เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 34

ความหวังครั้งใหม่

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของแพทย์หญิงรินรดาเปล่งแสงวาบขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ ข้อความปริศนาจากหน้าจอที่เพิ่งสว่างวาบเมื่อครู่ยังคงสะท้อนอยู่ในความรู้สึก *'หมอรินรดา อย่าเชื่อสิ่งที่เด็กคนนั้นพูด... เขากำลังเล่นเกมที่เขาวางแผนไว้กับแม่ของเขาตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้าห้องคุณ'* ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงเล็กน้อย รินรดากวาดสายตาอ่านข้อความนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกระแวดระวังแล่นริ้วขึ้นมาในอกราวกับกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แต่มันไม่ได้ทำให้เธอไขว้เขว ในฐานะจิตแพทย์เด็กที่ผ่านเคสความเปราะบางทางจิตใจมานับไม่ถ้วน เธอย่อมรู้ดีว่า "เกม" ที่ผู้ใหญ่หวาดกลัว แท้จริงแล้วเป็นเพียงเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากเด็กที่ไร้ทางสู้ต่างหาก ประตูห้องตรวจถูกเคาะเบาๆ สามครั้ง ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของอดีตสามี—ผู้ชายที่เคยขึ้นชื่อว่าเย็นชา ไร้หัวใจ และผลักไสเธอลงไปในหลุมดำแห่งความเดียวดายเมื่อหลายปีก่อน ทว่าในยามนี้ แว่นตาไร้กรอบที่เขาเคยสวมเพื่อปกปิดความอ่อนแอได้ถูกถอดออก ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า รอยคล้ำใต้ตาบ่งบอกถึงค่ำคืนที่ไม่ได้นอน และที่สำคัญที่สุด... มันฉายแววสำนึกผิดที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายคนนี้ "คุณริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าหากเขาพูดดังเกินไป ตัวตนของเธอจะสลายหายไปในอากาศ รินรดานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน เธอไม่ได้ลุกขึ้นต้อนรับ และไม่ได้แสดงท่าทีเกצאาดกลัวเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ความเจ็บปวดจากการถูกทอดทิ้งในวันที่เธอกำลังตั้งครรภ์และต้องการเขามากที่สุด ได้ถูกหล่อหลอมให้กลายเป็นเกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง ผู้หญิงที่เคยร้องไห้ฟูมฟายในวันนั้น ได้ตายไปนานแล้ว เหลือเพียงแพทย์หญิงผู้ทรงเกียรติและมารดาผู้เข้าใจความเจ็บปวดของเด็กชายธันวาอย่างลึกซึ้ง "เชิญนั่งค่ะ คุณกรวีร์" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนา ห่างเหิน และสุภาพจนน่าใจหาย กรวีร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขานั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามเธออย่างเจียมเนื้อเจียมตัว มือหนาทั้งสองข้างประสานกันแน่นบนตัก ท่าทีที่เคยผยองและมั่นใจในตัวเองหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเวทนาของมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังขอร้องให้มีโอกาสได้ไถ่บาป "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำในอดีต... มันอภัยให้ไม่ได้" กรวีร์เริ่มต้นด้วยเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่มือเรียวของอดีตภรรยาที่กำลังวางปากกาลง "แต่เรื่องของธันวา ลูกของเรา... ผมไม่อยากให้เขาต้องพังทลายไปมากกว่านี้ ผมเพิ่งรู้ตัวว่าความคาดหวังบ้าๆ ของผมกับแม่ มันเกือบจะฆ่าลูกชายตัวเองทางอ้อม" รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "เพิ่งรู้ตัวอย่างนั้นหรือคะ? น่าแปลกนะคะ ทั้งที่เขาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณแท้ๆ แต่ต้องรอให้ถึงวันที่เด็กคนหนึ่งเกือบจะกระโดดตึกตาย คุณถึงเพิ่งมองเห็นความเปราะบางในตัวเขา" คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในหัวใจของกรวีร์ราวกับคมมีด เขาก้มหน้าลง ยอมรับความจริงอันเจ็บปวดโดยไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น "ผมผิดเองครับ..." กรวีร์ยอมจำนน น้ำเสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "แม่ของผม... คุณหญิงภารดี พยายามที่จะเข้ามาแทรกแซงการรักษาของธันวาอีก ท่านขู่ว่าจะฟ้องแพทยสภาและถอดถอนใบอนุญาตของคุณ ถ้าคุณยังยืนกรานที่จะทำตามวิธีบำบัดจิตใจเด็กโดยไม่พึ่งยาจิตเวชแบบที่ครอบครัวเราต้องการ" รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อย ข้อความเตือนภัยในโทรศัพท์เมื่อครู่ผุดขึ้นมาในหัวทันที *หรือว่านี่จะเป็นเกมของคุณหญิงภารดี?