรดาลุกขึ้นยืนทันที เธอขวางหน้าเด็กชายไว้ราวกับโล่ห์มนุษย์ สายตาของเธอปะทะกับสายตาของคุณหญิงอย่างไม่มีใครยอมใคร "ถ้าจะโทษใครสักคน โปรดโทษคนที่วางความคาดหวังหนักอึ้งไว้บนบ่าเด็กคนนี้จนเขาหายใจไม่ออกเถอะค่ะคุณหญิง สิ่งที่ธันวาทำไม่ใช่ความก้าวร้าว แต่มันคือสัญญาณเตือน... ก่อนที่เขาจะแหลกสลายไปจริงๆ" "คุณมีหน้าที่สอนบทเรียนให้ลูกฉัน เพื่อให้เขาชนะการประกวดปลายปี ไม่ใช่มานั่งวิพากษ์วิจารณ์การเลี้ยงดูของฉัน" คุณหญิงยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "จำเอาไว้รินรดา เงินที่ฉันจ่ายให้คุณ มันซื้อความเงียบและผลลัพธ์ ไม่ใช่ความเห็นอกเห็นใจที่ไร้ราคา" คำพูดนั้นเสียดแทงเหมือนเข็มที่ทิ่มลงบนบาดแผลเก่าในใจของรินรดา ภาพในอดีตที่พ่อแม่ของเธอเคยใช้เงินฟาดหัวเพื่อปิดปากความเจ็บปวดในวัยเด็กฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง เธอสูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมสติที่เกือบจะหลุดลอย "ความเห็นอกเห็นใจอาจจะดูไร้ราคาในสายตาคุณหญิง..." รินรดาเว้นจังหวะ น้ำเสียงของเธอเย็นยะเยือกและหนักแน่น "แต่สำหรับธันวา มันคือสิ่งเดียวที่จะดึงเขาไม่ให้กระโดดลงไปในนรกที่สร้างขึ้นจากความต้องการของพวกคุณ" คุณหญิงภารดีสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดดัน รินรดาหันกลับมาหาเด็กชายที่เริ่มขดตัวแน่นกว่าเดิม เธอค่อยๆ หยิบกล่องเครื่องมือปฐมพยาบาลขึ้นมา แม้ใจจะยังเต้นรัวด้วยความโกรธแค้นต่อระบบครอบครัวที่บิดเบี้ยวนี้ แต่เธอก็รู้ดีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ยาวไกลและอันตราย "ธันวา... ฉันจะอยู่ตรงนี้จนกว่ากลิ่นควันจะจางไป" เธอพูดพลางหยิบผ้าสะอาดขึ้นมาซับรอยไหม้ที่มือของเขาเบาๆ เด็กชายหยุดสั่น เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองรินรดา แววตาที่เคยว่างเปล่าเริ่มมีหยดน้ำตาเอ่อล้น เขาขยับปากพูดโดยแทบไม่มีเสียง "คุณ... คุณไม่ได้มาเพื่อสอนเพลงให้ผมใช่ไหม?" รินรดานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก ยิ้มที่ไม่ได้ปรุงแต่งเพื่อเอาใจใคร "ฉันมาเพื่อสอนให้คุณเป็นคนที่มีความสุข... แม้จะต้องแลกด้วยทุกอย่างที่พวกเขาสร้างมาก็ตาม" ในขณะที่รินรดากำลังจะพันแผลให้ธันวา สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้พรมที่รื้อขึ้นมา มันคือสมุดบันทึกเล่มหนาที่ปกเปื้อนคราบน้ำมันและรอยไหม้ ขอบสมุดมีตัวอักษรสีแดงเข้มที่เขียนด้วยลายมือสั่นๆ ของธันวาว่า *'บันทึกวันที่ผมตาย'* รินรดาชะงักค้าง มือที่กำลังพันผ้าพันแผลหยุดนิ่งทันที เมื่อเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยของใครบางคนเดินย้อนกลับมาหยุดอยู่หน้าห้อง พร้อมกับเสียงเคาะประตูสามครั้งที่เป็นจังหวะแปลกประหลาด *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก* "คุณรินรดาคะ..." เสียงคุณหญิงภารดีที่ดังลอดเข้ามาคราวนี้กลับไม่มีความกราดเกรี้ยว แต่เป็นเสียงที่สั่นพร่าด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด "ธันวา... เขาไม่ได้มีแค่คนเดียวใช่ไหมคะ?" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรอยร้าวในใจของพวกเขานะคะ กระจกเงาสะท้อนใจ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%