* เธอนิ่งคิดไปชั่วขณะ ประเมินสถานการณ์ด้วยหลักเหตุและผล การใช้อำนาจเงินและอิทธิพลกดดันแพทย์เป็นสิ่งที่ตระกูลนี้ถนัดนัก แต่ครั้งนี้... มีชีวิตของธันวาเป็นเดิมพัน "คุณกลัวแม่ของคุณมากกว่าความสุขของลูกตัวเองหรือคะ?" รินรดาถามสวนกลับ น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่ทรงพลังจนกรวีร์ต้องเงยหน้าขึ้นสบตา "ไม่! ผมไม่กลัวอีกแล้ว" กรวีร์ตอบกลับทันควัน แววตาฉายความเด็ดเดี่ยวขึ้นมาอย่างที่รินรดานไม่เคยเห็นมาก่อน "ผมยอมแพ้แล้ว ริน... ผมยอมเป็นกบฏต่อตระกูลตัวเอง ยอมสูญเสียทุกอย่างที่แม่เคยยัดเยียดให้ ขอแค่... ขอแค่ลูกยังคงมีรอยยิ้มและเสียงเปียโนที่จริงใจของเขาอีกครั้ง ผมมาที่นี่วันนี้ ไม่ได้มาในฐานะนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล แต่มาในฐานะพ่อ... พ่อที่กำลังขอร้องให้อดีตภรรยาช่วยชีวิตลูกของเรา" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงอีกครั้ง เสียงเข็มนาฬิกาเดินติ๊กๆ ดังชัดเจนในความเงียบ รินรดามองลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตสามี เธอกำลังค้นหาความจริงใจ หรือความเสแสร้งที่อาจจะซ่อนอยู่เบื้องหลัง แต่สิ่งที่เธอเห็นมีเพียงความสิ้นหวังและการยอมจำนนต่อโชคชะตา รินรดายกมือขึ้นประสานกันบนโต๊ะ ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาวออกมา "ถ้าคุณพูดจริง และต้องการหาทางออกร่วมกันอย่างสันติจริงๆ เรามีเงื่อนไขค่ะคุณกรวีร์" กรวีร์รีบพยักหน้ารัวๆ "ว่ามาเลยครับ ริน... ทุกเงื่อนไข ผมยอมรับทั้งหมด" "หนึ่ง... คุณต้องประกาศกร้าวให้คุณหญิงภารดีรู้เด็ดขาดว่า อำนาจในการตัดสินใจเรื่องการรักษาของธันวา อยู่ที่ดิฉันและคุณในฐานะพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเท่านั้น ห้ามบุคคลภายนอกแทรกแซงเด็ดขาด" รินรดายกนิ้วขึ้นมานับทีละข้อ สายตาคมกริบมองตรงไปยังเขา "สอง... คุณต้องพาธันวาออกมาจากบ้านหลังนั้น ย้ายไปอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดจากความกดดัน ความคาดหวัง และหน้าตาทางสังคมที่จอมปลอม" กรวีร์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งกับการย้ายบ้าน แต่วินาทีต่อมา เขาก็พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น "ได้... ผมจะซื้อคอนโดมิเนียมใกล้โรงพยาบาลของคุณ เราจะย้ายไปอยู่ที่นั่นกันแค่สามคน... หมายถึง ผม ธันวา และ... ถ้าคุณยอมกลับมามองเราบ้าง" "อย่าเพิ่งล้ำเส้นค่ะคุณกรวีร์" รินรดายกมือห้าม เสียงของเธอเฉียบขาดและเด็ดเดี่ยว "เรากำลังพูดถึงทางออกของธันวา ไม่ใช่เรื่องความสัมพันธ์ของเราสองคน อดีตมันจบลงไปแล้ว และดิฉันไม่เคยคิดจะรื้อฟื้นมันขึ้นมาอีก" ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นในอกของกรวีร์ แต่มันเป็นความเจ็บที่เขาสสมควรได้รับแล้ว ชายหนุ่มหลุบตาลงต่ำ พยักหน้ารับด้วยความจำนน "เข้าใจแล้วครับ... แล้วข้อสุดท้ายล่ะครับ?" "ข้อสุดท้าย..." รินรดานิ่งไปนิดหนึ่ง ดวงตาคู่สวยมองลอดผ่านเลนส์แว่นไปยังโทรศัพท์มือถือที่คว่ำอยู่ "ดิฉันต้องการให้คุณจัดการกับ 'คนวงใน' ที่คอยส่งข่าวเรื่องของเราให้คุณหญิงภารดีรับรู้... ข้อความข่มขู่เมื่อครู่ เพิ่งถูกส่งเข้ามาในโทรศัพท์ของดิฉันขณะที่คุณกำลังเคาะประตูห้องนี้" กรวีร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวทันที "ใครกล้า..." ก่อนที่กรวีร์จะทันได้พูดจบประโยค เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของรินรดาก็สั่นครืดคราดติดต่อกันหลายครั้ง หน้าจอสว่างวาบขึ้นพร้อมกับภาพถ่ายและข้อความชุดใหม่ที่ถูกส่งเข้ามาจากเบอร์แปลกปลอม รินรดากดเปิดดูภาพถ่ายนั้นด้วยความสงสัย ทว่าทันทีที่ภาพปรากฏบนหน้าจอ ลมหายใจของเธอก็สะดุดกึก ร่างกายชาวาบไปทั้งตัว สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ นั่นไม่ใช่ภาพของธันวา... แต่เป็นภาพสำเนาสูติบัตรและผลตรวจ DNA ฉบับจริง ที่ระบุชื่อเด็กชายอีกคนหนึ่ง—เด็กชายวัยหขวบเศษที่เธอแอบซ่อนไว้สุดชีวิตจากอิทธิพลของตระกูลกรวีร์ และใบหน้านั้น... ถอดแบบมาจากกรวีร์ราวกับแกะ! มือบางที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด ขณะที่กรวีร์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ชะเง้อคอมองหน้าจอด้วยความสงสัย ก่อนที่ดวงตาคมกริบของเขาจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นภาพบนหน้าจอชัดเจน "นั่น... เด็กคนนั้น..." กรวีร์พึมพำเสียงสั่น ร่างกายแข็งทื่อ หันขวับมามองหน้ารินรดาราวกับเห็นผีสาง "ริน... เด็กคนนั้น คือใครทำไมหน้าตาถึงเหมือนกับผมขนาดนั้น!" รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิตตลอดหลายปี พังทลายลงในพริบตาเดียว! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดากันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%